Geek Talk EP5 : The Staircase ถึงเวลาหรือยังที่ระบบยุติธรรมควรโดน Disrupt

The Staircase เป็นภาพยนต์กึ่งสารคดีที่ตีแผ่คดีที่น่าสนใจของไมเคิล ปีเตอร์สัน นักเขียนนวนิยายแนวอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่าลงมือฆ่าแคธลีน ปีเตอร์สัน ภรรยาของตัวเองหลังพบศพของเธอที่เชิงบันไดในบ้าน และมีการต่อสู้คดีในชั้นศาลมาตลอด 16 ปีหลังจากนั้น

ปัญหาใหญ่ของกฏหมายในหลาย ๆ เรื่องที่เราได้พบมาตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็ก ๆ อย่างการลักทรัพย์ ไปจนคดีใหญ่ ๆ ระดับประเทศ เราจะเห็นได้ว่า มันขึ้นอยู่กับการตีความ รวมถึงความเทพของเหล่านักกฏหมาย หรือ อัยการ แทบจะทั้งสิ้นที่จะมาตีความตามกฏหมายต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อชี้นำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างที่เขาต้องการ

The Staircase เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจ กับการต่อสู้ในคดี กับฝั่งอัยการของรัฐ ที่ตั้งมั่นเอาผิด ไมเคิล ปีเตอร์สัน ว่าเขาเป็นคนสังหารภรรยาที่แสนรักของเขา เรื่องราวจะเป็นอย่างไร *** เนื้อหาใน podcast มี spoil บางส่วนของ series ***

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2RPF0x1

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/30TsP6t

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/3aMNvkT

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/cSr31bQGHb0

ตรรกะ ที่ไร้ซึ่ง ตรรกะ ของระบบกฏหมาย

หลังข่าวการถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ให้หยุดการทำหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราวของ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่างคุณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทำให้กระแสการเมืองในไทยกลับมร้อนแรงขึ้นอีกครั้งหลังจากการประชุมสภานัดแรก และ ภาพการปรบมือกึกก้องห้องประชุมสภา ส่งนายธนาธร ออกจากห้องประชุม

มันเป็นภาพที่สวยงามของการกลับมาอีกครั้งของประชาธิปไตยไทย หลังจากอยู่ภายใต้รัฐบาลรัฐประหาร คสช. กว่า 5 ปี แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ จะดูเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อสานอำนาจต่อของคสช แต่ก็ถือได้ว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการก้าวสู่ประชาธิปไตยของประเทศไทย

การแจ้งเกิดอย่างสวยงามของพรรคน้องใหม่ที่เพิ่งตั้งมาไม่ถึงปีอย่าง พรรค อนาคตใหม่ ที่ต้องเรียกได้ว่า เป็นการฉีกกฏการเมืองแบบเดิม ๆ แบบขาดวิ่นเลยก็ว่าได้ ทั้งที่พรรคได้แจ้งเกิดมาเพียงไม่ถึงปี การได้มาถึง 5 ล้านกว่าเสียงต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับพรรคเกิดใหม่อย่างอนาคตใหม่

ผลการเลือกตั้งที่ผู้คนต่างเทคะแนนไปให้อนาคตใหม่เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ได้สำเร็จจากผลการเลือกตั้งครั้งแรก  เรียกได้ว่า ไม่ต้องพึ่งพาหัวคะแนนแบบการเมืองแบบเก่าเลยด้วยซ้ำ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการเมืองไทย ของการเข้าสู่ยุคใหม่ของการเลือกตั้งอย่างแท้จริง

การได้เห็นเหล่าคนรุ่นใหม่ใน Social Network หันมาสนใจการเมืองนั้น เรียกได้เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของประเทศไทย ที่เหล่าวัยรุ่นนั้นหันมาสนใจการเมืองได้มากถึงเพียงนี้

ถึงขนาดที่ว่าการประชุมสภาวันแรกนั้น Trend ที่ขึ้นใน Twitter เป็นเรื่องการเมืองแทบจะทั้งสิ้นเรียกได้ว่าฉีกกฏเกณฑ์ที่เคยมีมาของการเมืองไทย ที่เมื่อก่อนวัยรุ่นแทบจะไม่สนใจการเมืองกันเลย

แต่การตัดสินเรื่องคุณธนาธรนั้นก็ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ในเรื่องความถูกต้อง จริงเท็จประการใดนั้น ผมไม่อาจล่วงคำตัดสินของศาล

แต่ ปัญหาใหญ่ของกฏหมายในหลาย ๆ เรื่องที่เราได้พบมาตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็ก ๆ อย่างการลักทรัพย์ ไปจนคดีใหญ่ ๆ ระดับประเทศอย่างคดีเสือดำ เราจะเห็นได้ว่า มันขึ้นอยู่กับการตีความ รวมถึงความเทพของเหล่านักกฏหมาย หรือ อัยการ แทบจะทั้งสิ้นที่จะมาตีความตามกฏหมายต่าง ๆ เหล่านี้

และแน่นอน มันเกิดขึ้นมานับต่อนับแล้วในเรื่องของการ ทำถูกให้เป็นผิด และ ทำผิดให้เป็นถูก ซึ่งมันสามารถทำได้ในระบบกฏหมายที่ถูกออกแบบมาเป็นแบบนี้ และเป็นเหมือนกันทั่วโลก เพราะฉะนั้น คำว่าทำผิด กับ ทำผิดกฏหมาย มันได้กลายเป็นคนละความหมายกันอย่างสิ้นเชิงหากเรามองเรื่องการตีความกับกฏหมาย

ผมมองไปถึงยุคอนาคต ที่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีทนาย และ ผู้พิพากษาอีกต่อไปเลยด้วยซ้ำ เมื่อ งานพวกนี้ Robot หรือ AI สามารถที่จะทำงานแทนได้หมด ตอนนี้โลกเราพัฒนา AI ทั้งเทคนิคของ Natural Language Processing , Machine Learning , Sentiment Analysis , Neural Network

ตัวอย่างในต่างประเทศก็เริ่มมีให้เห็น AI NOW ซึ่งวิจัยโดย สถาบันวิจัยตรวจสอบผลกระทบทางสังคมของ AI ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมผู้สนับสนุนด้านกฎหมายวิทยาศาสตร์และทางด้านเทคนิคที่จะมุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจเชิงอัลกอริทึมในหลากหลายด้านของกฎหมาย (เช่นการจ้างงาน ผลประโยชน์สาธารณะ หรือ กฏหมายด้านแรงงาน)


ตัวอย่างความแม่นยำในการวิเคราะห์คดีความต่าง ๆ เมื่อมนุษย์เทียบกับ AI

ซึ่งจากงานวิจัยนั้น มันทำให้เหล่า AI สามารถอ่านกฏหมาย วิเคราะห์กฏหมาย เปรียบเทียบความถูกต้องที่เป็น Logic แบบชัดเจน ไม่คลุมเคลือ ไม่ศรีธนญชัย แถมยังไม่ BIAS เข้าข้างใคร หรือมีอิทธิพลต่อใคร เหมือนที่เคยมีมา เพราะยังไงมนุษย์เราไม่ว่าจะเที่ยงตรง ยุติธรรมขนาดไหน สุดท้ายก็ต้องมีความ BIAS ไม่ว่าข้างใดข้างหนึ่งเสมอนั่นเอง การหาความเป็นกลางของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องนามธรรม ที่มันจับต้องได้ยากจริง ๆ 

References Image : https://ichef.bbci.co.uk/news/660/cpsprodpb/123D7/production/_107111747_bwsw7906copy.jpg

ทำไมกฏหมายในยุคนี้ถึงยังต้องตีความ?

การให้ความเห็นล่าสุด ของนักกฏหมายระดับประเทศ เรื่องที่เกี่ยวกับ สิทธิ์ในการเลือกนายก รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาล ของผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ กำลังกลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากของสังคมไทย

ตอนนี้เรากำลังตีความ ในกฏหมายที่สำคัญ และ เป็นหลักยึดของประเทศอย่างรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ต่างฝ่ายต่างอ้างในสิทธิ์อันชอบธรรมของตัวเองในการเลือกนายกรัฐมนตรี และ การจัดตั้งรัฐบาล

แล้วปัญหาคืออะไร ปัญหาใหญ่คือการตีความของเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือหลายๆ  คนอาจจะเรียกว่า แถ ฝ่ายนึงอ้าง Poppular Vote ประชาชนส่วนใหญ่เลือกพรรคพลังประชารัฐ อีกฝั่งอย่างเพื่อไทย ก็อ้างสิทธิความชอบธรรมจากจำนวนส.ส. ที่ได้รับคัดเลือกเข้ามามากที่สุด ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว ต้องเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงเลือกนายกรัฐมนตรี

สำหรับโดยส่วนตัว ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราเขียนกฏหมายใหญ่อย่างรัฐธรรมนูญ ให้มันชัดเจนไปเลย แบบไม่ต้องตีความ แต่ก็อย่างว่า การตีความกฏหมายมันมีมากว่าหลายพันปี ตั้งแต่การเกิดขึ้นของกฏหมายครั้งแรกเท่าที่นักประวัติศาสตร์จะค้นพบ

มีการค้นพบ หลักฐาน ทางประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดที่นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาค้นพบเกี่ยวกับกฏหมาย คือแท่งหินขนาดใหญ่ซึ่งมีฐานกว้าง 1.90 เมตร และมีความสูงถึง 2.25 เมตร โดยแท่งหินดังกล่าวนี้ขุดพบที่นครซูส ในกรุงบาบิโลน สันนิษฐานว่าเป็นหลักศิลาจารึกที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์ไว้ในราว 1,500 ปีก่อนพุทธกาล หรือล่วงมาแล้วประมาณ 4,000 ปี ข้อความบนศิลาจารึกได้กล่าวถึง ข้อกำหนด กฎเกณฑ์และระเบียบต่าง ๆ ในสังคมขณะนั้น อาทิเช่น เรื่องดอกเบี้ย สัญญาครอบครัว ฯลฯ ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า ศิลาจารึกดังกล่าวนี้ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยของพระเจ้าฮัมบูรามี ดังนั้นจึงเรียกหลักศิลาจารึกนี้ว่า”ประมวลกฎหมายฮัมบูรามี” 

มัน 4000 ปีมาแล้ว ที่กฏหมาย ใช้การตีความ เหตุผลนึงน่าจะเรื่องการเขียนกฏหมายให้ละเอียดคงเป็นเรื่องยากในสมัยนั้น ผู้คนต้องอ้างอิงสิ่งเดียวกันคือ หลักศิลาจารึก ชิ้นนั้น ให้เป็นกฏหมายปกครองคนส่วนใหญ่

คราวนี้ตัดภาพมาที่ยุคปัจจุบัน ทำไมเรายังต้องตีความใน ในยุคนี้ ที่ Data Center มีเยอะแยะ ฮาร์ดดิสก์ ราคาโคตรถูก จะเก็บกฏหมายละเอียดขนาดไหนก็ได้

ทำไมเราจะต้องมานั่งตีความอะไรอีกในยุคที่เก็บข้อมูลได้มหาศาลขนาดนี้ จะเก็บละเอียดขนาดไหนก็ได้ แถมยังไม่ต้องท่องจำอีกด้วย ปล่อย bot index ข้อมูลของเนื้อหาทางกฏหมาย แล้ว search ค้นหาเอาได้เลย คลิกเพียงคลิกเดียวก็หาข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการเจอ จะเก็บกฏหมายกี่ล้านฉบับกี่ล้านบรรทัด จะเก็บไปให้ละเอียดขนาดไหนก็สามารถเก็บได้ ในยุคต่อไปเราจะได้เลิกความศรีธนญชัย ของกฏหมายแบบที่เคยมีมา นี้เสียที

ผมมองไปถึงยุคอนาคต ที่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีทนาย และ ผู้พิพากษาอีกต่อไปเลยด้วยซ้ำ เมื่อ งานพวกนี้ Robot หรือ AI สามารถที่จะทำงานแทนได้หมด ตอนนี้โลกเราพัฒนา AI ทั้งเทคนิคของ Natural Language Processing , Machine Learning , Sentiment Analysis , Neural Network

ตัวอย่างในต่างประเทศก็เริ่มมีให้เห็น AI NOW ซึ่งวิจัยโดย สถาบันวิจัยตรวจสอบผลกระทบทางสังคมของ AI ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมผู้สนับสนุนด้านกฎหมายวิทยาศาสตร์และทางด้านเทคนิคที่จะมุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจเชิงอัลกอริทึมในหลากหลายด้านของกฎหมาย (เช่นการจ้างงาน ผลประโยชน์สาธารณะ หรือ กฏหมายด้านแรงงาน)

ตัวอย่างความแม่นยำในการวิเคราะห์คดีความต่าง ๆ เมื่อมนุษย์เทียบกับ AI
ตัวอย่างความแม่นยำในการวิเคราะห์คดีความต่าง ๆ เมื่อมนุษย์เทียบกับ AI

ซึ่งจากงานวิจัยนั้น มันทำให้เหล่า AI สามารถอ่านกฏหมาย วิเคราะห์กฏหมาย เปรียบเทียบความถูกต้องที่เป็น Logic แบบชัดเจน ไม่คลุมเคลือ ไม่ศรีธนญชัย แถมยังไม่ BIAS เข้าข้างใคร หรือมีอิทธิพลต่อใคร เหมือนที่เคยมีมา เพราะยังไงมนุษย์เราไม่ว่าจะเที่ยงตรง ยุติธรรมขนาดไหน สุดท้ายก็ต้องมีความ BIAS ไม่ว่าข้างใดข้างหนึ่งเสมอนั่นเอง การหาความเป็นกลางของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องนามธรรม ที่มันจับต้องได้ยากจริง ๆ 

References : interestingengineering.com