NetScape Time ตอนที่ 4 : The Navigator

หลังจากทีมงานจากอิลลินอยส์เดินทางมาถึง Jim ได้พาทีมงานของเขาไปทำความคุ้นเคย เพื่อซึมซับบรรยากาศของ Silicon Valley โดยได้พาท่องไปยังบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Intel , Apple , Sun Microsystem , HP , Xerox หรือ Adobe

แต่ Jim เอง ก็ดูเหมือนจะเริ่มกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับ NCSA โดยเฉพาะในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในกระบวนการผลิต Software นั้น การคิด การออกแบบ และการพัฒนาจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน โดยทีมงานชุดเดียวกันกับที่สร้าง Mosaic ให้กับ NCSA

แน่นอนว่า ตอนนี้ทั้งสองได้กลายเป็นคู่แข่งกันแบบเต็มตัว เพราะเป้าหมายคือลูกค้ากลุ่มเดียวกัน Jim จึงสั่งให้ Marc และทีมงานของเขา ห้ามไม่ไห้ดูตัวอย่างโปรแกรมจาก Mosaic เป็นเด็ดอันขาด และต้องการให้เริ่มทำสิ่งใหม่ทั้งหมดโดยเริ่มต้นจากศูนย์แทน

ต้องเรียกได้ว่า เป็นก้าวที่สำคัญมาก ๆ ของพวกเขา เพราะสถานการณ์โลกเทคโนโลยีในตอนนั้นกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะการเกิดขึ้นของ ARPAnet และ internet รวมถึง World Wide Web โดย Berner-Lee ในปี 1994 มีผู้ใช้งาน internet ทั่วโลก อยู่ที่ราว ๆ 3 ล้านคน และกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Tim Berners Lee ผู้สร้าง World Wide Web
Tim Berners Lee ผู้สร้าง World Wide Web

โดยความคิดเริ่มต้นของ Marc ในการสร้าง Browser ตัวใหม่ คือความพยายามในการทำ internet ให้มีความสนุกมากขึ้น และต้องแจกจ่ายโปรแกรมดังกล่าวฟรีให้กับทุกคน Marc และทีมงานก็เริ่มลุยพัฒนาทันที ทำการเขียน Code กันจนแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน จนห้องทำงานเริ่มรกรุงรัง ข้าวของวางกระจัดกระจาย อาหารและเครื่องดื่มวางอยู่เต็มห้องทำงานของ Marc และ ทีมงานของเขา

Jim นั้นดูแลเรื่อง Business เป็นส่วนใหญ่ และมักจะออกไปคุยธุรกิจข้างนอกอยู่บ่อยครั้ง เขาได้ว่าจ้างผู้จัดการมาเพิ่มเติม ซึ่งก็คือ Tom Paquin อดีตเพื่อนร่วมงาน ที่ SGI เพื่อมาดูแลทีมงาน โดยเน้นให้ทีมงานพัฒนานั้นสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ และไม่เกิดความรู้สึกรำคาญมากจนเกินไปกับระเบียบของบริษัท

รวมถึงงานด้าน PR ที่ Jim นั้นมักจะออกไปสัมภาษณ์กับสื่อ เป็นประจำ หลังจากสื่อเริ่มรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำ ซึ่งตอนนั้นทำให้ใช้เวลาเพียงไม่นาน เริ่มมีสื่อต่าง ๆ สนใจนำเรื่องไปลงตีมพิมพ์ ซึ่งมากเกินกว่าบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งจะได้รับ

และผลของการที่สื่อต่าง ๆ นำเรื่องไปตีพิมพ์นี่เองที่ทำให้ เริ่มมีผู้สนใจมาเป็นลูกค้าเริ่มติดต่อเข้ามา ทำให้โทรศัพท์ดังเข้ามาแทบไม่หยุดหย่อน Jim ก็แทบจะไม่เชื่อตัวเองว่า จะได้รับกระแสตอบรับรวดเร็วถึงเพียงนี้ จนในที่สุดต้องมีการเริ่มจ้างคนเข้ามาเพื่อจัดการด้าน PR ให้กับบริษัท

ผู้ก่อตั้งทั้งสองเริ่มออกสื่อมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้ก่อตั้งทั้งสองเริ่มออกสื่อมากขึ้นเรื่อย ๆ

ช่วงเวลาระหว่าง เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ปี 1994 นั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว Jim ง่วนอยู่กับการจัดการด้านธุรกิจ ส่วน Marc และ Tom คอยดูแลเรื่องเทคนิค ต้องเรียกได้ว่าทุกคนทำงานหนักกันมาก ๆ เพราะความกลัวในเรื่องการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ทำให้ทีมงานแทบจะไม่ได้มีวันหยุดพักผ่อน เป้าหมายของพวกเขาคือ ต้องการปล่อยผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้ทันก่อนสิ้นปี

โดยเป้าหมายของ Jim และ Marc นั้นมองว่า Browser ตัวใหม่ที่ทีมงานของเขากำลังสร้างสรรค์ขึ้นมานั้น ต้องเร่งสร้างส่วนแบ่งการตลาดให้เร็วที่สุด จะทำให้การปล่อยรุ่นทดลองให้เหล่าผู้ใช้งานทั่วไปใช้งานได้ฟรี ๆ และเชื่อว่าจะมีหนทางในการสร้างรายได้ เพราะลูกค้ากลุ่มบริษัทที่เป็นองค์กร ต่างมีความยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า

ซึ่งหากทำให้ผู้ใช้งาน internet ในองค์กรใหญ่ ๆ เช่น General Motor หรือ AT&T เลือกที่จะใช้โปรแกรมของเขาในการติดต่อสื่อสารผ่านเว๊บ ก็จะทำให้พนักงานส่วนใหญ่ ในองค์กรเหล่านั้นมีโอกาสที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีของเขาเป็นหลักก่อนคู่แข่งนั่นเอง

ซึ่งเมื่อใดที่องค์กรเหล่านี้ ต้องการเชื่อมต่อกับ internet ก็มีความเป็นไปได้สูง ที่จะเลือกใช้บริการของเขา ตัวอย่างเช่น Software ที่คอยจัดการเรื่องการสื่อสารทั้งภายในและระหว่างองค์กร เป็นต้น

แต่สำหรับลูกค้าทั่วไปนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในตอนนั้น แทบจะไม่มีใครคิดว่าระบบการจองห้องพัก และ ตั๋วเครื่องบิน จะนำมาใช้งานได้ดีกับโปรแกรมนี้ เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันมาก ๆ ในยุคนั้น ไม่มีใครเลยด้วยซ้ำในช่วงปี 1994 ที่เชื่อว่า internet จะมีโอกาสสร้างรายได้ที่เป็นเชิงพาณิชย์ได้

แต่ Jim ก็เชื่อว่า พัฒนาการที่แท้จริงของ internet คือ การนำไปสู่การปฏิวัติการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งข้อได้เปรียบในเรื่องความรวดเร็วในการทำทุกอย่างผ่าน internet จะมีผลทำให้วิธีการดำเนินธุรกิจให้รวดเร็วและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าสิ่งที่ Jim , Marc และทีมงานกำลังสร้างขึ้นมา จะนำมาซึ่งสื่อรูปแบบใหม่ และธุรกิจใหม่ ๆ โดยผู้คนจะหลั่งไหลกันมาใช้งาน internet กันเพิ่มมากขึ้น งานสำคัญของ Jim ในขณะที่ทีมกำลังพัฒนา ก็คือ การติดต่อบริษัทต่าง ๆ เพื่อบอกพวกเขาว่าบริษัทของเขากำลังสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ และมันจะมีความสำคัญมากเพียงใดกับธุรกิจเหล่านั้น

และในเวลาเพียงไม่กี่เดือน จำนวนพนักงานก็เพิ่มขึ้นไปแตะหลักร้อยคน เริ่มมีการแบ่งกันเป็นแผนกต่าง ๆ โดยแต่ละแผนกก็มีจำนวนพนักงานเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายขาย หรือ ฝ่ายการตลาด ที่ทำให้องค์กรนั้นมีรูปแบบที่ชัดเจนมากขึ้น

ด้วยความที่เป็นที่สนใจของสื่อเป็นจำนวนมาก นั่นทำให้ Microsoft ที่ติดตามข่าวสารผ่านทางสื่อต่างๆ อยู่เสมอ ทำให้ Microsoft เริ่มเพ่งเล็งมามากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าการเป็นจุดสนใจของสื่อนั้นเป็นข้อดีในเรื่องการตลาด ที่แทบจะเป็นการโฆษณาสินค้าให้แบบฟรี ๆ แต่ปัญหาคือ ตอนนี้ มันเริ่มเข้าไปแตะจมูกยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft เสียแล้ว ซึ่งตอนนั้น Microsoft ก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของการที่จะมาลุยกับเทคโนโลยี internet อยู่พอดีเสียด้วย

ดูเหมือนตอนนี้ ทีมงานของ Jim และ Marc ต้องปั่นรีบสร้างผลิตภัณฑ์ให้ออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อเร่งทำโปรแกรมให้สมบูรณ์พร้อมปล่อยออกสู่ตลาด เพราะคู่แข่งเริ่มเข้ามาด้อม ๆ มอง ๆ ว่าพวกเขากำลังทำอะไร และที่สำคัญ มียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ที่เริ่มก้าวเข้ามาสนใจสิ่งที่พวกเขากำลังทำ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อกับพวกเขา แผนทุกอย่างที่พวกเขาวางไว้จะทำได้สำเร็จหรือไม่ โปรดอย่าพลาดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 5 : The Investor

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Billion Dollar Company *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com