NetScape Time ตอนที่ 2 : Mosaic Killer

จุดเริ่มต้นของ NetScape จริง ๆ นั้น ต้องเริ่มจากชายที่มีนามว่า Jim Clark โดยในปีนั้นคือ ปี 1994 ที่ตัว Jim เองนั้่นเริ่มเบื่อการทำงานกับบริษัเก่าอย่าง SGI (Silicon Graphics) เขากำลังมีไฟที่คิดจะสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมา แต่ยังคิดไม่ออกว่าธุรกิจใหม่นั้นคืออะไร

ต้องบอกว่า เป็นการลาออก ที่เสี่ยงพอดูสำหรับ Jim เพราะเขาได้ทิ้งสิทธิในหุ้นมูลค่ากว่า 10 ล้านเหรียญไป แต่ด้วยความที่เขาทำงานมานานระยะหนึ่งแล้ว จึงมีทุนอยู่ส่วนตัวอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านเหรียญ ซึ่งตอนนั้นเขาก็ยังแทบจะไม่มีไอเดียอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแต่เพียงแค่ความคิดคร่าว ๆ เกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร และ ต้องการเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว

สิ่งแรกที่เขาต้องทำสำหรับการตั้งบริษัทเทคโนโลยีก็คือ การหาวิศวกรเจ๋ง ๆ ซักคน แต่เขาก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เพราะวิศวกรเจ๋ง ๆ ที่เขารู้จักนั้น เขาก็ได้ชักชวนให้มาทำงานที่ SGI บริษัทเก่าของเขาหมดแล้ว

แต่ก็เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิต เมื่อก่อนที่ตัว Jim จะลาจาก SGI นั้นก็ได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเก่าแก่ของเขาคนหนึ่ง ว่า ทำไมไม่ลองไปพบ Marc Andreessen ดูล่ะ เขาเป็นหนึ่งในวิศวกรอัจฉริยะ ที่เพิ่งย้ายจากอิลลินอยส์ มาอยู่ที่พาโลอัลโต

แม้ตัว Jim เองจะงงว่า Marc คือใคร เพราะเขาแทบไม่เคยรู้จักชายชื่อดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่า โปรแกรม Mosaic ที่ Marc เป็นคนสร้างขึ้นมานั้นคืออะไร

Jim ก็เลยได้ลองติดต่อไปทาง email เพื่ออยากพบเจอ Marc ซึ่งต้องบอกว่าตัว Marc นั้นรู้จักดีว่า Jim เป็นใคร เพราะเขาเคยใช้เครื่อง workstation ของบริษัท SGI ที่ NCSA ของมหาลัยอิลลินอยส์ สมัยที่ยังทำวิจัยอยู่ที่นั่น

การเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่เกิดที่ ภัตตาคารแห่งหนึ่ง ในเขต พาโลอัลโต ซึ่งสิ่งที่ทำให้ Jim ประทับใจ Marc ตั้งแต่การพบกันครั้งแรก ก็คงเป็นเรื่องของ การที่ Marc ได้ทำให้เขาได้เห็นโอกาสและเห็นภาพของอนาคตของเทคโนโลยีที่ชัดเจนมากขึ้น

Marc Andreessen ตำนานผู้สร้าง Mosaic
Marc Andreessen ตำนานผู้สร้าง Mosaic

Marc แสดงให้เห็นภาพของ การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ และทำให้ข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่จำนวนมากมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญยังทำให้ง่ายต่อการใช้งานสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่เฉพาะเหล่า Geek หรือ นักวิทยาศาสตร์ เพียงเท่านั้นอีกต่อไป

ต้องบอกว่าในยุคนั้น หลังจาก Tim berners-lee ได้สร้างแนวคิดของ World Wide Web (WWW) ที่ให้บุคคลทั่วไปเข้ามาใช้งานได้ฟรี แต่อุปสรรคที่สำคัญก็คือ ในตอนนั้นมันยังส่งผ่านข้อมูลได้เฉพาะรูปแบบของข้อความเท่านั้น ยังไม่สามารถใช้กับภาพที่เป็น Graphic ได้

และในช่วงปลายปี 1992 Marc และเพื่อนนักวิจัยของเขา ที่ทำงานร่วมกันในศูนย์ NCSA ได้พัฒนาต่อยอดสิ่งที่ Tim berners-lee สร้างไว้ โดยพวกเขาได้เพิ่มส่วนที่เป็นรูปภาพและส่วนต่าง ๆ ที่จะทำให้ข้อมูลข่าวสารทาง internet สามารถเข้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ Mosaic โปรแกรม Web Browser ตัวแรกของโลกนั่นเอง

Mosaic Web Browser ตัวแรกของโลก  ผลงานของ Marc และ ทีมงาน
Mosaic Web Browser ตัวแรกของโลก ผลงานของ Marc และ ทีมงาน

และเมื่อ Marc เรียนจบในเดือนธันวาคมปี 1993 เขาก็ได้ถูกชักชวนให้ทำงานต่อกับ NCSA แต่ทางสถาบันดันมีข้อแม้ว่า ให้ Marc นั้นเลิกยุ่งกับโครงการ Mosaic ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต้องการที่จะแยกตัว Marc ออกจากสิ่งประดิษฐ์ และยกความสำเร็จผลงานที่ได้ให้กับสถาบันแทนที่จะเป็นตัวผู้ประดิษฐ์นั่นเอง

แน่นอนว่าทั้งคู่ ทั้ง Jim และ Marc นั้นมีเส้นทางเดินที่คล้ายคลึงกัน ที่ถูกปลดออกจากงานสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาได้คิดค้นขึ้นมา และสิ่งนี้ นี่เอง ที่เป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองเข้ามาสู่เส้นทางเดียวกันได้ในที่สุด

และนั่นทำให้ทั้งสองได้เริ่มต้นบริษัทใหม่กันในที่สุด แผนของ Marc คือ การว่าจ้างเพื่อนร่วมงานของ Marc ที่เคยร่วมเขียนโปรแกรม Mosaic เข้ามาทำงาน ซึ่งกำลังใกล้ที่จะจบการศึกษาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่กำลังจะถึง

แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่แน่ใจว่า บริษัทใหม่ของพวกเขาจะทำอะไร ซึ่งทั้งสองรู้เพียงแค่ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับ internet ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะกระแสมันเริ่มมาแล้วในขณะนั้น

และที่สำคัญเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ ในขณะนั้น กำลังสนุกกับการทำเงินจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล Microsoft และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ก็ยังแทบจะไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ กับเทคโนโลยีใหม่อย่าง internet เพราะตอนนั้นต้องบอกว่ายังมีคำถามอยู่มากมายว่าจะหาเงินจาก internet ได้อย่างไรนั่นเอง

และเมื่อผ่านไปถึงฤดูใบไม้ผลิ Marc ก็ได้เตือน Jim ว่าเพื่อน ๆ ของเขาที่อิลลินอยส์ กำลังจะเรียนจบกันแล้ว และต้องเร่งให้เกิดความคิดบางอย่างให้เร็วที่สุด เพื่อดึงดูดเหล่าทีมงานจบใหม่ของเขา

จนสุดท้าย ในค่ำคืนหนึ่ง หลังจากมีการประชุม และทานมื้อเย็นกันอยู่หลายครั้งระหว่าง Jim และ Marc ซึ่ง Jim เป็นฝ่ายเปิดประเด็นให้ Marc คิดธุรกิจอะไรมาซักอย่างที่ต้องชักจูงเขาให้ลงทุนให้ได้

และ Marc ก็ได้คิด ไอเดีย Mosaic Killer ซึ่งก็คือ โปรแกรม Browser ตัวใหม่ที่ดีกว่าโปรแกรม Mosaic ของเขาที่สร้างไว้ให้กับ NCSA นั่นเอง ซึ่งตอนนี้เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Mosaic แล้ว และทาง NCSA ก็ต้องการสร้างธุรกิจบางอย่างจาก Mosaic อยู่ ซึ่ง Marc ต้องการพิสูจน์ตัวเขาเองอีกครั้ง ด้วยการเอาชนะ Mosaic ให้ได้

ซึ่งแน่นอนว่า สถานการณ์ในตอนนั้น มันเริ่มบีบคั้นทั้งคู่ ให้ต้องตัดสินใจ Jim ก็มองว่าเป็นความคิดที่ดี ที่จะมาเริ่มต้นบริษัทใหม่ ในสิ่งที่ Marc และเพื่อน ๆ ของเขาเคยสร้างขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่า ตอนนั้น มันยังไม่มีแผนธุรกิจใด ๆ ชัดเจน แต่ Jim ก็รู้สึกตื่นเต้น กับ ความท้าทายใหม่ของ Marc ครั้งนี้ โดยพร้อมจะลุยทันที โดยไม่ต้องคิดถึงแผนธุรกิจใด ๆ ทั้งสิ้น

มาถึง ตอนนี้ ทั้งคู่ก็พร้อมที่จะลุย กับโปรเจคใหม่ เต็มตัวแล้ว และไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เพราะดูเหมือน สถานการณ์หลายๆ อย่างกำลังบังคับให้ทั้งคู่ต้องออกลุยเสียที และจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อกับโปรเจ็คใหม่ของทั้งสอง โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 3 : Dream Team

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Billion Dollar Company *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com