มิว สเปซ ประกาศราคาขาย “ดาวเทียมสัญชาติไทย” เริ่มต้น 134 ล้านบาท พร้อมจัดแสดงเทคโนโลยีอวกาศแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

mu Space and Advanced Technology Co., Ltd. หรือ บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มิว สเปซ) ผู้ผลิตชิ้นส่วนการบินและอวกาศ และผู้ให้บริการการสื่อสารผ่านดาวเทียม ประกาศราคาดาวเทียมดวงแรกของมิว สเปซ Block 1 (MU-B200) ซึ่งเป็นดาวเทียมในวงโคจรต่ำ (LEO – Low Earth Orbit) ด้วยราคาเริ่มต้น 134 ล้านบาท (4 ล้าน USD) และมีกำลังการผลิตดาวเทียม 100 ดวงต่อปี มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี

เนื่องจากดาวเทียมของมิว สเปซ มีน้ำหนักเบาเพียง 200 กิโลกรัม, แบตเตอรี่ภายในดาวเทียมมีประสิทธิภาพสูง และสามารถให้พลังงานได้สูงสุดถึง 1,200 วัตต์ โดยมีการติดต่อสื่อสารผ่านคลื่นความถี่ V-Band ด้วยความเร็วสูงสุด 5 Gbps และมีอายุการใช้งานนานถึง 5 ปี

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา มิว สเปซ ได้จัดงาน Tech Day ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ นักลงทุน, สื่อมวลชน และ ลูกค้าได้เข้าชมภายในโรงงานเทคโนโลยีอวกาศแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มุ่งเน้นการออกแบบ, คิดค้น, วิจัย, พัฒนา, ผลิตชิ้นส่วน และประกอบดาวเทียมด้วยตนเองโดยเทคโนโลยีที่ใหม่และทันสมัย ตั้งแต่ขั้นตอนแรก ตลอดจนขั้นตอนสุดท้าย

เพื่อให้ผู้เข้าชมโรงงานได้สัมผัสกับกระบวนการพัฒนาและผลิตดาวเทียม Block 1 (MU-B200) โดยภายในงาน นายเจมส์ วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีบริษัทฯ เปิดเผยว่า “ศักยภาพและความสามารถในการดำเนินการทุกขั้นตอนได้ด้วยตนเองของมิว สเปซ นั้นทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตที่เกิดจากงบสั่งซื้อ และย่นระยะเวลาในการรอชิ้นส่วนจากบริษัทอื่นได้ จึงทำให้การผลิตดาวเทียมของมิว สเปซ สามารถผลิตได้ในราคาที่ประหยัดงบประมาณไปได้กว่าครึ่งของราคาดาวเทียมในตลาดโลกปัจจุบัน

นายเจมส์ วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีบริษัทฯ
นายเจมส์ วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีบริษัทฯ

หนึ่งในคุณลักษณะที่โดดเด่นของดาวเทียม MU-B200 นั่นก็คือ ระบบพลังงาน หรือ แบตเตอรี่ ที่มีการออกแบบมาเป็นอย่างดีในการให้พลังงานที่สูง รวมถึงมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่มากขึ้นถึง 2.75 เท่า พร้อมติดตั้งเซนเซอร์ติดตาม และควบคุมการใช้พลังงานให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้อีกด้วย โดยในส่วนนี้ สามารถช่วยลดต้นทุนได้มากถึงร้อยละ 25 เลยทีเดียว

สำหรับ โรงงานแห่งที่ 2 ของมิว สเปซ ก่อสร้างขึ้นในช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งภายในโรงงานมีการพัฒนา และผลิตเทคโนโลยีหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเทคโนโลยีดาวเทียม, เทคโนโลยีแบตเตอรี่พลังงานสูง, เทคโนโลยีหุ่นยนต์, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการพิมพ์โลหะประเภทต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อนำมาใช้ในการประกอบชิ้นส่วนดาวเทียม

โดยเป้าหมายของมิว สเปซ จากปัจจุบันที่ได้เปิดตัวโรงงานแห่งที่ 2 ณ สถานที่จัดงาน Tech Day นั้นสามารถผลิตดาวเทียมได้ 10 ดวงต่อปี และกำลังสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ซึ่งจะทำให้ มิว สเปซ มีความสามารถในผลิตดาวเทียมได้สูงถึง 100 ดวงต่อปี นอกจากนั้น มิว สเปซ ยังมีแผนการสร้างโรงงานใหม่อีกหนึ่งแห่ง เพื่อผลักดันให้สามารถผลิตดาวเทียมได้มากขึ้นเป็น 200 ดวงต่อปี โดยมีแผนงานดังต่อไปนี้

  • ดาวเทียม Block 1 กลางปี 2022 เน้นการทดสอบ SINGLE SYSTEM MODEL TEST
  • ดาวเทียม Block 2 สิ้นปี 2022 เน้นการทดสอบ CONSTELLATION SYSTEM MODEL TEST
  • ดาวเทียม Block 3 2023-2024 เน้นการทดสอบ MEO-TO-GEO-TEST
  • ดาวเทียม Block 4 2025-2026เน้นการทดสอบ LUNAR TEST พร้อมทดสอบการรับส่งสัญญาณที่ระหว่างดวงจันทร์

นอกจากนี้ ภายในโรงงานได้มีการออกแบบและคัดสรรสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานเกิดผลลัพธ์ที่ดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานระดับโลก ทั้งในส่วนของห้องปลอดเชื้อ, ห้อง ปฏิบัติการเคมี, พื้นที่ปฏิบัติการสำหรับเครื่องจักรหนัก และห้องปฏิบัติการวิจัยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

รวมถึงในด้านบุคลากรมิว สเปซ มุ่งเน้นคัดบุคลากรที่มีความสนใจ, มุ่งมั่น, กล้าเปิดรับและพร้อมลงมือทำสิ่งที่ท้าทายในมุมใหม่ ๆ สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ เพราะเชื่อว่าส่วนนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การทำงานของบุคลากรมีคุณภาพ และสามารถส่งมอบดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพสูงให้แก่ลูกค้าได้

ภายในงาน ยังมีในส่วนของการพูดคุย และวิเคราะห์ถึงประเด็นที่น่าสนใจอย่างเรื่องความพร้อมของทุกภาคฝ่าย และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และระดับโลกในอนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมอวกาศ และทำความรู้จักกับมิว สเปซ มากยิ่งขึ้น

อนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศ ที่น่าสนใจมาก ๆ ของประเทศไทย
อนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศ ที่น่าสนใจมาก ๆ ของประเทศไทย

นำโดย นายเจมส์ วรายุทธ เย็นบำรุง พร้อมด้วย ดร. ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Gistda) และ คุณสุทธิชัย หยุ่น ผู้ก่อตั้งบริษัท กาแฟดำ จำกัด ซึ่งจากการพูดคุยบนเวทีในครั้งนี้ของทั้ง 3 ท่านทำให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วกับอุตสาหกรรมนี้

โดยมิว สเปซ ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนชั้นนำอย่างบริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ – อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าเอกชนของไทย รวมถึงบริษัท Majuven Fund พร้อมกลุ่มนักธุรกิจเอกชนต่าง ๆ เช่น ผู้บริหารจากมูลนิธิมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) รวมทั้งนักลงทุนรายอื่น ๆ อีกมากมาย

Comments


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA



Geek Forever Club พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ



Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube