ประวัติ Jeff Bezos แห่ง Amazon ตอนที่ 10 : From Zero to No.1

จากจุดเริ่มต้นของความฝันในวัยเด็กคนนึง ที่ฝันอยากจะเป็นผู้ประกอบการมาตั้งแต่เล็ก การเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์มากนัก ไม่เกินเลยที่จะกล่าวได้ว่า เจฟฟ์ เบสซอส นั้นแทบจะเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ด้วยความอัจฉริยะ และการมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำในที่สุดมันก็นำพาเขามาถึงจุดที่สูงสุดในโลกธุรกิจจนได้ นั่นคือการพา amazon ก้าวขึ้นสู่บริษัททีมีมูลค่ามากที่สุดในโลก และที่สำคัญเขายังกลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกอีกด้วย

และมันมีอีกหนึ่งความฝันของเจฟฟ์ ที่เขาอยากทำก็คือ การพยายามทำให้มนุษย์เดินทางสู่อวกาศได้อย่างปลอดภัยและใช้ต้นทุนต่ำลง มันเป็นอีกความฝันตั้งแต่วัยเยาว์ของเขา ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างบริษัทอย่างบลูออริจิน

มันเป็นส่วนประกอบเล็ก ๆ ของความพยายามอันยิ่งใหญ่ ท้าทาย และเป็นเรื่องยากในแง่ของเทคโนโลยี และใช้เงินทุนสูงมาก เขาปรารถนาที่จะทำให้การเดินทางสู่อวกาศมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าทุกโครงการที่หน่วยงานของรัฐบาลทำอยู่

เขาตั้งชื่อยานอวกาศลำแรกของบริษัทว่า กอดดาร์ด ตามชื่อของ โรเบิร์ต ฮัตซิงส์ กอดดาร์ด นักฟิสิกส์ชาวอเมริกันผู้ประดิษฐ์จรวดเชื้อเพลงเหลวได้เป็นคนแรกในปี 1926 ตอนนั้นกอดดาร์ดก็ถูกล้อเลียนเพราะความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาในการส่งคนขึ้นไปบนอวกาศเช่นกัน

อีกหนึ่งความฝันด้านอวกาศในบริษัทบลูออริจิน
อีกหนึ่งความฝันด้านอวกาศในบริษัทบลูออริจิน

ถึงตอนนี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเจฟฟ์ เบซอส นั้นเป็นผู้ประกอบการที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน amazon สามารถนำหน้าคู่แข่งก็เพราะวิสัยทัศน์ ของ เจฟฟ์ เบซอส เขามองว่า internet จะมอบบริการที่มีเอกลักษณ์พิเศษให้แก่ลูกค้า ไม่ใช่เพียงแค่ระบบสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ มีเพียงผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์เท่านั้นจึงจะมองเห็นคุณสมบัติต่างๆ  ที่ช่วยให้บริษัททิ้งห่างคู่แข่งได้ตลอดเวลาแบบที่เขาทำ

ถึงแม้เขาจะกลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่เจฟฟ์ เบซอสนั้นไม่เหมือนผู้บริหารดอทคอมจำนวนมากที่เข้าสู่วงการทีหลังเขา เพราะเขามองว่าการสร้างบริษัทอันยอดเยี่ยมมีความสำคัญมากกว่าการสร้างฐานะที่มั่งคั่งร่ำรวย ถึงเขาจะรวยระดับหมื่นล้านเหรียญไปแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังประกาศให้ผู้คนรู้กันว่าเขายังขับรถยี่ห้อฮอนด้าและอาศัยอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ ในเมืองซีแอตเทิล แม้ภายหลังเขาจะย้ายไปอยู่ในบ้านหลังงามริมทะเลสาบวอชิงตันใกล้ ๆ กับคฤหาสน์ของบิลล์ เกตส์

กลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เจฟฟ์ เบซอส นั้นเป็นแบบอย่างของผู้บริหารสายพันธุ์ใหม่ที่ผงาดขึ้นมาพร้อมกับบริษัทเทคโนโลยีซึ่งพลิกโฉมวงการธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง เจฟฟ์ นั้นมีความกระตือรือร้นที่แพร่ระบาดไปสู่คนอื่น ๆ ในบริษัทได้อย่างง่ายดาย

เขามีความสามารถอันน่าทึ่งในการโน้มน้าวพนักงาน ให้เชื่อว่าการทำงานที่ amazon ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานเท่านั้น แต่เป็นภารกิจในฝันที่ช่วยเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต เขามักถูกเรียกว่าเป็นผู้นำที่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ซึ่งผู้นำลักษณะแบบเขานั้นจะคิดว่าตัวเองมีดีมากพอจนคิดค้นหลักการทำธุรกิจของตัวเองขึ้นมา แต่พวกเขาไม่เหมือนคนที่หมกมุ่นอยู่กับตัวเองรายอื่น ๆ ตรงที่สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้

เจฟฟ์ เบซอส สามารถโน้มน้าวผู้ร่วมงานให้เห็นถึงภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของ amazon
เจฟฟ์ เบซอส สามารถโน้มน้าวผู้ร่วมงานให้เห็นถึงภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของ amazon

เจฟฟ์ เบซอส นั้นยังเป็นผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีช่วยให้เขามองออกว่าคุณสมบัติอะไรที่จะทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองหรือล้มเหลว เขาเข้าใจถึงเทคโนโลยี ปัญหา และทางออก ทั้งยังสามารถรับฟังและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ได้ 

ความมุ่งมั่นของเจฟฟ์ เบซอส นั้นสร้างความแตกต่างให้บริษัทได้อย่างแท้จริง การทำเรื่องเดิมซ้ำ ๆ จนกว่าจะทำถูกต้อง แต่หากบางเรื่องไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จ เขาก็ยินดีที่จะล้มเลิกความคิดนั้นเสีย แม้แต่เครื่อง Kindle ที่เขามองว่ามีความสำคัญต่ออนาคตของบริษัทก็ยังต้องใช้เวลาพัฒนาถึง 3 ปี และใช้ความพยายามอีกหลายปีกว่าจะเป็นที่นิยม

ในซิลิกอน วัลเลย์ เราเรียกความเชื่อกึ่งลิทธิที่มีต่อตัวบริษัทว่า วิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ CEO ชั้นยอดทุกคนต้องมี แน่นอนว่า เจฟฟ์ เบซอส เองก็มีเช่นกัน ถึงแม้บ้างครั้งนั้นการร่วมงานกับเขาจะเป็นเรื่องยากก็ตาม และพนักงานสำคัญที่สุดของ amazon ส่วนหนึ่งก็รู้สึกว่า บ้างครั้งเขาก็เป็นคนที่ทำงานด้วยยากเหมือนกับสตีฟ จ๊อบส์ จริง ๆ  ซึ่งนั่นแหละที่เป็นสาเหตุให้เราเห็นว่า ผู้นำระดับท็อปนั้นมักมีลักษณะนิสัยไม่ต่างกัน ซึ่งดูจากผลงาน amazon ตอนนี้สิ ที่กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก และที่สำคัญมันยังทำให้ เจฟฟ์ เบซอส กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วย ซึ่งมันพิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่เจฟฟ์ เบซอส ทำให้ amazon นั้นมันยิ่งใหญ่แค่ไหน

แล้วเราได้อะไรจากการเรื่องราวของ Jeff Bezos จาก Blog Series ชุดนี้

เรื่องราวของ เจฟฟ์ เบซอส นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เขามีความฝันตั้งแต่เล็กว่าจะเป็นผู้ประกอบการมาตั้งแต่เยาว์วัย และในที่สุดเขาก็สามารถทำตามความฝันของเขาได้สำเร็จ มันไม่แค่สำเร็จเหมือนนักธุรกิจอื่นๆ  แต่ตอนนี้เขาสามารถสร้างบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกได้สำเร็จ

ซึ่งมันเป็นจุดสูงสุดของนักธุรกิจทุกคนในโลกที่จะก้าวไปได้ และเขาทำได้สำเร็จแล้ว มันพิสูจน์ได้ว่า พื้นฐานทางด้านวิศวกรของเขา ความอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก รวมกับความมุ่งมั่น และ โฟกัสกับทุกสิ่งที่เขาทำ มันได้แสดงให้เห็นและให้ทุกคนประจักษ์ในความสามารถของเขาแล้ว

มันเป็นความเหมือนที่ นักธุรกิจระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ จ๊อบส์ , มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก หรือ แจ๊ค หม่า มีเหมือน ๆ กัน คือ ความมุ่งมั่น การโฟกัส กับสิ่งที่ทำ เราจะเห็นได้จากหลาย ๆ Series ที่ผมได้เขียนมาว่า ผู้คนเหล่านี้มักจะทำงานกับผู้อื่นได้ยาก เพราะเป้าหมายของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เราจะคาดคิดถึง มันจึงเป็นที่มาของนิสัยที่คล้าย ๆ กันของนักธุรกิจระดับท็อปเหล่านี้

การเริ่มต้นจากแทบจะศูนย์ ครอบครัวแตกแยก ไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อตัวเองของ เจฟฟ์ เบซอส นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่มีมาตั้งแต่เล็กของเขาเลยด้วยซ้ำ มันทำให้เราได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ , กีฬา หรือการแข่งขันในด้านในก็ตาม การเริ่มต้นจากศูนย์จนกลายเป็นที่หนึ่งของโลกนั้นมันสามารถเกิดขึ้นได้ ดังที่เจฟฟ์ เบซอส นั้นพิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วกับ amazon

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 : My name is Jeff Bezos *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

References : ข้อมูลที่มาของ Blog Series ชุดนี้

อย่าลืมติดตามผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปของผมก่อนใครได้ที่ blockdit นะครับ โหลดได้เลย

อย่าลืม ค้นหา “ด.ดล Blog” แล้ว กด follow กันด้วยนะครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Comments