ประวัติ Jack Ma แห่ง Alibaba ตอนที่ 6 : Alibaba

การออกจากปักกิ่งครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าแจ๊คนั้นหมดหนทางเลือกเลยเสียทีเดียว ก่อนที่แจ๊คจะออกจากปักกิ่ง นั้น YAHOO และ โชวหู (Sohu) ก็ได้ยื่นโอกาสให้แจ๊ค โดย YAHOO ต้องการผู้จัดการสาขาประจำประเทศจีน เจอร์รี่ หยาง นึกถึงแจ๊คทันที และพยายามง้อแจ๊คหลายครั้ง แต่แจ๊ค ก็ตอบปฏิเสธเจอร์รี่ หยาง มาโดยตลอด เพราะเขาวางอนาคตของตัวเองแล้วว่าจะสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองขึ้นมา

ส่วน โชวหู นั้น ตอนนั้น ถือเป็นเว๊บที่โด่งดังมาก ๆ ของจีน และต้องการผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่ง COO ( Chief Operation Officer)  ซึ่งคน ๆ นั้นก็คือแจ๊ค ผู้เปรียบเสมือนเป็น บิดาแห่ง internet จีนนั่นเอง แต่แจ๊คก็ได้ตอบปฏิเสธไปเหมือนกัน เพราะเขามีเป้าหมายเดียวคือการสร้างบริษัทของตนเองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

เว๊บ Sohu ซึ่งตอนนั้นเป็นธุรกิจที่ร้อนแรงมาก ๆ ของจีน
เว๊บ Sohu ซึ่งตอนนั้นเป็นธุรกิจที่ร้อนแรงมาก ๆ ของจีน

การที่จะสร้างบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกให้ตาม ตามวิสัยทัศน์ของแจ๊ค นั้น ก็ต้องมีชื่อแบรนด์ที่ใช้ได้ทั่วโลกเช่นกัน ทีมงานทุกคนต่างถูกปลุกให้ระดมสมอง ทุกคนก็พยายามสรรหาชื่อที่เหมาะสม พวกเขา list รายชื่อได้ร้อยกว่าชื่อ แต่กลับไม่มีชื่อไหนถูกใจแจ๊ค

ปลายปี 1998 แจ๊คไปติดต่องานที่อเมริกา ขณะกินอาหารที่ร้านธรรมดาแห่งหนึ่ง เขากำลังคิดโยงไปถึงนิทานปรัมปราที่ทุกคนรู้จักดีแต่ก็เริ่มลืมเลือนไปแล้ว internet เหมือนขุมทรัพย์วิเศษ รอให้ผู้คนไปขุดคุ้ย บุกเบิกและนำไปใช้ มันเหมือนกับเทพนิยายอาลีบาบา ใน อาหรับราตรี

ชื่อมาจาก เทพนิยาย อาหรับราตรี
ชื่อมาจาก เทพนิยาย อาหรับราตรี

ครุ่นคิดได้ไม่นาน เขาก็ระงับความตื่นเต้นกับชื่อนี้ไม่ไหว รีบเดินสู่ถนนใหญ่หน้าร้านอาหาร สอบถามผู้คนที่เดินไปมาอยู่แถว ๆ ร้านอาหาร ว่ารู้จัก อาลีบาบา ไหม  ซึ่งเป็นคำตอบที่ได้จากทุกคนที่เขาถาม “Alibaba — Open Sesame!”

และที่ล้ำค่าที่สุด อาลีบาบาออกเสียง “a-li-ba-ba” ในเกือบทุกภาษาของโลก เป็นชื่อที่ไม่ว่าจะใช้ภาษาอะไรก็ไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งทำให้แจ๊ค รู้สึกตื่นเต้นกว่าเดิม หากใช้ชื่อนี้ แน่นอนว่านักธุรกิจทั่วโลก ต้องรู้จักมันอย่างไม่ยากเย็น และ ฟังแล้วเข้าใจทันที แจ๊ค จึงตัดสินใจใช้ “alibaba.com” ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ออกเสียงตรงกันกับภาษาจีนอีกด้วย

ในเดือนมกราคม ปี 1999 แจ๊คและทีมงานก็ได้เคลื่อนพลจากปักกิ่ง กลับ หังโจว ทันทีที่ถึงหังโจว เขาก็เรียกประชุมทีมงานที่บ้านของเขาทันที โดยเป็นการหารือ เรื่องการสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่ง เขาต้องการให้ทีมงานทุกคน นำเงินส่วนตัวมาลงขัน โดยต้องไม่มีการยืมมาจากญาติพี่น้อง ต้องเป็นเงินส่วนตัวเท่านั้น และสำคัญต้องไม่ทำให้ครอบครัวของตัวเองเดือดร้อนด้วย

สุดท้ายทั้งหมดก็ควักเงินมารวมกันได้ 500,000 หยวน โดยแบ่งเป็นคนละ 10,000 – 20,000 หยวน โดยเงินทั้งหมดหมดก้อนแรกนี้ ถือ เป็นเงินทุนตั้งต้นของอาลีบาบา ซึ่งอุดมการณ์ของแจ๊ค คือ เขาต้องการให้พนักงานทุกคนถือหุ้น ให้ธุรกิจในอนาคต เป็นธุรกิจหุ้นส่วนอย่างแท้จริง 

ปัญหาใหญ่อีกอย่างของแจ๊ค คือ ตอนนี้ alibaba.com นั้นได้ถูกจดทะเบียนไว้ก่อนแล้วโดยนักธุรกิจของแคนาดา ซึ่งแจ๊คต้องใช้เงินกว่าหมื่นเหรียญในการซื้อ ชื่อ Domain ดังกล่าว ซึ่งจากเงินลงทุน 500,000 หยวน นั้น หมื่นเหรียญถือเป็นเงินไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว แต่แจ๊คก็ต้องจำใจซื้อมันมา เพราะ ต้องการใช้ชื่อ Brand Alibaba.com อย่างจริงจัง

ใช้เงินกว่าหมืนเหรียญในการซื้อ domain alibaba.com
ใช้เงินกว่าหมืนเหรียญในการซื้อ domain alibaba.com

การกลับมาหังโจวครั้งนี้ นั้น ความจริงแจ๊ค นั้นมีความคิดเบื้องต้นของเขาไว้อยู่แล้วสำหรับโมเดลของธุรกิจใหม่ใน alibaba.com  สภาพของประเทศจีนในตอนนั้นเว๊บไซต์ เริ่มเกิดขึ้นตามมาเป็นดอกเห็ด เว๊บอีคอมเมิร์ซ เกิดขึ้นมากมาย ธุรกิจ online กำลังกลายเป็นกระแสในธุรกิจของจีน

แต่แจ๊ค นั้นมองอีกอย่าง เขามองว่า อีคอมเมิร์ซ แบบ B2C หรือ Business to Customer นั้นเป็นเรื่องที่จีนยังไม่มีความพร้อม ทั้งเรื่องการชำระเงิน ธนาคารก็ยังไม่มี model รูปแบบการชำระเงินรองรับการซื้อขายแบบ online เลยเสียทีเดียว ส่วนเรื่องระบบ logistics นั้นยิ่งแล้วใหญ่ ยังไม่มีความพร้อมใด ๆ กับการส่งสินค้าไปให้ลูกค้า หากตลาดมันเกิดใหญ่ขึ้นมาจริง ๆ ในตอนนั้น มันต้องเป็นสภาพที่ทุลักทุเลเป็นอย่างมากแน่นอน 

แจ๊ค รู้สึกทันทีว่า โมเดลแบบอเมริกา นั้น ยังไม่เหมาะกับประเทศจีน เขาจะผลักดันโมเดลใหม่คือ B2B (Business to Business) ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานกับกระทรวงการค้าต่างประเทศที่ปักกิ่ง ทำให้แจ๊คสามารถมองเห็นภาพรวมในแง่ของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 

และมันยังทำให้แจ๊คเข้าใจหลักการหนึ่ง คือ ธุรกิจ SME คือผู้ที่ต้องการ อีคอมเมิร์ซมากที่สุด การให้ SME สร้างโลกใบใหม่ที่เป็นเอกเทศโดยใช้ internet นี่จะเป็นการปฏิวัติ internet อย่างแท้จริง

เว๊บไซต์ ที่เขาคิดจะทำต้องเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ สำหรับให้ร้านค้าปลีกต่าง ๆ มาตั้งร้านในโลกออนไลน์ ในฐานะที่จีนเป็นประเทศซึ่งพัฒนาอย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มตัวนี้จะกลายเป็นตลาดขายส่งที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในอนาคต ผู้คนจะสามารถพบและขายของได้ทุกอย่างที่แพลตฟอร์มแห่งนี้ ทั้ง ถุงเท้า ดอกไม้ประดิษฐ์ หลอดกาแฟ เครื่องกีฬา อุปกรณ์ห้องน้ำ เครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ต่าง ๆ 

ต้นเดือน กุมภาพันธ์ 1999 โมเดลของแจ๊ค ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และอาลีบาบาก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในที่สุด

ในที่สุด alibaba.com เว๊บไซต์โมเดลใหม่ของแจ๊คก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ในที่สุด alibaba.com เว๊บไซต์โมเดลใหม่ของแจ๊คก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ถึงตอนนี้ต้องบอกว่าแจ๊คนั้น กำลังทำในสิ่งที่ผู้คนในตลาดส่วนใหญ่ ไม่ได้มีใครนึกถึง ในตอนนั้น ผู้คนแห่กันไปทำ เว๊บไซต์ เลียนแบบอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น YAHOO , Ebay หรือ Amazon แต่ แจ๊ค กำลังคิดต่าง จากประสบการณ์การทำงานในกระทรวงการค้าต่างประเทศกว่าหนึ่งปีนั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แจ๊ค ได้เห็น model บางอย่างที่เป็นช่องว่างของตลาดอยู่ นั่นก็คือ เหล่า SME ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศจีน พวกเขาเหล่านี้ต้องการ อีคอมเมิร์ซมากที่สุด แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นต่อกับ อาลีบาบา ธุรกิจใหม่ของแจ๊ค โปรดติดตามได้ในตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 7 : 18 Founders

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Internet *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Comments