ประวัติ Jack Ma แห่ง Alibaba ตอนที่ 7 : 18 Founders

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1999 ในบ้านธรรมดาหลังหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบเมืองหังโจว ซึ่งเป็นบ้านของแจ๊ค เป็นบ้านที่แสนธรรมดา มีเนื้อที่เพียง 150 ตารางเมตร มีโต๊ะเก่า ๆ และเก้าอี้อยู่ไม่กี่ตัว

แต่วันนี้สำหรับพนักงานอาลีบาบาแล้วนั้น เป็นวันที่ควรแก่การรำลึก บ้านหลังนี้เป็นที่แห่งแรกที่ใช้ในการบ่มเพาะความฝันแรกเริ่มของอาลีบาบา และที่แห่งนี้ยังเคยเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแรกของแจ๊ค อย่าง ไชน่าเพจเจส

สำหรับผู้ร่วมการประชุมครั้งนี้ คือบรรดาผู้ก่อตั้ง อาลีบาบา จนกลายเป็นชื่อที่เรียกกันติดปากในภายหลังว่าคือ “เหล่า 18 อรหันต์” ซึ่งในวันนั้นไม่ได้มาทั้งหมด ที่ประชุมมีเพียง 16 คน (ส่วนอีก 2 คนร่วมการประชุมผ่านทางโทรศัพท์)

ในวันนั้น แจ๊ค มองการณ์ไกล และได้มีการบันทึกภาพการประชุมดังกล่าวไว้ด้วย พระเอกของการประชุมครั้งนี้ก็คือ แจ๊ค ผู้ร่วมประชุมต่างนั่งบ้าง ยืนบ้าน ห้อมล้อมท่านผู้นำแจ๊ค อย่างใจจดจ่อ น้ำเสียงและท่าทางของแจ๊คในวันนั้น มันช่างปลุกใจ ปลุกพลังให้กับคนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้อย่างดียิ่ง

แจ๊คกับเหล่าทีมงาน 18 คน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง อาลีบาบา
แจ๊คกับเหล่าทีมงาน 18 คน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง อาลีบาบา

เหล่า 18 อรหันต์ เหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่อายุยังน้อย ซึ่งยังมีต้นทุนให้เสียได้ หากอาลีบาบามันไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่แจ๊คหวังไว้ พวกเขาเหล่านี้ ก็สามารถที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ทันอยู่

แต่แจ๊ค ค่อนข้างมั่นใจอย่างมาก เพราะแนวโน้มของ internet กำลังมาแรง รวมกับประสบการณ์ที่ปักกิ่ง ที่ได้เห็นถึงช่องทางการตลาดที่ใหญ่มหาศาล ที่ยังไม่มีใครสนใจมันในขณะนั้น แจ๊ค เปรียบเหมือนแม่ทัพ ที่กระตุ้นคนหนุ่มสาวเหล่านี้ ให้สู้ พร้อมที่จะบุกและตะลุยกับ อาลีบาบา โปรเจคใหม่ของแจ๊ค

แต่แม้ว่าแจ๊ค จะปลุกเร้าอย่างไรก็ตาม บรรยากาศของที่ประชุมนั้นเต็มไปด้วยความลังเล และความอ้างว้าง ขณะนั้นเหล่าทีมงานทุกคนที่เข้ามาร่วมฟัง เต็มไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด แทบจะไม่เห็นรอยยิ้มจากใครคนใด เพราะมันคือการตัดสินชะตาและอนาคตของพวกเขาที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

แจ๊คนั้น ก็ยังวิตกกังวลอยู่บ้าง และรู้อยู่ว่า internet นั้นก็เปรียบเสมือนฟองสบู่ ฟองสบู่นี้กำลังขยายตัวมากขึ้นไปทุกที แต่จะแตกเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ฟองสบู่ที่พองเกินไปเหมือนตลาด internet ในขณะนี้ ย่อมมีวันแตกสลาย แต่แจ๊คคิดว่ายังไงฝันของ internet นั้นไม่มีทางล่มสลายได้อย่างแน่นอน

แจ๊ค ทำนายไว้ว่าจะเกิดฟองสบู่ internet ขึ้น และสุดท้ายมันเกิดขึ้นจริงในปี 2000
แจ๊ค ทำนายไว้ว่าจะเกิดฟองสบู่ internet ขึ้น และสุดท้ายมันเกิดขึ้นจริงในปี 2000

แจ๊คเริ่มวางพิมพ์เขียวให้กับบริษัทใหม่อย่าง อาลีบาบา โดยมีเป้าหมายใหญ่ 3 ประการคือ หนึ่งบริษัทที่เขาตั้งจะต้องอยู่ได้ถึง 80 ปี สองคืออาลีบาบาจะเป็นบริษัทอีคอมเมริ์ซเพื่อให้บริการกับเหล่า SME ของจีน และสุดท้ายที่ทำให้ทีมงานทุกที่ร่วมประชุมแทบอึ้งไปตาม ๆ กัน คือ แจ๊คต้องการสร้างอาลีบาบาให้กลายเป็นเว๊บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจะต้องอยู่ใน top สิบอันดับแรกของเว๊บไซต์ทั่วโลก 

เขากล่าวกับทีมงานทุกคนอย่างมั่นอกมั่นใจว่า อีก 3-5 ปีข้างหน้า เมื่ออาลีบาบากลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สิ่งที่ทุกคนได้จ่ายไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน หรือ แรงกายแรงใจที่ทุ่มเทให้กับ อาลีบาบา จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าอย่างแน่นอน

จากเงินลงทุนเริ่มแรกที่ทุกคนสมทบกันได้ 500,000 หยวน อาลีบาบา ก็เริ่มการต่อสู้อย่างยากลำบากเลยทีเดียว ต้องประหยัดอดออมในทุก ๆ สิ่ง เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของแจ๊คในวันข้างหน้า

เผิงเหล่ย ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของอาลีบาบาในปัจจุบัน ในช่วงเริ่มต้นนั้นเธอรับหน้าที่เป็น แม่บ้าน ของอาลีบาบา โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนแคชเชียร์ ส่วนนพนักงานอีกคนคือ เซี่ยซื่อหวง เป็นฝ่ายบัญชีและดูแลการเงิน ซึ่งเรื่องอะไรในอาลีบาบาที่ต้องใช้เงินนั้นก็ต้องผ่านสองคนนี้ ยุคเริ่มแรกนั้น การซื้อของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งสองก็วิ่งวุ่นเทียบราคาแล้ว ราคาอีก เพื่อให้ได้ของที่ดีที่สุดในมูลค่าต่ำที่สุด 

เผิง เล่ย อดีตแม้บ้าน จนกลายมาเป็นรองประธานอาวุโสของอาลีบาบาในปัจจุบัน
เผิง เล่ย อดีตแม้บ้าน จนกลายมาเป็นรองประธานอาวุโสของอาลีบาบาในปัจจุบัน

ช่วงตั้งต้นของอาลีบาบา ทีมงานทุกคนอยู่อย่างอัตคัต แจ๊ค แทบจะไม่ให้ใครขึ้นแท็กซี่ถ้าไม่จำเป็น ถ้าระยะทางไม่ไกลพวกเขาก็ใช้การเดินทางเพื่อประหยัดให้มากที่สุด 

และความยากลำบากของอาลีบาบายุคบุกเบิกนี้เอง ที่ทำให้ไม่สามารถดึงดูดผู้มีฝีมือเข้ามาร่วมงานด้วยเงินเดือนสูง ๆ เหมือนบริษัทอื่น ๆ พนักงานของอาลีบาบาได้รับเงินเดือนเพียงน้อยนิด

แต่สิ่งที่ตรงกันข้ามคือ แม้เงินเดือนจะน้อย แต่ปริมาณงานนั้นไม่น้อยเลย ในเวลานั้นทุกคนทำงานชนิดไม่มีเวลากลางวันกลางคืน ทำงานติดต่อกันกว่าสิบกว่าชั่วโมงเป็นเรื่องปรกติในอาลีบาบา 

เวลาทำงานในยุคเริ่มต้นนั้นแจ๊คตกลงกันไว้ที่ เริ่มงานเก้าโมงเช้าและเลิกสามทุ่ม แต่ก็มักจะมีคนมาก่อนเวลาและกลับทีหลังทุกวันเสมอ บางครั้งก็ทำงานล่วงเวลาเป็นวันละ 16 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น และมีการทำงานล่วงเวลากันบ่อยมาก และไม่ต้องถามถึงค่าล่วงเวลา เพราะมันไม่มีอยู่แล้วในตอนนั้น

ทีมงานของอาลีบาบายุคเริ่มต้นแทบจะกินนอนกับที่บริษัท
ทีมงานของอาลีบาบายุคเริ่มต้นแทบจะกินนอนกับที่บริษัท

แจ๊คนั้นจะให้ความใส่ใจกับ ปรมาจารย์ด้านเทคนิค เป็นพิเศษ โดยเฉพาะเหล่าโปรแกรมเมอร์ และวิศวกร การพัฒนาโปรแกรมและการออกแบบระบบนั้นต้องการแรงบันดาลใจมาก คนเขียนโปรแกรมเหล่านี้มักมีอารมณ์พลุ่งพล่าน โดยเฉพาะเวลาตอนทดสอบโปรแกรมแล้วเจอ Bug มันจะต้องระบายความโกรธใส่คนอื่น

แจ๊ค ให้พวกเขาเหล่านี้จัดแจงเวลาพักผ่อนของตนเอง ดังนั้นคนเหล่านี้จึงทำงานเหลื่อมล้ำเวลากับคนส่วนใหญ่ พวกเขาเลือกมที่จะทำงานสี่ทุ่มถึงตีสี่ เพราะช่วงเวลานี้ที่ทำงานเงียบสงัดดียิ่งนัก

แจ๊ค ให้ความใส่ใจกับเหล่าโปรแกรมเมอร์มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นขุมกำลังหลักในการสร้างเว๊บไซต์ อาลีบาบา
แจ๊ค ให้ความใส่ใจกับเหล่าโปรแกรมเมอร์มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นขุมกำลังหลักในการสร้างเว๊บไซต์ อาลีบาบา

สมัยนั้นการนอนค้างที่ทำงานเป็นเรื่องปรกติ ทีมงานหลาย ๆ คนนอนค้างที่ห้องทำงาน หรือ ห้องประชุมกันบ่อย ๆ พอ ๆ กับนอนที่บ้าน ตอนนั้นบริษัทกับบ้านไม่มีอะไรต่างกันแล้ว บรรดาวิศวกรมักจะทำงานกันดึกดื่น ทำงานจนแทบจะทำต่อไม่ไหว ก็ล้มตัวลงนอนเสียเลย

เดือนมีนาคม ถึง กันยายน 1999 นั้นถือเป็นช่วงการเก็บตัวเพื่อสู้ศึกใหญ่ของแจ๊ค และทีมงาน ตอนนั้น อาลีบาบาแทบจะไม่มีการโฆษณาที่เป็นเรื่องเป็นราวให้ผู้คนหรือลูกค้ารู้จักแม้แต่ชิ้นเดียว และทีสำคัญนโยบายทางการเงินที่ชัดเจนคือ งบโฆษณาเป็นศูนย์

แต่เหล่านักข่าว หรือสื่อมวลต่าง ๆ นั้นก็รู้จักแจ๊คอย่างดีอยู่แล้ว ก็อยากรู้ว่าแจ๊คกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งการที่อาลีบาบา ปิดเงียบสนิทเช่นนี้นั้น ก็ยิ่งทำให้ปลุกเร้าความกระหายอยากรู้ของสื่อมวลชนมากยิ่งขึ้นไปอีก

สื่อต่างประเทศรายแรกที่ค้นพบ อาลีบาบา คือ Business Week ด้วยการอาศัยความสัมพันธ์หลายด้าน จนสามารถเกลี้ยกล่อมให้แจ๊คยอมสัมภาษณ์ได้

แรกเริ่มเดิมทีนั้นแจ๊คก็ไม่ค่อยอยากให้สัมภาษณ์เลยเสียทีเดียว เนื่องจาก อาลีบาบา ในขณะนั้นยังทำงานกันในบ้านหลังเล็กริมทะเลสาบ ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเครื่องแฟกซ์ มีเพียงแค่ email ไว้ติดต่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอายที่แจ๊คยังไม่อยากประกาศให้ใครได้รับรู้นั่นเอง

แต่การปฏิเสธสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Business Week คงไม่ใช่วิสัยของแจ๊คแต่อย่างใด ในที่สุดเหล่าผู้สื่อข่าวก็เร่ร่อน กันมาถึง หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมทะเลสาบของเมืองหังโจว และได้พบกับ อาลีบาบาอันลึกลับที่พวกเขากำลังสนใจในที่สุด

พอเห็นสภาพบริษัท บรรดาผู้สื่อข่าวก็ถึงกับตกใจ นี่หรือคือ อาลีบาบา ที่มีบริษัทจากทั่วดลกเข้าสมัครสมาชิกถึง 20,000 รายเข้าไปแล้ว

Business Week สื่อชื่อดังจากอเมริการายแรกที่เข้าไปทำข่าวเกี่ยวกับอาลีบาบา
Business Week สื่อชื่อดังจากอเมริการายแรกที่เข้าไปทำข่าวเกี่ยวกับอาลีบาบา

หลายเดือนต่อมาหลังจากอาลีบาบาเริ่มได้รับเงินสนับสนุน และได้แปลงโฉม ย้ายที่ทำการบริษัทใหม่เสร็จเรียบร้อย Business Week  จึงได้เริ่มตีพิมพ์บทความ ซึ่ง มันเหมือนเป็นการโฆษณาฟรีให้กับอาลีบาบา และ Business Week ถือเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ของอเมริการในขณะนั้น มีผู้อ่านที่เป็นนักธุรกิจอยู่มากมายทั่วโลก ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของอาลีบาบาแทบจะทั้งสิ้น ซึ่งถือว่าเป็นโชคสองชั้นเลยก็ว่าได้สำหรับแจ๊ค และ อาลีบาบา

ซึ่งหลังจากได้รับความสนใจจาก Business Week สื่อต่างประเทศอื่น ๆ ก็เริ่มสนใจอาลีบาบาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสื่อภายในประเทศรวมถึงสื่อใหญ่ ๆ จากต่างประเทศ ต่างประโคมข่าวการเกิดขึ้นของ อาลีบาบา ซึ่งตอนนั้นพร้อมแล้วที่จะออกรบในสงคราม อีคอมเมิร์ซ

มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากไม่ใช่น้อยกับ อาลีบาบา ธุรกิจใหม่ของแจ๊ค ที่เขาได้เห็นถึงอนาคตที่สดใส แม้การเริ่มต้นจะยากลำบากสักแค่ไหน แต่การมีทีมงานที่พร้อมจะสู้ไปกับเขานั้น ก็ทำให้ อาลีบาบา เริ่มเป็นที่สนใจ โดยเฉพาะจากสื่อทั้งจากภายในและต่างประเทศ ตอนนี้ ข่าวมันเริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว สำหรับ โมเดลธุรกิจใหม่อันนี้ของแจ๊ค จะเกิดอะไรขึ้นต่อกับ อาลีบาบา หลังจากซุ่มพัฒนาอยู่นานกว่าปีจนเว๊บไซต์สำเร็จไปได้ด้วยดี แผนต่อไปของแจ๊ค คืออะไร อย่าพลาดโปรดติดตามในตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 8 : Angle Fund

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Internet *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Comments