ประวัติ Google ตอนที่ 8 : April Fools

ราว ๆ ฤดูใบผลิปี 2004 ธุรกิจของ Google ได้เติบโตอย่างบ้าคลั่ง แทบจะไม่เคยมีบริษัทไหนเคยเติบโตได้รวดเร็วขนาดนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์อเมริกาเสียด้วยซ้ำ และมันถึงเวลาที่ Google จะต้องออกนวัตกรรมใหม่ ที่จะทำให้เหล่าสาวกต้องหลงรักอีกครั้ง

บริน และ เพจ เตรียมการที่จะทำให้ผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตต้องเซอร์ไพรซ์อีกครั้ง ด้วยระบบ email ใหม่ที่แตกต่างจากที่มีอยู่เดิมในท้องตลาดในขณะนั้น ซึ่งพวกเขาได้เรียกบริการใหม่นี้ว่า Gmail  ซึ่งเหล่าผู้บริหารของ Google นั้นได้เก็บเรื่องการพัฒนา Gmail ไว้เป็นความลับที่สุดยอดภายในบริษัท ที่สื่อแทบจะไม่เคยทราบมาก่อนการเปิดตัว

ระบบ email ในตลาดในขณะนั้น เต็มไปด้วยปัญหามากมาย ตัวอย่างเช่น เป็นเรื่องยากที่จะค้นหรือกู้ mail เก่า ๆ ขึ้นมา เมื่อยามที่ต้องการใช้งาน ตัวอย่าง บริการ email ของ AOL นั้นจะทำการลบ email โดยอัตโนมัติในทุก  ๆ 30 วันเพื่อลดค่าใช้จ่ายในระบบ ตอนนั้นโปรแกรม email client ส่วนใหญ่เมื่อมีการเก็บ email จำนวนมาก ๆ ก็จะทำให้ PC ทำงานช้าลงทันที ซึ่งมันเป็นปัญหาโลกแตกของผู้ใช้ email ในขณะนั้น

บริการของ AOL ทำการลบอัตโนมัติทุก ๆ 30 วัน
บริการของ AOL ทำการลบอัตโนมัติทุก ๆ 30 วัน

บรินและเพจ เสนอ ความตื่นเต้นครั้งใหญ่ให้กับผู้ใช้งาน email ด้วยการให้พื้นที่การเก็บถึง 1 กิกาไบต์ ให้สำหรับผู้ที่เปิดบัญชี Gmail ใหม่ทุกรายทันที ซึ่งแน่นอนว่ามันมากกว่าพื้นที่ของ hotmail ของ microsoft กว่า 500 เท่า รวมถึง Yahoo mail ถึง 250 เท่า ซึ่ง ปริมาณ 1 กิกาไบต์ในขณะนั้นเป็นพื้นที่มหาศาล ที่ผู้ใช้งานแทบจะไม่ต้องมีการลบ email ทิ้งเลยด้วยซ้ำ

และความสุดยอดอีกอย่างของ email ที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจนคือ ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลใน email ได้ทันที โดยแทบจะไม่จำเป็นต้องทำการแยกแยะแบ่งเป็น folder เหมือนที่ต้องทำกับบริการอื่น ๆ 

เพราะ Gmail ใช้พลังการค้นหาในรูปแบบเดียวกับที่ Google ทำ มันได้ทำให้การค้น Gmail นั้นทำได้เร็ว แม่นยำ และง่าย พอ ๆ กับการค้นหาด้วย Google นั่นเอง ก่อนการเปิดตัวต่อสาธารณชน บรินและเพจ ทดลองให้พนักงานใน GooglePlex ทดลองใช้งานและได้กลายเป็นบริการยอดนิยมทันที เหล่าพนักงานต่างตื่นเต้นอย่างมากต่อการเปิดตัวต่อสาธารณะ

Gmail ที่มาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกาไบต์
Gmail ที่มาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกาไบต์

จากนั้นบริษัทได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยเปิดให้ทดลองใช้เพียง 1,000 รายเท่านั้น และสามารถ invite กับครอบครัวได้ในจำนวนจำกัด ทำให้มีคนอยากเข้ามาใช้งานมากขึ้น ซึ่งการจำกัดจำนวนในช่วงแรกเหมือนเป็นการทดลองระบบ และทำให้เหล่าวิศวกรสามารถกำจัด Bug สำคัญ ๆ ออกไปได้ก่อนเปิดให้ใช้งานจริง ๆ 

และเพื่อความสนุกที่เพิ่มมากขึ้น บริน และ เพจนั้น เลือกที่จะประกาศบริการใหม่นี้ในวันที่ 1 เมษายน ปี 2004 ซึ่งการที่ Gmail เปิดตัวในวัน April Fool ที่เป็นวันโกหกนั้น ทำให้หลาย ๆ สื่อต่างเล่นข่าวกันยกใหญ่ในเรื่องการแจกพื้นที่ฟรี 1 กิกาไบต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มหาศาลในขณะนั้น

และมันก็ได้ผล เพราะการประโคมเรื่องนี้ของสื่อ มันได้ทำให้เกิดการพูดถึงแบบปากต่อปากทันที ทำให้บริษัท แทบจะไม่ต้องเสียค่าโฆษณาหรือทำการตลาดใด ๆ เลยด้วยซ้ำ

บรินและเพจเลือกเปิดตัว Gmail ในวัน April Fools Day
บรินและเพจเลือกเปิดตัว Gmail ในวัน April Fools Day

และแน่นอน Gmail นั้นถูกออกแบบมาเพื่อทำเงิน Google ต้องการที่จะเพิ่มปริมาณพื้นที่ในการลงโฆษณา การทำกำไรจาก Gmail นั้น บริน และ เพจ ได้วางโฆษณาขนาดเล็กไว้ด้านขวาของ Gmail ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่อยู่ด้านขวาของหน้ารายงานผลการค้นหาข้อมูลของ Google

แต่อย่างไรก็ดี หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับแผนของ Google ที่จะลงโฆษณาใน Gmail นั้น ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายต่างออกมาโจมตี Google ทันทีในเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ามันเป็นการลุกล้ำความเป็นส่วนตัวที่น่ารังเกียจ ความคิดของ Google ที่จะลงโฆษณาใน Gmail โดยอ้างอิงจากเนื้อหาของ mail นั้น มันดูเหมือนเป็นการล้ำเส้นอย่างชัดเจน

แต่มันก็ดูเหมือนจะฉุดความร้อนแรงของ Gmail ไว้ไม่อยู่ ถึงขนาดที่ว่า มีการประมูลบัญชี Gmail ที่ Google แจกฟรีให้ทดลองในช่วงแรก มีการปั่นราคากันไปสูงถึงกว่า 100 เหรียญเลยทีเดียว

แม้จะมีกระแสในแง่ลบในเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่บรินและเพจ นั้นก็มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของนวัตกรรมใหม่ ที่มันต้องใช้เวลาในการให้คนปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง บริน และ เพจเริ่มสื่อสารอย่างชัดเจนออกมาว่า โฆษณาจะเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่ผู้ใช้อ่าน และจะไม่มีข้อมูลใด ๆ ถูกส่งออกไป Google นั้นมีการปกป้องความเป็นส่วนตัวรวมถึง mail ของลูกค้าทุกคนเต็มที่อยู่แล้ว

บรินและเพจ ได้เข้าปรึกษากับ แบรด เท็มเพิลตัน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมุมมองทางการเมือง และ เรื่องของความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เท็มเพิลตัน นั้นเป็นหนึ่งในคนดังในวงการเพราะเป็นคนที่คิดค้น เรื่องการใส่จุดลงใน .com ตอนเริ่มต้นการสร้าง URL เพื่อระบุ Address ที่อยู่ของเว๊บไซต์

บรินและเพจ ได้เข้าปรึกษากับ แบรด เท็มเพิลตัน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
บรินและเพจ ได้เข้าปรึกษากับ แบรด เท็มเพิลตัน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ

เท็มเพิลตัน นั้น ได้กล่าวเปรียบเทียบเรื่องของ หน่วยงานการให้เครดิตของระบบธนาคาร บันทึกทางการแพทย์ ซึ่งสุดท้ายข้อมูลเหล่านี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกนำขึ้นออนไลน์ ซึ่งมันไม่สามารถที่จะได้รับการคุ้มครองได้อย่างสมบูรณ์เหมือนกับ เนื้อหาของ mail ที่ Gmail กำลังทำอยู่

สุดท้ายแล้วนั้นผู้ใช้งานก็จะปรับตัวเอง ซึ่งหลังจากนั้นกลุ่มต่าง ๆ ที่เรียกร้องความเป็นส่วนตัวก็ได้เริ่มหันมาใช้ Gmail กันอย่างมาก พวกเขาก็เริ่มที่จะชื่นชมมัน และเมื่อคนจำนวนมากขึ้นได้ใช้ Gmail สุดท้ายเรื่องของนวัตกรรมและประสิทธิภาพของมันก็จะชนะใจผู้ใช้ และความห่วงใยเรื่องความเป็นส่วนตัวก็จะลดลงไปจนจางหายไปในที่สุด ซึ่งแน่นอน สิ่งที่ บริน และ เพจสามารถทำสำเร็จได้อีกครั้ง เพราะสิ่ง ๆ นี้คือนวัตกรรมที่ออกมาจาก Google เพื่อสร้างบริการที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง

–> อ่านตอนที่ 9 : Going Public

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :When Larry Met Sergey *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

Credit แหล่งข้อมูลบทความ


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com