เรื่องของ George Floyd ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือพลวัตของเทคโนโลยี

ต้องบอกว่ากลายเป็นกระแสลุกลามไปทั่วทั้งโลกเสียแล้วสำหรับการเสียชีวิตของ George Floyd ที่เสียชีวิตโดยการกระทำที่เกินกว่าเหตุของตำรวจของอเมริกา ที่ทำให้กระแส Racism นั้นกลับมาเป็นประเด็นที่น่าสนใจอีกครั้ง

แน่นอนว่าประเด็นเรื่องการเหยียดผิว หรือ Racism นั้นเป็นประเด็นที่ฝังลึกอยู่ในชนชาติอเมริกามาอย่างยาวนาน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด กับเหตุการณ์แนวนี้ที่เกิดขึ้นมานับต่อนับ ในประวัติศาสตร์ของอเมริกา

และมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายไปแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การซุกปัญหาไว้ใต้พรมเพียงเท่านั้น ผ่านการแสดงออกของประเทศอเมริกาว่าเป็นประเทศเสรีภาพและความเท่าเทียม ที่เหมือนเป็นต้นแบบของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก

ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจในเรื่องราวเหล่านี้ และ ชอบดู Series ของทางฝั่งอเมริกา ที่เป็นแนวสารคดี ที่เกี่ยวข้องกับ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Racism การเหยียดสีผิว หรือ ความยุติธรรม สองมาตรฐานที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในอเมริกา

อย่างเรื่องราวล่าสุดที่น่าสนใจนั่นก็คือ Series ในชุด trial by media ของ Netflix ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในประเด็น Racism ที่น่าสนใจ ซึ่งก็เป็นเรื่องราวที่คล้าย ๆ กับที่เกิดขึ้นกับ George Floyd ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้นั่นเอง

ตัวอย่าง Case ที่เกิดขึ้น ที่ลากเข้าสู่เรื่องของ Racism ของการเหยียดผิว และเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ในยุคนั้นอย่างคดีของ Amadou Diallo ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าเป็นผู้ร้าย และถูกกระหน่ำยิง 41 นัด ทั้งที่เขาแทบจะไม่มีอาวุธและเส้นทางให้หลบหนีเลยด้วยซ้ำที่หน้าประตูอพาร์ทเมนต์ของตัวเขาเอง

หรือในคดี Bernard Goetz ที่ยิงคนที่วัยรุ่นผิวดำ ที่จะเข้ามาปล้นตัวเขาด้วยอาวุธคือไขควงเล็ก ๆ ซึ่งทั้งสองคดีนี้ ก็ทำให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในคดีของ George Floyd แต่มันไม่ได้ลุกลามบานปลายอย่างที่เราเห็นกันในยุคปัจจุบัน

ซึ่งต้องบอกว่าเรื่องราวของฝั่ง Racism ในการเหยียดเชื้อชาติหรือสีผิว และฝั่งต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ หรือ สีผิวนั้น มันไม่ใช่เรื่องใหม่ของชาวอเมริกัน เพราะมันมีมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งประเทศ ผ่านประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่ยาวนานของอเมริกา ตั้งแต่ยุคค้าทาส เลิกทาส ยุคที่เริ่มมีการออกกฏหมายยุติการแบ่งแยกโดยเฉพาะในเรื่องของสีผิว ที่มีการนำโดย มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จนไปถึงการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ บารัค โอบามา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของอเมริกา

เรียกได้ว่า พวกเขาได้ต่อสู้กับเรื่องราวเหล่านี้ในเรื่องการเหยียดสีผิว เหยียดเชื้อชาติ ซึ่งมีมาตลอดในทุกยุคทุกสมัย

แล้วทำไมประเด็นของ George Floyd ถึงการเป็นกระแสลุกลามไปทั่วโลก?

ต้องบอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ ของอเมริกา​ หรือ แม้กระทั่งโลกของเราก็คือ พลวัตของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปต่างหาก ที่เป็นตัวเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านี้ ให้มีความซับซ้อน และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปกว่าเมื่อก่อน

สิ่งแรกที่เทคโนโลยีเข้าไปเกี่ยวข้องก็คือ Camera Anywhere ในปัจจุบัน ที่ทุกทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นมือถือที่ติดตามตัวเรา กล้องหน้ารถยนต์ กล้อง CCTV ต่าง ๆ ซึ่งทำให้สามารถจับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีตได้แบบแทบจะ Realtime เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ และเข้าถึงได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมันคงเป็นเรื่องยากในอดีต ที่จะมีกล้องคอยจับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกเหมือนในปัจจุบัน

และพลังขับเคลื่อนที่สำคัญก็คือ พลังของ Social Media นั่นเองที่ทำให้เรื่องราว ที่เกิดขึ้นเหตุการณ์ drama ที่เกิดขึ้นที่อยู่ทุกมุมโลก เราสามารถเสพมันได้แทบจะทันที หลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเพียงไม่นาน ผ่านการแชร์อย่างบ้าคลั่ง รวมถึงพลังของอัลกอริธึมของ Social ที่ยิ่งแชร์ มันก็ยิ่งกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเหตุการณ์เหมือนที่ George Floyd ถูกกระทำนั้นไม่ใช่เรื่องเรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ใหม่ คือพลังที่กำลังขับเคลื่อนมันที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก

ที่พลังของเทคโนโลยีต่าง ๆ นั้น ได้ขับเคลื่อนเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมทุกสังคมทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นดราม่า ที่จะถูกใจ อัลกอรึธึมของบรรดาแพลตฟอร์ม Social มากกว่าเรื่องราวปรกติอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมรอบตัวเรา

ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคต เรื่องราวเหล่านี้ คงเกิดขึ้นอีก เพราะเรื่องราวของการเหยียดสีผิว หรือ เชื้อชาตินั้น มันไม่ได้จางหายไปไหน แต่มันเพียงแค่ถูกซุกไว้ใต้พรม เพื่อรอการระเบิดขึ้นมาอีกครั้งเพียงเท่านั้น

แต่เมื่อพลวัตของเทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วอย่างที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตนั้น เมื่อเหตุการณ์ตัวอย่างของ George Floyd เป็นบทเรียนที่สำคัญที่ทำให้เราได้เห็นถึงพลังของเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง

มันก็อาจจะทำให้เกิดการวิวัฒนาการ ให้ เรื่องราวของการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาตินั้น ไปอยู่ในฉากหลังที่ไม่ได้ผ่านหน้ากล้องแทน และไม่ได้เกิดขึ้นในฉากหน้าให้เราได้เห็นอีกต่อไป เพราะผู้คนเหล่านี้ต่างเกรงกลัวกล้องที่มีอยู่ในทุก ๆ ที่ ในยุคที่เรียกได้ว่า Camera Anywhere เหมือนดั่งกรณีของ George Floyd ที่กำลังบานปลายเหมือนอย่างที่เราได้เห็นกันในตอนนี้นั่นเองครับผม


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com