Digital Music War ตอนที่ 8 : Project Argo

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ iPod ที่พลิกทำให้ Apple กลับมาสร้างรายได้ รวมถึงกำไรได้สูงที่สุดนับตั้งแต่บริษัทได้เริ่มก่อตั้งมา มันได้กลายเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญกับคู่แข่งทั้งหลายในตลาดธุรกิจเพลงดิจิตอลที่ iPod เป็นผู้นำของตลาดอยู่ในขณะนั้น 

ในฟากฝั่งของ Microsoft เองหลังจากล้มเหลวไม่เป็นท่ากับ PlayForSure ซึ่ง Microsoft ไม่สามารถทำให้ Wall-Mart และ Best Buy รู้สึกสบายใจขึ้นมาได้เลย สตีฟ บอลเมอร์ ซึ่งในขณะนั้นรั้งตำแหน่ง CEO ของ Microsoft เต็มตัวแล้วได้ เรียกประชุมเหล่าหัวหน้าแผนกอุปกรณ์และความบันเทิงเพื่อเตรียมทำศึกนี้อีกครั้ง

ทิศทางที่ผ่านมาของบริษัทนั้นชัดเจนเป็นอย่างมากว่า iPod เป็นคู่แข่งศัตรูคู่อาฆาตเบอร์หนึ่งที่ Microsoft ต้องหาวิธีในการล้มให้จงได้ และ PlayForSure รูปแบบสมัครสมาชิกแบบเก่า ๆ ของ Microsoft นั้นมันไม่ได้ผลอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น ทางเดียวที่จะสู้ iPod ได้คือ Microsoft ต้องสร้างเครื่องเล่นเพลงออกมาสู้เท่านั้น

Playforsure ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า
Playforsure ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า

วิสัยทัศน์ของ สตีฟ บอลเมอร์นั้น ชัดเจนว่า ในระยะสั้น Microsoft ต้องมีสินค้าเพื่อมาชนกับ iPod โดยตรง เพราะ iPod กำลังระบาดไปทั่วโลก กลายเป็นสินค้าที่ลูกค้าทั่วโลกหลงใหล พร้อมที่จะทุ่มเงินเต็มที่เพื่อได้เป็นเจ้าของเจ้า iPod ซักเครื่องให้ได้

ซึ่งแน่นอน ว่า Brand ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง Microsoft ต้องมีแบรนด์ที่ทรงพลัง ที่จะแข่งกับ iPod ส่วนในแผนระยะยาว Microsoft ต้องมีโทรศัพท์ที่เล่นเพลงได้ และ Microsoft นั้นมีเงินทุน และทรัพยากรบุคคลามากพอที่จะสานต่อทั้งสองภารกิจนี้ให้สำเร็จได้

ในเดือน มีนาคม 2006 Microsoft จึงได้เริ่มโครงการอาร์โก (Project Argo) ขึ้น ซึ่งมีการประเมินว่า Microsoft ต้องลงทุนประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างเครื่องเล่นเพลงของตัวเอง และสามารถเอาชนะ iPod ของ Apple ได้ด้วยคุณภาพของ Software ที่ Microsoft สร้างขึ้นมา เพราะเรื่อง Software นั้น Microsoft ไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้วในตลาดเทคโนโลยี

มีการถกเถียงกันภายในอย่างมากมายในแผนกอุปกรณ์และความบันเทิง มีเหล่าผู้บริหารหลายคนออกมาเตือนว่า เครื่องเล่นเพลงที่ Microsoft คิดจะสร้างขึ้นมานั้น จะกลายเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ และ มีราคาแพงอย่างแน่นอน เมื่อเทียบกับ Xbox ที่ Microsoft ลงทุนไปแล้วกว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่สามารถทำกำไรได้เลยด้วยซ้ำ

แต่พวกผู้บริหารระดับสูงที่นำโดย สตีฟ บอลเมอร์ นั้นได้ชั่งน้ำหนักทุกอย่างแล้ว และพร้อมที่จะเสี่ยง จึงสั่งให้เดินหน้าเต็มอัตราศึก และคนในบริษัทก็พร้อมที่จะลุยกับโปรเจคนี้อย่างเต็มที่ และ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ Microsoft กำลังสู้กับ Google อย่างเต็มที่ในศึกตลาดการค้นหา

เรียกได้ว่า Microsoft ได้ลุยศึก สองทางในช่วงระยะเวลาเดียวกันด้วยซ้ำ จะพลาดไม่ได้ซักทางเพราะเป็นอนาคตที่สำคัญของบริษัท ซึ่ง เป็นสิ่งที่ Microsoft มั่นใจมาโดยตลอดจากประวัติที่ผ่านมาของพวกเขา

พวกเขาสามารถเอาชนะโปรแกรม Lotus , WordPerfect , NetScape ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็น case ของ NetScape

การเกิดขึ้นของ NetScape นั้นเหมือนเป็นการปลุกยักษ์ให้ตื่น Microsoft ในสมัยนั้นเป็นบริษัทที่มูลค่าแทบจะสูงที่สุดในโลกของ Technology Company ซึ่ง Bill Gate ก็ไม่รอช้า ในช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ Microsoft ต้องออก OS ใหม่พอดีซึ่งก็คือ Microsoft Windows 95  

โดยทาง Microsoft นั้นใช้แผนที่เหนือเมฆ คือนำ Internet Exproler ออกสู่ตลาดโดยแถมมากับระบบปฏิบัติการ Windows 95 เลยแทบจะทันที โดย microsoft นั้นก็ได้พัฒนาตัว IE โดยใช้พื้นฐานมาจาก Mosaic ที่ Marc เป็นคนพัฒนาขึ้นในตอนอยู่  University of illinois of Urbana Chanpaign นั่นเอง

ซึ่ง Microsoft นั้นเป็นบริษัทที่ทุนหนาอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาเรื่องการเงินแต่อย่างใด ในการแถม Browser ไปกับระบบปฏิบัติการ และเป็นยิ่งส่งเสริมให้คนหันมาใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows 95 มากยิ่งขึ้นเสียไปอีก ซึ่งเป็นความโหดมากของ microsoft ในการแทบจะ ฆ่า Netscape ออกไปจากตลาด และ เพิ่มยอดขายของ Windows 95 เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว

Case Study ของ NetScape ที่ Microsoft ใช้ทุกวิถีทางกำจัดออกตลาดไปได้สำเร็จ
Case Study ของ NetScape ที่ Microsoft ใช้ทุกวิถีทางกำจัดออกตลาดไปได้สำเร็จ

สุดท้ายก็มีการฟ้องร้องกันหาว่า Microsoft ผูกขาดการตลาดของระบบปฏิบัติการ ทางฝั่ง microsoft นั้นก็ไม่แยแสในเรื่องที่เกิดขึ้นเดินหน้าแถม Browser ต่อไปจนครองส่วนแบ่งแทบจะทั้งหมดของ Browser ในขณะนั้นได้ในที่สุดเป็นการปิดฉากเหลือแค่ชื่อของ NetScape ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ก็ต้องมาติดตามกันต่อว่า เมื่อ Microsoft เอาจริงและพร้อมทุ่มเททรัพยากรเต็มอัตราศึก เหมือนทุก ๆ ศึกที่ Microsoft เอาชนะมาได้ และยังได้รับการสนับสนุนเต็มที่จาก สตีฟ บอลเมอร์ ที่มีธุรกิจด้านบันเทิงรูปแบบดิจิตอลเป็นเดิมพัน จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับการเผด็จศึก Apple ในครั้งนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 9 : Zune

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Comments