Bill Gates เตือน ถ้าคุณไม่รวยอย่าง Elon Musk ก็อย่าไปเสี่ยงกับ Bitcoin ช่วงตลาดบูม

Bill Gates บุคคลที่ร่ำรวยอันดับสามของโลกไม่ได้คลั่งไคล้ bitcoin ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมาเตือนเรื่องการลงทุนใน Bitcoin ในช่วงที่ตลาดกำลังบูม

จากคำกล่าวของมหาเศรษฐี Bitcoin ไม่เพียง แต่ใช้พลังงานจำนวนมากเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างปัญหาให้กับนักลงทุนที่อาจไม่มีเงินเหลือเฟือ เนื่องจากราคาที่มีความผันผวนสูงมาก ๆ

“Elon มีเงินมหาศาลและเขาก็มีความซับซ้อนมาก ดังนั้นผมจึงไม่ต้องกังวลว่า Bitcoin ของเขาจะทำให้เขาล้มละลาย หรือ รวยมากกว่าขึ้นกว่าเดิม” Gates ได้บอกกับบลูมเบิร์กในการให้สัมภาษณ์ “ผมคิดว่ามีคนเข้ามาในโลกของ Bitcoin จากความคลั่งไคล้เหล่านี้ ซึ่งอาจไม่มีเงินเหลือเฟือเหมือน Elon Musk ดังนั้นผมจึงไม่ชอบ Bitcoin และความคิดทั่วไปของผมก็คือถ้าคุณมีเงินไม่มากเท่ากับ Elon คุณก็น่าจะดูมันออก”

Bitcoin ร่วงลง 13% ในวันอังคารที่ประมาณ 46,817 ดอลลาร์ซึ่งร่วงลงจากสถิติ 58,354 ดอลลาร์เมื่อสองวันก่อนเนื่องจากนักลงทุนทำกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี

Gates ผู้ใจบุญและนักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหนังสือ “วิธีหลีกเลี่ยงภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ” เพิ่งวางขายเมื่อไม่นานมานี้ได้กล่าวว่า cryptocurrencies ทำให้มีผู้คนต้องล้มละลายเป็นจำนวนมาก และเขายังคิดว่าการไม่เปิดเผยตัวตนที่อยู่เบื้องหลังการทำธุรกรรม bitcoin ไม่ใช่เรื่องดี

“มูลนิธิของ Gates ทำหลายอย่างในแง่ของสกุลเงินดิจิทัล แต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณสามารถดูได้ว่าใครเป็นผู้ทำธุรกรรม” เขากล่าวในบทสัมภาษณ์ของบลูมเบิร์ก “เงินดิจิทัลเป็นสิ่งที่ดีซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างออกไป”

Janet Yellen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังเป็นแกนนำเกี่ยวกับข้อสงสัยของเธอเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากปริมาณพลังงานที่ใช้ในการขุดโทเค็นดิจิทัลเหล่านี้

“ฉันไม่คิดว่าบิตคอยน์ถูกใช้เป็นกลไกการทำธุรกรรมอย่างกว้างขวาง” Yellen กล่าวกับนิวยอร์กไทม์สเมื่อวันจันทร์ “นี่เป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการทำธุรกรรมและปริมาณพลังงานที่ใช้ไปในการประมวลผลธุรกรรมเหล่านั้นมีจำนวนมากจนเกินไป”

ต้องบอกว่าเป็นคำเตือนที่น่าสนใจจาก Bill Gates ที่เป็นบุคคลในกลุ่มฝั่งเทคโนโลยีที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะสนับสนุนเรื่องของเทคโนโลยีอย่าง Bitcoin เป็นส่วนใหญ่

ส่วนตัวเองก็คิดว่าสุดท้ายแล้ว Bitcoin มันก็ไม่ได้แตกต่างจากการลงทุนรูปแบบอื่นที่โลกเราได้สรรค์สร้างขึ้นมา ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดก็แทบไม่ต่างจากรูปแบบการลงทุนอย่างอื่นที่เคยมีมาในอดีต

มีเพียงชนชั้นนำเล็ก ๆ เพียงไม่ถึง 1% ที่ร่ำรวยจากโลกการเงินแนวคิดใหม่นี้ ในขณะที่ 99 เปอร์เซ็นต์นั้นก็เป็นคนจนเหมือนเคย หรือไม่ก็ล้มละลายไปเลยจาก Case ตัวอย่างของ Mt.Gox

ย้อนกลับไปที่แนวคิดตั้งต้น Bitcoin ได้สัญญาว่าจะกระจายผลประโยชน์ให้กับผู้ใช้ทุกคน แต่ในปัจจุบัน มูลค่าของเศรษฐกิจใน Bitcoin เป็นของคนไม่กี่คนที่ร่ำรวยขึ้นมา

การเกิดขึ้นของเหรียญใหม่ส่วนใหญ่ที่ออกในแต่ละวันถูกรวบรวมโดยกลุ่มเหมืองแร่ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งถ้ามองว่า Bitcoin คือแนวคิดของโลกการเงินแบบใหม่ แต่ถึงวันนี้มันก็ได้พิสูจน์ในระดับนึงแล้วว่า มันไม่ได้แตกต่างจากโลกการเงินหรือการลงทุนแบบเก่า ๆ ที่เราเคยเห็นกันในอดีตเลยนั่นเองครับผม

–> อ่าน Blog Series : Digital Gold – The inside Story of Bitcoin

ผู้สนับสนุน..

╔═════════════════════════╗
🔥ติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับธุรกิจของคุณ วันนี้พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม🔥
DNA Power CO.,LTD. รับติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์บนหลังคาบ้าน, โรงงาน, อาคารพาณิชย์ และสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท. รับประกันแผงโซล่าร์ 20 ปี / อินเวอร์เตอร์ 5 ปี / ประกันการติดตั้ง 2 ปี คืนทุนภายใน 4 ปีครึ่ง
╚═════════════════════════╝

⚡ ฟรี!ค่าสำรวจหน้างาน
⚡ ฟรี!ค่าประเมินราคา
⚡ ฟรีค่าขออนุญาตติดตั้ง
📲 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 086-600-3022
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/37zNHnI
🌐 ตัวอย่างผลงานการติดตั้ง : http://bit.ly/2NrCr5Z

References : https://markets.businessinsider.com/currencies/news/bill-gates-not-bullish-bitcoin-uses-energy-elon-musk-boom-2021-2-1030111996
https://www.cnet.com/personal-finance/bitcoin-falls-after-concerns-expressed-by-musk-gates-and-yellen/
https://edition.cnn.com/2021/02/23/investing/bitcoin-prices-fall-yellen-gates/index.html

Blog Series : Digital Gold – The inside Story of Bitcoin

เปิดต้อนรับปีใหม่ 2021 ขอกลับมาเขียนเรื่องราว Story ของ Bitcoin สกุลเงินดิจิตอลที่กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการการเงินโลก ที่ตอนนี้ มูลค่าต่อเหรียญได้ทะลุ 1 ล้านบาท ไปเป็นที่เรียบร้อย

The Bitcoin Concept เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสถานการณ์ที่เรียบง่าย เมื่อมีการโพสต์ลงใน mailing list ที่คลุมเครือ โดยผู้เขียนไร้ตัวตนที่มีนามว่า Satoshi Nakamoto ในปี 2009

จากจุดเริ่มต้น Satoshi มองเห็นภาพดิจิตอลอะนาล็อกไปจนถึงทองคำสมัยเก่านั่นคือเงินสากลรูปแบบใหม่ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของและใช้จ่ายได้ทุกที่ เช่นเดียวกับทองคำเหรียญดิจิทัลใหม่เหล่านี้มีค่าพอ ๆ กับที่ใครบางคนเต็มใจจ่ายเพื่อพวกเขาซึ่งในตอนแรกไม่มีอะไรเลย

แต่ระบบถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เช่นเดียวกับทองคำ Bitcoins จะเป็นสิ่งที่หายาก เพราะมีเพียง แค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้นที่จะถูกปล่อยออกมาและยากที่จะปลอมแปลง เช่นเดียวกับทองคำจำเป็นต้องมีการเผยแพร่สิ่งใหม่ ๆ จากแหล่งที่มา ซึ่งเป็นเรื่องของงานคำนวณในกรณีของ Bitcoins

Bitcoin ยังมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนมากกว่าทองคำในฐานะที่ใหม่ในการจัดเก็บมูลค่าโดยไม่ต้องใช้การขนส่งใด ๆ ในการเคลื่อนย้าย Bitcoins จากลอนดอนไปยังนิวยอร์ก เพียงแค่ใช้คีย์ดิจิทัลส่วนตัวและคลิกเมาส์ เพื่อความปลอดภัย Satoshi อาศัยสูตรทางคณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อน และยากต่อการ hack ได้

หนังสืออ้างอิง
หนังสืออ้างอิง

Blog Series ชุดนี้จะมาเล่าที่มาที่ไป ของการก่อกำเนิดขึ้นของ Bitcoin ชายลึกลับที่มีนามว่า Satoshi Nakamo และเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ที่ผมเรียบเรียงจากหนังสือสามเล่ม คือ Bitcoin Millionaires โดย Ben Mezrich , Digital Gold โดย Nathaniel Popper และ This Machine Kills Secrets โดย Andy Greenberg รวมถึงแหล่งข้อมูลจากเว๊บไซต์ออนไลน์ต่าง ๆ ที่จะมาประกอบใน Blog Series ชุดนี้กันครับผมโปรดอย่าพลาดติดตามกันนะครับผม

–> อ่านตอนที่ 1 : Prologue

Credit แหล่งข้อมูลบทความ

หนังสือ Bitcoin Millionaires โดย Ben Mezrich

หนังสือ Digital Gold โดย Nathaniel Popper

หนังสือ This Machine Kills Secrets โดย Andy Greenberg

ปัญหา Double-Spending กับการก่อกำเนิดขึ้นของ Blockchain

จากการที่เคยพุ่งทะยานไปจนถึงจุดสูงสุดของมูลค่า Bitcoin ที่เป็น Crypto Currency ที่มีมูลค่าสูงสุด ซึ่งทำให้มีผู้คนร่ำรวยไปเป็นจำนวนมาก และในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายคนที่ขาดทุน จนหมดตัว กับการซื้อขายสกุลเงิน ดิจิตอลอย่าง Bitcoin

Satoshi Nakamoto นั้น ได้ทำการสร้าง Bitcoin และทำการ design ส่วนของ reference สำหรับการให้คนอื่นมา implement ต่อ  ซึ่งเค้าได้ทำการสร้าง database ตัวแรกของ blockchain รวมถึงได้ทำการแก้ปัญหาสำคัญของ digital currency คือ การแก้ปัญหาในเรื่อง double-spending 

ปัญหา Double-Spending คืออะไร?

ปัญหา double spending นั้นเป็นปัญหาที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี blockchain ซึ่งเงินในรูปแบบ digital นั้น เราสามารถที่จะใช้ token เดียวกันในการจ่ายเงินได้มากกว่า 1 ครั้ง ซึ่งเนื่องจาก digital token นั้นอยู่ในรูปแบบของ file digital ซึ่งสามารถที่จะทำซ้ำหรือปลอมแปลงขึ้นมาได้ง่าย เช่นเดียวกับรูปแบบของเงินปลอม ซึ่งปัญหาของ Double-Spending นั้นหากไม่ได้รับการแก้ไขอาจนำมาซึ่งอัตราเงินเฟ้อได้ในระยะยาว และอาจจะทำให้ไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานในที่สุด

ตัวอย่างง่าย ๆ ให้เห็นภาพของปัญหา Double-Spending

สมมติว่าเรามีนาฬิกา 1 เรือน หากเราอยากจะมอบให้ใคร เราก็จะมอบนาฬิกาเรือนนั้น ให้คนๆนั้นได้คนเดียว แต่เมื่อการส่งนาฬิกาให้กันอยู่ในรูปแบบดิจิตอล เช่น ไฟล์ภาพนาฬิกา เราก็สามารถส่งภาพนาฬิกาได้ ทาง facebook , Line หรือ email ให้มีหลายคนได้ในเวลาพร้อมกัน  ด้วยเหตุนี้ Blockchain จึงต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “ผู้ตรวจสอบการทำธุรกรรมซ้อน” หรือ Miner ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกเลือกขึ้นมาในเครือข่ายของ Blockchain นั้นๆ นั่นเอง

การพัฒนา Bitcoin

เริ่มต้นจากในเดือนตุลาคมปี 2008 Nakamoto ได้ทำการส่ง paper ไปยัง metzdowd.com โดยเขาได้อธิบายเกี่ยวกับ bitcoin digital currency โดยมีหัวข้อของ paper คือ “Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System” ซึ่งหลังจากนั้นในเดือนมกราคม ปี 2009 ทาง Nakamoto ได้ทำการปล่อยตัว software version แรก โดยได้เริ่มสร้าง units แรกของ bitcoin ในรูปแบบของ bitcoin cryptocurrency และได้ปล่อยไปยัง website opensource ชื่อดังอย่าง sourceforge.net ในวันที่ 9 มกราคมปี 2009

ซึ่ง Nakamoto ได้อ้างว่าเขาได้เริ่มพัฒนา code ของ bitcoin ในปี 2007  ซึ่งการออกแบบตั้งแต่ตอนแรกนั้นเขาได้ออกแบบให้มีการรองรับประเภทของธุรกรรมได้หลากหลายรูปแบบ เขาจึงใช้ solution ที่เป็นรหัสเฉพาะตั้งแต่เริ่มต้น โดยผ่านการใช้ predicative script

หลังจากนั้น Nakamoto ได้ทำการสร้าง website bitcoin.org  และได้เริ่มหาความร่วมมือจากนักพัฒนาคนอื่น ๆ จนกระทั่งกลางปี 2010 เขาได้เริ่มส่งมอบตัว sourcecode ให้กับ Gavin Andresen และได้ทำการโอน อีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับ bitcoin ไปยังสมาชิกที่มีความสามารถโดดเด่นใน community ของ bitcoin  และเริ่มที่จะหยุดการมีส่วนร่วมกับโครงการดังกล่าว

โดย Nakamoto นั้นได้ทิ้งข้อความที่สำคัญไว้ใน block แรกของ bitcoin คือ “The Times 3 January 2009 Chancellor on binkout for bailout for the bank” จึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า block แรกของ bitcoin นั้นมีการถือกำเนิดขึ้นใน วันที่ 3 มกรามคม ปี 2009 เวลา 18:15:05 GMT  ซึ่ง block แรกนี้ถือเป็น block ประวัติศาสตร์ของ bitcoin เพราะจะไม่เหมือนกับ block อื่น ๆ ที่ create ตามมาภายหลังจนถึงปัจจุบัน เพราะ เป็น block เดียวที่ไม่มี References อ้างไปถึง block ก่อนหน้า ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้เริ่มมีการทดสอบ transaction ตั้งแต่ในช่วงกลางเดือนมกราคม ปี 2009 และก็เริ่มมีคนมาสร้างเหมืองทำ bitcoin ต่อมาจวบจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งจากข้อมูลที่เปิดเผยของ transaction log ที่เป็น address ของ Nakamoto นั้นประเมินว่าเขามีปริมาณ bitcoins อยู่ที่ 1 ล้าน bitcoins ซึ่ง ณ วันที่ 17 ธันวาคม ปี 2017 ที่ราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของ bitcoin นั้นทำให้เขามีทรัพย์สินเป็นมูลค่ากว่า 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่รวยเป็นอันดับที่ 44 ของโลกโดยทันที

References : https://en.wikipedia.org/wiki/Double-spending https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain https://en.wikipedia.org/wiki/Bitcoin

Crypto ATMs กับอนาคตการแทนที่ตู้ ATM แบบเดิม ๆ

จำนวนตู้เอทีเอ็ม Bitcoin ( BTMs ) ทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลกมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นถึง 5,000 เครื่อง เป็นครั้งแรกจากการตรวจสอบของ CoinATMRadar ที่มีการยืนยันเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา

จากสถิติล่าสุดขณะนี้มี 5,006 BTM เครื่อง อยู่ใน 90 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเหล่าผู้ใช้งาน cryptocurrency สามารถซื้อหรือขาย bitcoin ( BTC ) โดยที่เครื่องบางเครื่องนั้นสามารถให้บริการทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน 

จากข้อมูลนั้นจะแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจของ BTM โดยที่ประเทศสหรัฐฯเป็นผู้นำเทรนด์เนื่องจากมีสถานที่ที่รองรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลดิจิตอลทั้งหลายและสกุลเงินรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ 

ซึ่งเพียงในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้เห็นการติดตั้งตู้ BTM ทั้งหมด 150 เครื่อง เฉลี่ยโดยประมาณ 6 เครื่องต่อวัน เมื่อไม่นานมานี้บริษัท General Bytes ได้ก้าวเข้าสู่วงการการเงินดิจิตอลโดย Genesis Coin ในฐานะผู้ผลิตเครื่องที่มีจำนวนตู้ BTM มากที่สุด

ตามที่ Cointelegraph รายงานในปี 2019 ตอนนี้มันไม่ได้เป็นเพียงรุ่น BTM แบบ ‘คลาสสิค’แบบเดิม ๆ เท่านั้น ที่กำลังขยายตัว แต่ยังมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึง วิธีการอื่นในการซื้อขาย BTC ซึ่งในข้อตกลงก่อนหน้านี้ บริษัทสร้างตู้หยอดเหรียญอย่าง Coinstar นำเสนอฟังก์ชั่นของ bitcoin ไปแล้วกว่า 2,200 แห่งทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา 

ในประเทศสหรัฐนั้นปัจจุบันมี BTMS มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนเครื่องทั้งหมดทั่วโลกและยังมีโครงการนำร่องใหม่ในเดือนนี้ที่จะมีการนำเครื่องมาเปิดบริการในร้านค้าสะดวกซื้อในรัฐแอริโซนาและเนวาดา

“ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับองค์กรที่มีชื่อเสียงอย่าง Circle K” Marc Grens ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งผู้ให้บริการเข้ารหัสดิจิตอล DigitalMint กล่าวในการแถลงข่าววันที่ 20 มิถุนายน 

“ การเป็นหุ้นส่วนครั้งนี้เป็นการเปิดประตูสำหรับการขยายการเข้าถึง Bitcoin ไปยังตลาดใหม่ ๆ ทั่วโลก”

การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาด BTM มีแนวโน้มที่จะลดค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าบริการบนโลกออนไลน์อย่างเห็นได้ชัด 

References : 
https://cointelegraph.com/news/there-are-now-more-than-5000-bitcoin-atms-around-the-world

น้ำขึ้นให้รีบตัก Facebook เตรียมลุยตลาด Cryptocurrency

Facebook มีแผนจะเปิด cryptocurrency ของตนโดยในช่วงไตรมาสแรกของปีถัดไปรายงานข่าวขจากบีบีซี โดยบริษัทคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลเงินในช่วงฤดูร้อนนี้ก่อนที่การทดสอบจะเริ่มขึ้นในภายหลังในปี 2562

สกุลเงินซึ่งถูกเรียกว่าภายในว่า “ GlobalCoin” จะมีรายงานในประเทศต่างๆ หลาย ๆ ประเทศในช่วงเปิดตัว เพื่อเสนอการชำระเงินที่ปลอดภัยและราคาไม่แพงสำหรับคนทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร

โดยสกุลเงินดังกล่าวจะต้องเอาชนะอุปสรรคทางเทคนิคและกฎระเบียบจำนวนมากก่อนที่จะสามารถเปิดตัวได้  

Mark Zuckerberg CEO ของ Facebook ได้พบกับ Mark Carney ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศอังกฤษเพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัลที่วางแผนไว้ อย่างไรก็ตาม Facebook อาจมีงานหนักในมือของพวกเขาในอินเดียซึ่งมีทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรต่อสกุลเงิน CryptoCurrency  

สื่ออินเดียรายงานว่า จุดสนใจหลักสำหรับสกุลเงินใหม่ซึ่ง Facebook หวังว่าจะช่วยให้แรงงานอินเดียในต่างประเทศส่งเงินกลับบ้านให้กับครอบครัวโดยใช้ WhatsApp ที่ Facebook เป็นเจ้าของเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับพวกเขา

Facebook ต้องการเพิ่มความสะดวกให้แรงงานชาวอินเดียในการโอนเงิน
Facebook ต้องการเพิ่มความสะดวกให้แรงงานชาวอินเดียในการโอนเงิน

บริษัท อยู่ในระหว่างการเจรจากับกระทรวงการคลังของสหรัฐฯรวมถึง บริษัท โอนเงินเช่น Western Union เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการดำเนินงานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิตอล

ครั้งแรกที่เราได้ยินเกี่ยวกับความทะเยอทะยานด้าน cryptocurrency ของ Facebook เมื่อเดือนพฤษภาคมเมื่อมีรายงานว่า David Marcus ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของ Coinbase และเคยเป็นประธานของ PayPal ระหว่างปี 2555 ถึง 2557 เป็นผู้นำของแผนกบล็อกเชนใหม่ของ Facebook

รายงานแนะนำว่าสกุลเงินสามารถถูกออกแบบให้เป็นแบบคงที่  ด้วยมูลค่าที่กำหนดเป็นสกุลเงินสหรัฐเพื่อลดความผันผวนที่เกิดขึ้นเหมือนเงินสกุลอื่นๆ  ในตลาด CryptoCurrency  อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrencies

แต่ Facebook ยังคงมีงานอีกมากมายที่ต้องทำเพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมั่นใน GlobalCoin หลังจากประสบกับเรื่องอื้อฉาวหลายปีที่ทำให้ภาพพจน์สาธารณะเสื่อมเสียในเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

References : 
https://www.theverge.com/2019/5/24/18638331/facebook-crytocurrency-globalcoin-2020-launch-uk-bank-of-england-blockchain