เมื่อนักวิจัยสามารถต่อสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ

การเชื่อมต่อสมองของมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นเรื่องปรกติภายในหนึ่งทศวรรษหรือประมาณนั้น โดยมีอุปกรณ์เชื่อมต่อสมอง (BMI) หลายสิบล้านเครื่องถูกจำหน่ายในทุกๆ ปี

BMIs (Brain Machine Interfaces) เป็นงานที่น่าสนใจในการวิจัยที่มีศักยภาพสูงโดยเสนอความสามารถในการเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์โดยตรงเพื่อแชร์ข้อมูลหรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ 

งานบางส่วนของ BMI นั้นไม่เกินเลยจากนิยายวิทยาศาสตร์ที่เคยนึกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน  ซึ่งบริษัทที่รู้จักกันดีที่สุดที่ทำงานกับเทคโนโลยีนี้ คือ Neuralink บริษัท ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Elon Musk ซึ่งมีจุดประสงค์ในการพัฒนาอุปกรณ์ ‘neural lace’ แบนด์วิดธ์สูงพิเศษเพื่อเชื่อมต่อมนุษย์และคอมพิวเตอร์

อย่างน้อยส่วนหนึ่งของเหตุผลที่มัสค์ สนใจในความคิดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อสมอง – คอมพิวเตอร์คือเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยเหลือมนุษย์ที่ตามคนอื่นไม่ค่อยจะทัน ด้วยปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่ชาญฉลาด  แนวคิดก็คือการเชื่อมโยงจิตใจของเราโดยตรงไปยัง AI ด้วยลิงก์แบนด์วิธสูง

อย่างไรก็ตามรูปแบบพื้นฐานของเทคโนโลยี BMI ได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มานานหลายปีแล้วเช่นประสาทหูเทียมซึ่งให้ความรู้สึกถึงเสียงแก่คนที่หูหนวกหรือได้ยินยาก ซึ่งยังรวมถึงอีกกรณีที่ใช้ทางการแพทย์ในการเป็นขาเทียม

แต่รูปแบบ BMI ที่มีความทะเยอทะยานมากขึ้นเช่นการควบคุมหรือสื่อสารกับคอมพิวเตอร์หรือ Avatar นั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ถึงกระนั้นนักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี Juniper Research  คาดการณ์ว่ายอดขายอุปกรณ์ BMI จะสูงถึง 25.6 ล้านเครื่อง ภายในปี 2573 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 350,000 ในปี 2562 คาดการณ์ว่า BMI จะขยายตัวเกินกว่าจะใช้เพียงในกรณีการทดลองทางการแพทย์  

อุปกรณ์ดังกล่าวจะให้ความสามารถในการควบคุมสถานการณ์เสมือนจริง นักวิเคราะห์กล่าวเสริมว่าการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้  ซึ่งรวมถึงฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพเช่นการทำสมาธิแบบมีไกด์คอยช่วยเหลือ หรือ การเสริมคุณภาพในการนอนหลับ

จูนิเปอร์กล่าวว่าในสัดส่วนของอุปกรณ์ทางการแพทย์จะผลักดันรายได้ คิดเป็นถึง 78% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2573 “อุปกรณ์การแพทย์เช่นอุปกรณ์การทดลองทางสายตาและแขนขาเทียมจะมีราคาแพงมาก ซึ่งมาพร้อมกับการวิจัยและการทดลองทางคลินิกที่จำเป็นเพื่อให้ใช้งานได้เต็มศักยภาพ” นักวิเคราะห์กล่าวว่าเทคโนโลยีอินเทอร์เฟซต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งรวมถึง เครื่องมืออย่าง electroencephalography  (EEG) อีกด้วย 

ในขณะที่จูนิเปอร์กล่าวว่า EEG นั้นมีราคาไม่แพงเนื่องจาก เป็นเครื่องมือที่มีอยู่จำนวนมากในวงการแพทย์อยู่แล้ว  และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งในตอนนี้นั้นมีผู้บริโภคเพียงไม่กี่คนที่เต็มใจที่จะให้สมองของพวกเขาได้รับการผ่าตัด เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ สำหรับทดลองของเทคโนโลยีนี้นั่นเอง

References : 
https://www.zdnet.com/article/10-years-from-now-your-brain-will-be-connected-your-computer/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Comments