Billion Dollar Loser ตอนที่ 2 : American Dream

ต้องบอกว่า Adam Neumann นั้นไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความมั่นใจตั้งแต่วัยเด็ก เขาเป็นลูกของหมอสองคนคือ Avivit และ Doron Neumann ซึ่งพบกันในโรงเรียนแพทย์ Ben-Gurion University ในประเทศอิสราเอล

ย้อนกลับไปที่ปู่ทวดของ Adam นั้นได้อพยพมาจากประเทศโปแลนด์ ตั้งแต่ยุคปี 1934 มาตั้งรกรากในเมือง Beersheba ที่เต็มไปด้วยทะเลทรายล้อมรอบ

ครอบครัว Neumann ได้ย้ายจากเมืองทะเลทรายเล็ก ๆ อย่าง Beersheba ไปยังชานเมือง Tel Aviv ด้วยชีวิตที่เร่ร่อนของครอบครัว ทำให้ Adam เองต้องปรับตัวให้กับสังคมใหม่ ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ไม่มีใครสังเกตเห็นถึงความผิดปรกติของ Adam ที่มารู้ตัวในภายหลังว่าเขาเป็นโรค dyslexic (ความบกพร่องในการอ่านและการเขียน ทำให้ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เหมือนคนทั่วไป)

ด้วยความตึงเครียดจากปัญหาภายในครอบครัว ที่ทั้งพ่อและแม่ของ Adam นั้น ต้องต่อสู้ในชีวิตแต่งงานของพวกเขา ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับ Adam

สองสัปดาห์ก่อนวันครบรอบแต่งงานปีที่ 10 Avivit และ Doron ก็ได้หย่าร้างกัน Adam เล่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตเขา โดยเขาและน้องสาว Adi ต้องไปอยู่กับแม่หลังจากที่ชีวิตครอบครัวของเขาต้องถึงคราวแตกสลาย

ซึ่งไม่นานหลังจากหย่าร้าง ทั้งสามก็ได้ย้ายไปอยู่อเมริกาที่เมือง อินเดียแนโพลิส นั่นทำให้ Adam ต้องปรับตัวอีกครั้งกับประเทศใหม่ ที่เขายังแทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

หลังจากอยู่อินเดียแนโพลิสได้สองปี ครอบครัว Neumanns ก็ได้ย้ายกลับไปยังอิสราเอลในปี 1990 ไปตั้งรกรากในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Nir Am ห่างจากฉนวนกาซา พื้นที่แห่งความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน เพียงแค่ 1 ไมล์

ต้องบอกว่า Nir Am นั้นเป็นหนึ่งในชุมชนยูโทเปียที่ผุดขึ้นในอิสราเอลในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเป็นการผสมผสานระหว่างสังคมที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยม และ ลัทธิไซออนิสต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างชุมชนแบบ Kibbutz ที่พึ่งพาตนเองได้ทั่วประเทศ

ภายใน Kibbutz จะเป็นชุมชนที่สมาชิกทุกคนจะร่วมกันประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรวมตัวกันในรูปสหกรณ์ ทรัพย์สินทุกอย่างรวมทั้งผลผลิตที่ได้ จะถือเป็นสมบัติของส่วนรวมทั้งหมด เน้นการพึ่งพาตัวเอง และใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Kibbutz จะเป็นชุมชนที่สมาชิกทุกคนจะร่วมกันประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรวมตัวกันในรูปสหกรณ์ (CR:israel21c.org)
Kibbutz จะเป็นชุมชนที่สมาชิกทุกคนจะร่วมกันประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรวมตัวกันในรูปสหกรณ์ (CR:israel21c.org)

ที่นี่เองที่เขาได้รับรู้บางอย่างที่เน่าเฟะของแกนหลักในอุดมคติของชุมชน Kibbutz ซึ่ง Adam สังเกตว่า มีชายคนหนึ่งทำงานวันละ 16 ชม. ในการทำงานที่โรงงาน ในขณะที่ชายอีกคนใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวในการดูแลสวนให้กับชุมชน Kibbutz

แม้ Adam จะใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีที่ Nir Am แต่ที่นี่ได้สอนให้เขารับรู้ถึงสิ่งที่มีค่า การสร้างชุมชนที่เท่าเทียมจริง ๆ เติมสิ่งที่ขาดหายไป ซึ่ง เมื่อเขาได้เริ่มสร้าง WeWork ในภายหลัง เขาบอกว่าได้เรียนรู้บทเรียนพื้นฐานบางอย่างจากช่วงเวลาที่เขาได้อาศัยอยูที่ Nir Am นี่เอง

Adam จบการศึกษาจากโรงเรียนนายทหารและรับราชการบนเรือขีปนาวุธที่ประจำการในเมืองไฮฟา แต่เรื่องราวตอนเขาเป็นทหารนั้น มีการอธิบายแตกต่างกันอย่างชัดเจนเป็นสองเรื่องราว

เขาบอกกับพนักงาน WeWork รุ่นแรก ๆ ว่า เป็นคนขี้ขลาด ที่มีความจำเป็นต้องไปประจำการบนเรือ แม้ตัวเขาจะสูงมากก็ตามที แต่ ในขณะที่เขาคุยโม้กับเพื่อนในบาร์ เขาเล่าว่าตัวเองเคยอยู่ในกองบัญชาการรบในอ่าวเปอร์เซีย

จากนั้นเขาและน้องสาว Adi ก็ได้ย้ายมาอยู่เมืองนิวยอร์ก ซึ่งเขาได้มาถึงเกาะแมนฮัตตันไม่นานหลังจากเหตุการณ์ 9/11 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป

Adam มาถึงนิวยอร์ก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างชีวิตใหม่ พร้อมกับการปรับตัวในวัฒนธรรมที่แตกต่างอีกครั้ง ซึ่งที่นี่ ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างจากอิสราเอลแบบสุดขั้ว ทำให้เขาแทบจะไม่รู้จักเพื่อนบ้านใหม่ของเขาเลย

ฝั่งน้องสาวของเขา Adi นั้น เริ่มประสบความสำเร็จในอาชีพนางแบบ เธอเคยขึ้นปก Russian Vogue และ Elle Spain ทำให้เธอมีเงินพอที่จะเช่าอพาร์ทเมนต์ ชั้น 15 ที่ด้านบนสุดของอาคาร Tribeca ซึ่งอยู่ห่างจาก Groud Zero ไปไม่กี่ช่วงตึก

แนวคิดของ WeWork เริ่มต้นขึ้นที่ Newyork ที่มหาวิทยาลัยบารุค ซึ่ง Adam ได้เข้ามาเรียนปริญญาตรีในสาขาการเป็นผู้ประกอบการ

และที่มหาวิทยาลัยบารุคนี่เองที่ Adam นั้น ได้ตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันแผนธุรกิจ โดยเขาได้เสนอแนวคิดของ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ผู้คนนำห้องของตัวเองมาปล่อยเช่าโดยมีศูนย์กลางคอยจัดการ

แนวคิดแรกของเขานั้น ต้องพ่ายแพ้ไปตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน เมื่อทางอาจารย์เห็นว่าความคิดเหล่านี้น่าจะทำไม่ได้ แม้ว่า Adam จะมองว่าเขาสามารถที่จะเกลี้ยกล่อมให้ผู้คนปล่อยพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองออกมาให้เช่าได้

แม้ไอเดียแรกของเขาดูเหมือนจะไม่เข้าท่าในยุคนั้น เขาจึงได้เริ่มมองหาธุรกิจใหม่ เขาจึงปิ๊งไอเดียใหม่ออกมานั่นคือ การสร้างรองเท้าส้นสูงที่สามารถเปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นเตี้ยได้ ซึ่งทำให้เหล่าสาว ๆ นั้น มีความสะดวกมากขึ้น เพราะคงไม่มีใครอยากที่จะใส่ส้นสูงเดินทั้งวันอย่างแน่นอน

เขาอธิบายแนวคิดว่ามันคือ “Hunger Games Meet Sex and The City” เขาอยากช่วยเหลือสาว ๆ ให้ผ่านพ้นความเจ็บปวดจากการใส่รองเท้าส้นสูง ด้วยนวัตกรรมรองเท้าใหม่ของเขา

แต่เมื่อได้มาสร้างสร้างต้นแบบแรกจริง ๆ ออกมา เขาพบว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสร้างรองเท้าแบบนี้ ต้นแบบรุ่นแรก กลไกที่พับได้ของมันเตะเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนเกือบบาดนิ้วพนักงานคนหนึ่งของเขา

แต่ Adam ก็ไม่ย่อท้อหลังจากพยายามใช้ความคิดกว่า 1 เดือน แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องรองเท้าดังกล่าวได้เสียที

ในคืนหนึ่ง ระหว่างที่เขาได้ไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน ๆ มีเพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า ทำไมเสื้อผ้าเด็กถึงไม่มีสนับเข่า การที่เด็กต้องคลานบนไม้เนื้อแข็งจะไม่เจ็บเหรอ?

นั่นเองที่ทำให้ Adam ปิ๊งกับอีกไอเดียใหม่ทันที ดูเหมือนเขาจะมั่นใจกับโปรเจคนี้มาก จนไปจดทะเบียนการค้าให้กับบริษัทใหม่ของเขาชื่อว่า Krawlers โดยมีสโลแกนว่า “เพียงเพราะเขาไม่บอกคุณไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่เจ็บ”

Adam เริ่มเข้ามาลุยเต็มที่กับ Krawlers โดยทำงานจากอพาร์ทเมนต์ Tribeca ของ Adi ด้วยเงินลงทุนจากคุณยายของเขาด้วยเงินจำนวน 100,000 ดอลลาร์

เขาได้พยายามหว่านล้อมเพื่อนร่วมชั้นที่มหาวิทยาลัยบารุค แต่ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อความคิดบ้า ๆ ของเขา แต่ท้ายที่สุดเขาก็ได้ชักชวนอาจารย์คนหนึ่งให้บินไปประเทศจีน และช่วยจัดการในเรื่อง Supply Chain ให้กับเขา

และ Krawlers นี่เองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในเส้นทางเดินธุรกิจของ Adam ด้วยความต้องการที่ยังไม่มีใครสร้างผลิตภัฑณ์เพื่อมาตอบโจทย์นี้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Adam ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

หลังจากนั้นเขาก็ได้ขยายธุรกิจจากสนับเข่าของเด็กไปยังสินค้าเด็กที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น เมื่อเขาจบภาคการศึกษาสุดท้ายที่ มหาวิทยาลัยบารุค Krawlers ได้เริ่มกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ มีพนักงานหลายคนแล้ว

Krawlers เริ่มขยายไปสู่สินค้าเด็กที่หลากหลายขึ้น (CR:Twitter)
Krawlers เริ่มขยายไปสู่สินค้าเด็กที่หลากหลายขึ้น (CR:Twitter)

เมื่อธุรกิจกำลังจะไปได้สวย แต่ Adam ดูเหมือนจะมีปัญหาใหญ่ หากหวังจะตั้งตัวในแผ่นดินอเมริกา ตามความฝันแบบ American Dream จริง ๆ

ต้องบอกว่าตัว Adam นั้น เดินทางมานิวยอร์กด้วยวีซ่านักเรียน ความคิดแรกของเขานั้นเพียงต้องการสร้างความร่ำรวยในอเมริกา จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านที่อิสราเอลในท้ายที่สุด

เขาได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก และ วีซ่าของเขากำลังจะหมดอายุในไม่ช้า เขาได้ปรึกษาทนายตรวจคนเข้าเมืองหลายคนแล้ว แต่ไม่มีใครให้ความหวังเขาได้มากนัก ถ้าเขาคิดวิธีแก้ปัญหาไม่ได้ เขาก็ต้องออกจากประเทศ และทิ้งธุรกิจที่เขาอุตส่าห์สร้างไว้อยู่เพียงเบื้องหลัง

ในที่สุดเขาก็ได้คนช่วยเหลือ Stella Templo ผู้เชี่ยวชาญด้านงานตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานกฏหมาย Spar & Bernstein ซึ่งเป็นบริษัทกฏหมายในแมนฮัตตัน ได้เข้ามาช่วย Adam เพื่อให้เขาสามารถอยู่ต่อในอเมริกาได้

ในปี 2008 ในที่สุด วีซ่า ของ Adam ก็ได้รับการต่อออกไป ในตอนนั้นต้องบอกว่า เสื้อผ้าของเขามีวางจำหน่ายในร้านค้าหลายร้อยแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านเสื้อผ้าแนวแม่และเด็กทั่วประเทศ

เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง เขาก็คิดจะปักหลักที่อเมริกา เพื่อสร้างฝันของเขาให้สำเร็จ ในการเป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้าตามความฝันของเขาให้ได้

ซึ่งหลังจากได้วีซ่าเพียงไม่นาน Adam ก็ได้มาพบกับ Rebekah Paltrow ผู้หญิงที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของ Adam แบบที่ไม่มีใครคาด

ต้องบอกว่าพวกเขาทั้งคู่มีพลังงานบางอย่างที่เชื่อมต่อกัน และ เธอผู้นี้นี่เอง ที่เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญในการค้นหาบางสิ่งบางอย่าง สิ่ง ๆ นั้นจะเป็นอะไร แล้วทั้งคู่จะเดินไปทางไหนกับเส้นทางชีวิตตามความฝันแบบ American Dream ในครั้งนี้ โปรดอย่าพลาดติดตามต่อในตอนหน้าครับผม

–> อ่านตอนที่ 3 : The Green Desk

ย้อนไปอ่านตั้งแต่ตอนแรก & Credit แหล่งข้อมูลบทความ


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com