Billion Dollar Loser ตอนที่ 11 : Code Name Fortitude

ในเดือนสิงหาคม ปี 2018 Masayoshi Son ได้บอกกับผู้ถือหุ้นของ Softbank ว่า บริษัทหลายสิบแห่งที่เขาลงทุนผ่าน Vision Fund จะ “เข้าร่วมกับเราในฐานะครอบครัวของเรา” Son ดูเหมือนจะมีลูกที่เขาชอบเป็นพิเศษ เขากล่าว “WeWork จะเป็น Alibaba รายถัดไป”

Son ได้กล่าวกับผู้ถือหุ้นว่า WeWork กำลังปฏิวัติสิ่งใหม่ทั้งหมด โดยใช้เทคโนโลยี และ ระบบฐานข้อมูล เพื่อสร้างและเชื่อมต่อชุมชนในแบบที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

เขากำลังคิดที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ของ Softbank ไปอยู่ที่สำนักงาน WeWork ในญี่ปุ่น และ บอกให้เหล่าผู้ถือหุ้น เลิกกังวลเรื่องคณิตศาสตร์ตัวเลขต่าง ๆ มากนัก เขากล่าวว่า “คุณต้องรู้สึกถึงแรงผลักดันของ Adam”

แต่ตัวเลขยังคงเป็นปัญหา WeWork กำลังสูญเสียเงินไปเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2018 และมีเงินสดเหลือเพียงน้อยนิด แม้ว่าจะได้รับเงินจากนักลงทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์แล้วก็ตามที

ในเดือนเมษายนปี 2018 WeWork ได้จัดหาเงินกู้เพิ่มอีก 702 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเฉพาะที่แปลกประหลาด ซึ่งท้ายที่สุดมันถูกเฉลยด้วยการเป็นตัวเลขฉลองวันเกิดครบปีที่ 39 ของ Adam ซึ่งเมื่อนำอายุมาคูณด้วย 18 ซึ่งเป็นเลขนำโชคในศาสนายิว ก็จะกลายเป็นจำนวนเงินดังกล่าว

การกู้เงินเพิ่มด้วยการขายพันธบัตรทำให้ WeWork ต้องเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาส ซึ่งบริษัทได้ใช้เมตริกบางอย่างที่จะนำเสนอภาพทางการเงินในแง่ดีขึ้น ด้วยการลบต้นทุนบางอย่าง เช่น ค่าใช้จ่ายในการออกแบบทางการตลาด และการบริหาร ซึ่ง บริษัทได้โต้แย้งว่ามันเป็นต้นทุนที่ทยอยจ่ายไปตามกาลเวลา

นั่นทำให้งบการเงินออกมาดูสวยน่าสนใจขึ้น ซึ่งได้เปลี่ยนตัวเลขการขาดทุน 993 ล้านดอลลาร์ของ WeWork ในปี 2017 ให้เป็นกำไร 233 ล้านดอลลาร์

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม Adam ดูเหมือนจะไม่ได้รับความสนใจจากการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นของ WeWork เพราะรายได้ของบริษัทยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกปี และเขาได้ย้ำเตือน Son อย่างต่อเนื่องในการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้ WeWork ก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น

Adam บอกกับผู้บริหารของ WeWork ว่า Son เชื่อว่า WeWork อาจจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ หากบริษัทดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ

แต่ต้องบอกว่าที่ Softbank อาจจะมีแค่ Son เพียงคนเดียว ที่หลงใหลไปกับคารมของ Adam เพราะตัวแทนคนอื่นๆ ที่ดูแลเรื่องการเงินของ Softbank ต่างพยายามกดดัน WeWork ให้กำหนดเส้นตายที่ชัดเจนว่า จะทำการ IPO เปิดตัวสู่สาธารณะเมื่อใด

แต่ Son และ Adam ได้คิดที่จะลงทุนใน WeWork เพิ่ม มีความพยายามให้ Softbank และ Vision Fund ซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของ WeWork เป็นจำนวนมาก

ซึ่งแผนการดังกล่าวนั้นมีการเรียกร้องให้เติมเงินถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมันจะทำให้มูลค่าของ WeWork พุ่งขึ้นสูงกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่ง Adam ยังสามารถควบคุมบริษัทของเขาได้ ในขณะที่มูลค่าหุ้นของเขาจะสูงกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ และจะทำให้เขาเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกทันที

Code Name สำหรับแผนนี้ถูกเรียกว่า Fortitude ทีมจาก Softbank และ WeWork ต้องบินไปมาระหว่าง นิวยอร์ก โตเกียว บอสตัน เพื่อจัดการกับปัญหาเรื่องข้อกฏหมาย และเรื่องการลงทุนในโปรเจคดังกล่าว

ต้องบอกว่า Softbank เป็นบริษัทที่ชอบสร้างนิสัยในการกระตุ้นสงครามราคา ด้วยการลงทุนอย่างมากในหลายบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น DoorDash และ Uber Eats แต่สำหรับ WeWork นั้น Softbank ไม่ได้ให้เงินลงทุนในคู่แข่งของพวกเขาแต่อย่างใด

ในทางกลับกัน Softbank บังคับให้ Adam สัญญาว่าจะไม่ลาออกไปไหน และ ห้ามไม่ให้มาเปิดบริษัทแข่งด้วย ซึ่งหากรายได้ของ WeWork เพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า นั่นจะทำให้แผนการ Fortitude ของ ทั้ง Adam และ Son สัมฤทธิ์ผล

สำหรับ WeWork และ ตัว Adam แผนการ Fortitude มีเป้าหมายเพื่อแซงหน้า JPMorgan ในฐานะผู้ให้เช่าสำนักงานรายใหญ่ที่สุดของนิวยอร์ก ซึ่งนั่นเป็นฝันของ Adam ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ที่เขาอยากจะทำมันให้สำเร็จให้จงได้

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกัน Adam มีความคิดที่จะเข้าซื้อกิจการของ Cushman & Wakefield ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์มูลค่า 4 พันล้านดอลลลาร์

Adam ทำการประมูลซื้อ Sweetgreen ผู้ผลิตสลัด ชื่อของบริษัทอย่าง WeWork ดูเหมือนมันจะถูกจำกัดแคบเกินไปที่จะครอบคลุมความทะเยอทะยานทั้งหมดของ Adam อีกต่อไปแล้ว

บริษัทเริ่มคิดเปลี่ยนชื่อแบรนด์ เหมือนกับที่ Google จัดการในการเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น Alpabet ด้วยการที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ WeWork , WeLive และ WeGrow และอีกมากมายในอนาคต WeWork จะกลายเป็น We Company

แต่ต้องบอกว่า ภายใน Softbank เองนั้น ก็ไม่ได้หลงใหลไปตามคารมของ Adam มากนักดูเหมือนมี แค่ Son เท่านั้นที่ดูจะเอาอกเอาใจ Adam เป็นพิเศษ ถึงกับเคยกล่าวกับ Adam อย่างภาคภูมิใจว่า “คนสุดท้ายที่ผมรู้สึกเช่นนี้คือ Jack Ma” ผู้ก่อตั้ง Alibaba

แต่สถานะของ Adam ในฐานะลูกชายคนโปรดของ Son อาจจะถูกพรากไปในไม่ช้า ในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น Vision Fund ได้ลงทุนเพิ่มอีก 1 พันล้านดอลลาร์ใน Oyo ซึ่งเป็นบริษัท Startup ด้านการโรงแรมของอินเดียที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

Oyo Startup ด้านการโรงแรมจากอินเดียว ลูกรักคนใหม่ของ Masayoshi Son (CR:Skift.com)
Oyo Startup ด้านการโรงแรมจากอินเดียว ลูกรักคนใหม่ของ Masayoshi Son (CR:Skift.com)

Oyo นำโดยผู้ก่อตั้งที่อายุน้อยกว่า Adam ถึง 15 ปี “น้องชายของคุณทำได้ดีกว่าคุณมาก” Son บอกกับ Adam ในการประชุมที่ Son แสดงให้เห็นแผนการเติบโตที่ทะเยอทะยานของ Oyo

โปรเจคในฝันอย่าง Fortitude นั้น ก็ได้เริ่มได้รับแรงกดดันจากเหล่าผู้บริหารใน Softbank เอง Rejeev Misra ผู้บริหารกองทุน Vision Fund กล่าวว่า Adam กำลังผลักดัน WeWork เข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความได้เปรียบ หุ้นของพวกเขาลดลง 5% เมื่อมีรายงานรายละเอียดของโปรเจค Fortitude ครั้งแรกในสื่อ

ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงเบื้องต้นให้ Softbank ลงทุนเพิ่มเติมอีก 3 พันล้านดอลลาร์ใน WeWork ในขณะที่สองฝ่ายจะร่วมมือกันผ่านโปรเจค Fortitude

ในขณะที่การเจรจาดำเนินต่อไป Berrent และ Minson ซึ่งเป็นผู้นำทีมของ WeWork ก็ยอมรับว่าหาก Softbank ใช้กลยุทธ์การอัดเงินแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ในไม่ช้า WeWork ก็จะหมดเงินอีกครั้ง และผู้บริหารของบริษัทก็เริ่มกังวลว่า Softbank อาจจะเริ่มหมดความอดทน และบังคับให้ WeWork อยู่ในเงื่อนไขที่ไม่ค่อยดีนัก

พวกเขาเริ่มพิจารณาแผนสำรอง ในการนำ WeWork ทำ IPO ขายหุ้นออกสู่สาธารณะ ในปี 2018 WeWork เริ่มได้รับการเสนอขายจากธนาคารเพื่อการลงทุนโดยสรุปว่าการเสนอขายหุ้น IPO ในอนาคตอันใกล้นี้จะเป็นอย่างไร

บริษัทเริ่มทำเอกสาร S-1 ซึ่งเป็นเอกสารที่นำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกสู่การเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป

แม้ Adam จะพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับฝั่งกองทุนจากตะวันออกกลาง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในปี 2018 ในการวางแผนการขยายธุรกิจในตะวันออกกลางในซาอุดิอาระเบียและอาบูดาบีซึ่งเป็นผู้สนับสนุนใหญ่ทั้งสองของ Vision Fund

เขามีแผนการที่จะนำเอา Flatiron School มาสู่อาณาจักรซาอุดิอาระเบียเพื่อช่วยให้ผู้หญิงเรียนรู้วิธีการเขียนโค้ด

Adam กล่าวว่า เขากำลังพูดคุยกับรัฐบาลซาอุดิอาระเบียเกี่ยวกับการรวม WeWork เข้ากับ Neom ซึ่งเป็นเมืองแห่งอนาคตที่สร้างขึ้นจากพื้นดินทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดิอาระเบียใกล้กับ อิสราเอล

Neom เมืองแห่งอนาคตของ ซาอุดิอาระเบีย (CR:DailyExpress)
Neom เมืองแห่งอนาคตของ ซาอุดิอาระเบีย (CR:DailyExpress)

Neom นั้นจะกลายเป็นเมืองที่คาดว่าจะมีหุ่นยนต์แม่บ้าน เมฆฝนเทียม และชายหาดที่มีหาดทรายเรืองแสงในความมืด Adam คิดว่า บทบาทของ WeWork ในโครงการนี้อาจมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

แต่ดูเหมือนสถานการณ์หลังจากนั้นจะไม่สู้ดีนัก เมื่อโปรเจค Fortitude นั้นกำลังถูกเบรคอย่างเงียบ ๆ โดย ซาอุดิอาระเบียและอาบูดาบีปฏิเสธที่จะอนุญาตให้ Vision Fund ลงทุนเงินเพิ่มเติมใน WeWork

ในวันที่ 18 ธันวาคมปี 2018 ธุรกิจของ Softbank ในส่วนของมือถือ ได้ทำการ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นการนำเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันสองรองจาก Alibaba ซึ่ง Son คาดว่าการนำเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะนำรายได้บางส่วนไปสานฝันต่อในโปรเจค Fortitude

แต่ทุกอย่างกลับพลิกผัน เมื่อหุ้นลดลง โดยมีการสูญเสียเงินกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในวันแรกของการซื้อขาย ซึ่งเป็นหนึ่งในการเปิดตัวที่เลวร้ายที่สุในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

สถานการณ์ในตอนนั้น ตลาดทั่วโลกกำลังได้รับความผันผวนเนื่องจากสงครามการค้าของอเมริกากับจีน ที่ยังคงดำเนินต่อไป และหุ้นก็ลดลงในอัตราที่ไม่เห็นมานับตั้งแต่ปี 2008

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม หุ้นของ Softbank ลดลงมากกว่าหนึ่งในสาม ต้องบอกว่า Fortitude นั้น ได้กลายเป็นเพียงวิสัยทัศน์เพ้อฝัน ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ในหัวของ Son และ Adam ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อดูจากสถานการณ์ทางด้านการเงินของบริษัทในขณะนั้น

มาถึงตอนนี้ ต้องบอกว่า สถานการณ์ด้านการเงินของ Softbank เริ่มจะสั่นคลอน มันทำให้ Son เองก็เริ่มที่จะถูกบีบจากเหล่านักลงทุน โดยเฉพาะจากฝั่งตะวันออกกลาง ที่ดูจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วยกับโปรเจค Fortitude นี้เลย

เมื่อความขัดแย้งเหล่านี้เริ่มก่อตัวขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นกับ WeWork เมื่อเริ่มมีความกดดันจากรอบด้าน ทั้งเรื่องเงินทุน เรื่องแม้กระทั่งการที่จะทำ IPO ก็ดูเหมือนตัวเลขในบัญชีของพวกเขาจะมีปัญหาอยู่มาก

ความฝันของ Adam จะสามารถทำได้สำเร็จหรือไม่ในการล้ม JPMorgan ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในนิวยอร์ก ที่เขาตั้งเป้าไว้ตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทในช่วงเริ่มต้น WeWork จะเดินไปทางไหนต่อ โปรดอย่าพลาดติดตามต่อในตอนหน้านะครับผม

–> อ่านตอนที่ 12 : Road to IPO

ย้อนไปอ่านตั้งแต่ตอนแรก & Credit แหล่งข้อมูลบทความ


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com