Billion Dollar Loser ตอนที่ 1 : Prologue

การอ้างความสามารถในการโน้มน้าวเศรษฐกิจทั้งหมด ถือเป็นหนึ่งในเจตจำนงของ Adam Neumann ที่ถือเป็นคำประกาศที่ดูหยิ่งทรนงมาก ๆ สำหรับผู้ประการหน้าใหม่ที่เพิ่งฉลองวันเกิดครบ 40 ปีของเขาไปเพียงไม่นาน

ต้องบอกว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ไม่เหมือนใคร เป็นการผสมผสานระหว่าง ความอดทน โชค เสน่ห์ รวมถึงความโหดเหี้ยมในบางจังหวะ ได้อย่างไร้ที่ติ

ทุกส่วนผสมมันได้ผลักดันให้เขาก้าวขึ้นมาในจุดที่หลายคนไม่คาดคิดว่าเขาจะสามารถทำได้ เขากลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของโลกในเวลาเพียงแค่ 1 ทศวรรษ

เขาคือส่วนผสมระหว่างจิตวิญญาณและธุรกิจ ที่แตกต่างจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จรายอื่น ๆ ที่เราเคยเห็นมา

เขาได้ผลักดันให้ WeWork กลายเป็นผู้เช่าสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดใน นิวยอร์กซิตี้ และ อันดับสองในเมืองใหญ่อันดับต้น ๆ ของยุโรปอย่างลอนดอน และกำลังขยายกิจการอย่างบ้าคลั่งไปทั่วโลก

บริษัทได้ตอบสนองความปรารถนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ในสำนักงานรูปแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาหลายสิบปี

มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ WeWork นั้นสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นสองเท่าทุกปี เป็นเวลาหนึ่งทศวรรษ และตัว Neumann ได้ระดมทุนมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์

แน่นอนว่าเงินทุนส่วนใหญ่นั้นมาจาก Masayoshi Son ผู้ก่อตั้ง Softbank ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของญี่ปุ่น และ Son ก็เป็นหนึ่งในผู้บริหารไม่กี่คนในโลกที่มีความทะเยอทะยานสูงกว่า Neumann

Son ได้ลงทุนครั้งแรกใน WeWork ในปี 2017 ส่วนหนึ่งได้ลงทุนผ่าน Vision Fund ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลซาอุดิอาระเบียเป็นหลัก

Masayoshi Son หนึ่งในนักลงทุนคนสำคัญของ WeWork (CR:WSJ)
Masayoshi Son หนึ่งในนักลงทุนคนสำคัญของ WeWork (CR:WSJ)

ในเดือนมกราคมปี 2019 Softbank ได้เข้าลงทุนกับ WeWork เป็น 47,000 ล้านดอลลาร์ และทำให้ WeWork กลายเป็น Startup ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกา

WeWork ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 Neumann ใช้เวลาเพียงแค่ 10 ปี ก็ก้าวมาถึงจุดนี้ได้สำเร็จ ก่อนที่ WeWork จะเริ่มเปิดพื้นที่ให้บริการเช่าในครั้งแรก ๆ Neumann ได้จินตนาการไปถึงสายธุรกิจต่าง ๆ ของ We-Branded ไม่ว่าจะเป็น WeBank , WeSail เป็นต้น มันคือวิสัยทัศน์แรกเริ่มของ Neumann ที่คิดใหญ่เกินกว่าจะเป็นเพียงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า

และในปี 2019 นี่เองที่ WeWork ได้เปลี่ยนชื่อเป็น We Company โดยมีสายธุรกิจสามสายที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจนก็คือ WeWork , WeLive และ WeGrow ภายใต้พันธกิจใหม่ของบริษัท “เพื่อยกระดับจิตสำนึกของโลก” โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่จะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น

ภารกิจของ WeWork คือการช่วยให้ผู้คน “สร้างชีวิต” ไม่ใช่แค่เพียงการหาเลี้ยงชีพ เขาเชื่อว่า WeLive ซึ่งให้เช่าอพาร์ทเมนต์ขนาดเล็กที่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยสามารถบรรเทาความเหงาและลดอัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

Neumann นั้นมีความทะเยอทะยานไม่ต่างจาก Elizabeth Holmes ผู้ก่อตั้ง Theranos และเหล่าพนักงานของ WeWork ก็เริ่มได้ติดตามเรื่องราวของ Theranos ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อบริษัทของ Neumann นั้นใช้เงินจำนวนมากในการขยายกิจการไปทั่วโลก ในปี 2018 สูญสิ้นเงินลงทุนไปกว่า 2 พันล้านดอลลาร์

และเมื่อกำลังสิ้นสุดทศวรรษ WeWork กำลังจะหมดเงิน Neumann ได้กอบโกยเงินทุนจากบริษัทเข้ามาใช้จ่ายส่วนตัวอย่างบ้าคลั่ง และเขากำลังจะนำพา WeWork เข้าสู่ IPO ครั้งประวัติศาสตร์

แน่นอนว่ามันเป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้ ที่จะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสในการอยู่รอดของ ธุรกิจ WeWork ที่เขาได้ซุกปัญหาต่าง ๆ ไว้ใต้พรมมากมาย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ที่ Neumann นั้นได้มองเห็นภาพความหวังครั้งแรกในธุรกิจของเขา แต่เมื่อถึงปลายทศวรรษ ความแตกหักต่าง ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น และ มันกำลังใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางวิสัยทัศน์ปลอม ๆ ของเขา

แล้วเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนมาถึงจุดสิ้นสุดของชายคนนี้เป็นอย่างไร เขาเปลี่ยนตัวเองจากผู้อพยพที่กำลังจะถูกขับไล่ให้ออกจากประเทศ ให้กลายมาเป็นเศรษฐีพันล้านแถวหน้าของอเมริกาได้อย่างไร อย่าพลาดติดตามต่อในตอนหน้านะครับผม

–> อ่านตอนที่ 2 : American Dream

ย้อนไปอ่านตั้งแต่ตอนแรก & Credit แหล่งข้อมูลบทความ


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com