ในโลกของการทำงานปัจจุบัน เราถูกปลูกฝังความเชื่อว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จในอาชีพการงานนั้นต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ชัดเจน เหมือนการปีนบันไดทีละขั้น เริ่มตั้งแต่การเลือกคณะในมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องสอดคล้องกับงานแรกที่เราตั้งใจจะทำ
จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวหน้าผ่านการเลื่อนตำแหน่งไปเรื่อยๆ แนวคิดแบบ “บันได” นี้ดูเหมือนจะให้ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง เพราะเรารู้ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อไปถึงเป้าหมาย
แต่ความจริงแล้ว การยึดติดกับแนวคิดนี้อาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้เราติดอยู่ในวังวนเดิมๆ เป็นเวลานาน เราอาจผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับตำแหน่งงาน ผลการประเมิน หรือการเลื่อนขั้นครั้งต่อไป
ทั้งที่ในความเป็นจริง บันไดแห่งความสำเร็จนี้เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะในยุคปัจจุบัน อาชีพที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากการไต่เต้าตามขั้นบันไดอย่างเดียว แต่เกิดจากความกล้าที่จะเสี่ยง หรือที่เรียกว่า “การกระโดดจากหน้าผา”
เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจจากเวที Ted Talks ในหัวข้อ Forget the Corporate Ladder — Winners Take Risks โดย Molly Graham
ประสบการณ์ตรงจากการกระโดดครั้งสำคัญของ Graham เกิดขึ้นตอนอายุ 25 ปี ขณะนั้นเธอทำงานในแผนก HR ที่ Facebook ได้สองสามปี วันหนึ่งมีหัวหน้าแผนกอื่นมาชวนให้เธอร่วมโครงการใหม่ที่ตัวเธอเองแทบจะไม่มีความรู้เลย เป็นโครงการระยะยาวที่มีความเสี่ยงสูง และหลายคนมองว่าอาจล้มเหลว แม้จะสนใจแต่ก็กลัว
Graham จึงปรึกษาหลายคน แม้ส่วนใหญ่จะแนะนำไม่ให้รับงานนี้ แต่มีเสียงเล็กๆ ในใจที่อยากรู้ว่าตัวเองจะทำได้ไหมในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
เก้าเดือนแรกในโครงการใหม่นี้เหมือนการตกจากหน้าผาสูงชัน จากคนที่เคยรู้สึกเก่งใน HR กลายเป็นคนที่ต้องนั่งถามคำถามที่ดูโง่เขลาในห้องประชุม จนได้คะแนนประเมินต่ำที่สุดในชีวิตการทำงาน
หลายครั้งที่เธออยากวิ่งกลับไปสู่ Safe Zone ของงานเดิม แต่หลังผ่านไปเก้าเดือน จุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึง เมื่อเธอต้องเป็นผู้นำการประชุมใหญ่ที่มีการถกเถียงประเด็นซับซ้อนของโครงการ และเธอทำมันได้สำเร็จ
ความรู้สึกตอนเดินออกจากห้องประชุมวันนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกกลับมาเป็นตัวเอง จากมือใหม่ในสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจและความสามารถ
Graham ใช้เวลาอีกสามปีในโครงการนั้น ได้เรียนรู้และเติบโตจนกลายเป็นคนละคน ได้รับโอกาสที่ไม่มีทางได้รับหากยังทำงาน HR อยู่
การกระโดดจากหน้าผาในเชิงอาชีพไม่เพียงพาเราขึ้นไปอีกสองสามขั้นบนบันได แต่เหมือนลิฟต์พิเศษที่พาเราไปยังจุดที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง มันทำให้เราได้ค้นพบตัวตนและศักยภาพที่แท้จริงในแบบที่การไต่บันไดทีละขั้นไม่มีวันสอนได้
การจะเชี่ยวชาญในการกระโดดจากหน้าผา เราต้องฝึกฝนสามทักษะสำคัญ ทักษะแรกคือการกล้าที่จะกระโดดจริงๆ จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านอาชีพมาหลายปี Graham พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ติดอยู่บนบันไดเพราะความจำเป็น แต่เพราะความกลัว
เคล็ดลับสำคัญคือการแยกแยะระหว่างความกลัวที่ควรฟัง เช่น กลัวว่าจะไม่มีเงิน กับความกลัวที่ควรมองเป็นสัญญาณให้กระโดด เช่น กลัวว่าจะล้มเหลว
ทักษะที่สองคือการเอาชีวิตรอดจากการตก เพราะการกระโดดจากหน้าผาหมายถึงการถอยกลับไปเป็นมือใหม่ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ขนาดใหญ่และรถไฟเหาะทางอารมณ์ที่ผันผวนรายวัน รายสัปดาห์ หรือแม้แต่รายชั่วโมง
ทุกครั้งที่กระโดด เราจะสลับไปมาระหว่างความรู้สึกว่าอาจจะเก่งเรื่องนี้ กับความรู้สึกว่าใครกันที่ให้โอกาสนี้มา ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ เราต้องเรียนรู้ที่จะคาดหวังและเพิกเฉยต่อมันไปพร้อมกัน โดยใช้กฎ “ให้เวลาสองสัปดาห์” ในการประเมินว่าอะไรคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญจริงๆ
ทักษะสุดท้ายคือการเป็น “คนโง่มืออาชีพ” ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Graham การกล้าที่จะถามคำถามที่อาจดูโง่ในห้องที่เต็มไปด้วยคนฉลาด ทำให้เธอกลายเป็นผู้เรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม
โดยประโยคติดปากของเธอคือ “ขอโทษนะคะ ถ้าเป็นคำถามโง่ๆ แต่…” เมื่อถามแบบนี้ ทุกคนมักอยากช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นและอยากสอนสิ่งที่เขารู้ให้ ความจริงแล้ว คำถามที่ดูโง่ส่วนใหญ่ไม่ได้โง่จริงๆ แต่เป็นคำถามสำคัญที่หลายคนไม่กล้าถามเพราะกลัวเสียหน้า
อีกมายาคติหนึ่งของบันไดคือความเชื่อว่ามีเพียงเส้นทางเดียวสู่ความสำเร็จ Graham มีเพื่อนหลายคนที่ปีนบันไดถึงจุดสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่สูงส่ง เงินทอง หรือชื่อเสียง แต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีความสุข
เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้เธอฟังว่าเมื่อได้เป็น CEO แล้วกลับรู้สึกว่า “นี่คือทั้งหมดที่มีหรือ” เธอจึงตัดสินใจกระโดดจากหน้าผาทางอาชีพ เปลี่ยนจาก CEO บริษัทการตลาดมาเป็นผู้ดูแลคนใกล้เสียชีวิตในฮอสพิซ (สถานที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย) นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความสำเร็จของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
แน่นอนว่าสิ่งที่ Graham พูดถึงไม่ใช่เรื่องง่าย การแลกเปลี่ยนสิ่งที่รู้กับสิ่งที่ไม่รู้ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องทำบางสิ่งที่อาจดูเหมือนก้าวถอยหลังในสายตาคนอื่น แต่เราจะไม่มีวันรู้จริงๆ ว่าตัวเองเป็นใครหรือมีความสามารถแค่ไหน จนกว่าจะกล้าที่จะลอง
เพราะบางครั้ง การก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) อาจเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต แม้จะต้องแลกมาด้วยความไม่แน่นอนและความกลัว แต่สิ่งที่ได้กลับมาอาจคุ้มค่ากว่าที่คิด นั่นคือการค้นพบตัวตนที่แท้จริงและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา
References :
Forget the Corporate Ladder — Winners Take Risks | Molly Graham | TED
https://youtu.be/amtBUvkweEA?si=SMl9iVxecnlPRDH6