ถอดรหัสการเรียนรู้ของสมอง : 6 วิธีเรียนรู้แนวใหม่ ที่ได้ผลจริงจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ในฐานะนักประสาทวิทยาและอาจารย์แพทย์ เรื่องที่ทำให้ Dr. Lila Landowski รู้สึกเสียดายมากที่สุดคือการที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการสอนวิธีการเรียนรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก เธอได้เห็นนักศึกษาแพทย์หลายคนประสบปัญหาในการเรียนรู้

โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของพวกเขา เพราะไม่มีใครเคยสอนวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพให้พวกเขามาก่อน หลายคนอาจคิดว่าการเรียนรู้จะยากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

Dr. Lila Landowski เป็นนักประสาทวิทยาและวิทยากรที่ได้รับรางวัลมากมาย เธอเชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองแก่ผู้คน เพื่อช่วยให้พวกเขาตัดสินใจเลือกสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้อำนวยการของ Australian Society for Medical Research ผู้อำนวยการ Epilepsy Tasmania และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ที่รับเชิญประจำให้กับช่อง ABC

Landowski ได้เปิดเผยความลับที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจกลไกการทำงานของสมองใน 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความตั้งใจ (attention) ความตื่นตัว (alertness) การนอนหลับ (sleep) การทำซ้ำ (repetition) การพัก (breaks) และความผิดพลาด (mistakes)

เข้าใจพื้นฐานการเรียนรู้ของสมอง

ก่อนที่จะเจาะลึกในแต่ละองค์ประกอบ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสมองเรียนรู้ได้อย่างไร กระบวนการสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียนรู้เรียกว่า neuroplasticity หรือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของสมองตามประสบการณ์ที่ได้รับ

เมื่อเราเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลหรือทักษะ จะเกิดการเชื่อมต่อขนาดเล็กที่เรียกว่า synapses ระหว่างเซลล์ประสาท (neurons) ที่อยู่ใกล้เคียงกันในสมอง ยิ่งเราฝึกฝนหรือทบทวนมากเท่าไร การเชื่อมต่อเหล่านี้ก็จะยิ่งแข็งแรงขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้เราทำสิ่งนั้นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ความตั้งใจ: จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

ความตั้งใจเป็นองค์ประกอบแรกและสำคัญที่สุดในการเรียนรู้ เพราะสมองของเราถูกออกแบบมาให้โฟกัสกับสิ่งเดียวในแต่ละครั้ง การศึกษาพบว่าเมื่อเราให้ความสนใจกับสิ่งที่กำลังเรียนรู้อย่างเต็มที่ เราจะสามารถจดจำข้อมูลนั้นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในระยะยาว

ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้าและการรบกวนสมาธิ การรักษาความตั้งใจให้จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น การศึกษาพบว่าการใช้โซเชียลมีเดียและการเลื่อนดูข้อมูลในโทรศัพท์มือถือนานเกินหนึ่งชั่วโมงส่งผลให้เกิดการขาดสมาธิอย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาสมาธิคือการออกกำลังกาย การศึกษาพบว่าการออกกำลังกายไม่เพียงช่วยเพิ่มขนาดของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ แต่ยังกระตุ้นการสร้างเซลล์สมองใหม่ด้วย การออกกำลังกายเพียง 20 นาทีในระดับปานกลางสามารถช่วยพัฒนาสมาธิได้นานถึงสองชั่วโมง

ความตื่นตัว: กุญแจสู่การรับข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

ความตื่นตัวเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้ เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะตื่นตัว ระบบประสาทซิมพาเทติกจะหลั่งสาร adrenaline และ noradrenaline ซึ่งช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับข้อมูลใหม่ๆ

วิธีการเพิ่มความตื่นตัวมีหลากหลาย เช่น การออกกำลังกาย การฝึกเทคนิคการหายใจแบบ Wim Hof หรือแม้แต่การอาบน้ำเย็น นอกจากนี้ ความเครียดในระดับที่เหมาะสมก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดความเครียดเรื้อรัง เพราะจะส่งผลเสียต่อความจำและการเรียนรู้ในระยะยาว

การดื่มคาเฟอีนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความตื่นตัว มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่แสดงให้เห็นว่าการดื่มคาเฟอีนก่อนการเรียนรู้หรือการเป็นผู้ดื่มคาเฟอีนเป็นประจำสามารถพัฒนาการเรียนรู้และความจำผ่านกลไกต่างๆ ในสมอง

การนอนหลับ: กระบวนการสำคัญในการจดจำระยะยาว

การนอนหลับไม่เพียงช่วยให้ร่างกายฟื้นฟู แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนความจำระยะสั้นให้กลายเป็นความจำระยะยาว

สมองส่วน hippocampus ทำหน้าที่เก็บบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน และเมื่อเรานอนหลับ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังสมองส่วน cortex เพื่อจัดเก็บเป็นความจำระยะยาว

นี่คือเหตุผลที่การอดนอนเพื่ออ่านหนังสือทั้งคืนเป็นวิธีการเรียนที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะแม้ว่าคุณจะจำข้อมูลได้ในระยะสั้น แต่หากไม่ได้นอนหลับ สมองจะไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นความจำระยะยาวได้

การทำซ้ำ: เส้นทางสู่ความเชี่ยวชาญ

การทำซ้ำเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชี่ยวชาญ เปรียบเสมือนการสร้างกล้ามเนื้อที่ต้องอาศัยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำกิจกรรมหรือทบทวนข้อมูลซ้ำๆ จะช่วยเสริมสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทให้แข็งแรงขึ้น

การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพควรกระจายการฝึกฝนออกไปหลายวัน การศึกษาพบว่าการแบ่งเวลาเรียนเป็นสองช่วงสั้นๆ ในวันที่ต่างกันให้ผลดีกว่าการใช้เวลาเท่ากันในวันเดียว เพราะให้โอกาสสมองได้พักและเชื่อมโยงข้อมูลใหม่กับความรู้เดิม

การพัก: ช่วงเวลาแห่งการเชื่อมโยง

การพักมีความสำคัญต่อการเรียนรู้สองประการ ประการแรกคือให้โอกาสสมองได้ทบทวนข้อมูลโดยไม่รู้ตัว การพัก 10-20 วินาทีหลังการเรียนรู้ช่วยให้สมองบันทึกข้อมูลซ้ำ และการพักเงียบๆ โดยไม่ใช้โทรศัพท์หรืองีบหลับเป็นเวลา 10-20 นาทีจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการจดจำ

ประการที่สองคือป้องกันการรบกวนข้อมูลที่เพิ่งเรียนรู้ เพราะความจำที่เพิ่งเกิดขึ้นยังไม่มั่นคง โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่อาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้นกว่าความจำจะมั่นคง ต่างจากในเด็กที่ความจำจะมั่นคงได้ภายในไม่กี่นาที

หากพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ทันทีหลังจากเพิ่งเรียนจบ อาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า retrograde interference ทำให้ข้อมูลที่เพิ่งเรียนรู้ถูกรบกวนหรือสูญหายได้

ความผิดพลาด: บทเรียนล้ำค่าสู่การพัฒนา

แม้หลายคนจะกลัวความผิดพลาด แต่ในแง่ของการเรียนรู้ ความผิดพลาดกลับมีประโยชน์อย่างมาก เมื่อเราทำผิด สมองจะหลั่งสารสื่อประสาท acetylcholine และกระตุ้นเครือข่ายการโฟกัสความสนใจ

ความรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อยที่เกิดขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเตือนให้เราปรับปรุงและพัฒนาตนเอง เปรียบเสมือนเป็นการเปิด “หน้าต่าง” สำหรับ neuroplasticity ทำให้สมองพร้อมเรียนรู้จากประสบการณ์นั้น

การหลีกเลี่ยงหรือกลัวความผิดพลาดจนเกินไปจะส่งผลเสียสองประการ ประการแรกคือพลาดโอกาสในการเรียนรู้ และประการที่สองคือทำให้เรายิ่งรับมือกับความล้มเหลวได้ยากขึ้น

ในทางกลับกันการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดจะช่วยพัฒนาทั้งทักษะและความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย

เมื่อเราทำผิด สมองจะปล่อยสารสื่อประสาทที่ช่วยพัฒนาความสนใจ และเมื่อเราทำถูก สมองจะปล่อย dopamine ในวงจรรางวัล ทำให้เรารู้สึกดีและมีแรงจูงใจมากขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างการเรียนรู้ในสิ่งที่ทำถูกต้อง

นี่คือเหตุผลที่การทำให้การเรียนรู้เป็นเหมือนเกมนั้นสามารถได้ผลที่ดี เพราะไม่ว่าจะถูกหรือผิด สมองของเราก็ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง

บทสรุป: กุญแจสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

เมื่อเข้าใจกลไกการทำงานของสมองและองค์ประกอบทั้ง 6 ประการแล้ว เราสามารถนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเริ่มจากการจัดสภาพแวดล้อมให้ปราศจากสิ่งรบกวนสมาธิ เพิ่มความตื่นตัวด้วยการออกกำลังกายเล็กน้อย ฝึกฝนทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ ให้ความสำคัญกับการนอนหลับที่เพียงพอ ยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด และอย่าลืมพักให้เพียงพอหลังการเรียนรู้

การนำหลักการเหล่านี้ไปใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใดก็ตาม เพราะสมองของเรามีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ตลอดชีวิต หากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธีนั่นเองครับผม

References :
Brain Hack: 6 secrets to learning faster, backed by neuroscience | Lila Landowski | TEDxHobart
https://youtu.be/kKvK2foOTJM?si=w_iI8CnhnsAqRrk2

Geek Story EP249 : บทเรียนจาก Handspring เรื่องราววีรบุรุษที่ไม่มีใครจดจำในสงครามสมาร์ทโฟน

ในโลกของเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เรามักจดจำเพียงผู้ชนะรายสุดท้ายเท่านั้น แต่เบื้องหลังความสำเร็จของ iPhone และ Android มีเรื่องราวของผู้บุกเบิกที่มองเห็นอนาคตก่อนใคร นั่นคือบริษัท Handspring ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มวิศวกรและนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://tinyurl.com/y9pvty9c

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/4b5ntptk

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/3prfw5ac

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/G2MDDlFg3cU

มาสด้ามอบรางวัลให้กับเยาวชนผู้ชนะเลิศโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championships 

คณะผู้บริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร มอบรางวัลตั๋วเครื่องบินเดินทางไปกลับ กรุงเทพฯ-สหรัฐอเมริกา และอุปกรณ์กอล์ฟจากมาสด้า ให้กับเยาวชนที่ชนะเลิศโครงการ “Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championships 2024” เพื่อเดินทางไปร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา

ต่อยอดโอกาสในการเดินตามความฝันในการเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพในระดับสากล ซึ่งเป็นกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพที่มาสด้าได้จัดขึ้นร่วมกับพันธมิตร เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า Mazda Family แทนคำขอบคุณที่ไว้วางใจและเลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจของทุกคนในครอบครัว

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มาสด้ามุ่งสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้เดินตามความฝันและพัฒนาทักษะโดยเฉพาะในด้านกีฬา ผ่านกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย เพราะชาวมาสด้าเชื่อว่าเยาวชนไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก

ซึ่งครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ บริษัท ดิ เอเจนซี คอลเลจ รีครูท (AR) ในการเฟ้นหาเยาวชนกอล์ฟดาวเด่นจากประเทศไทยและเยาวชนจากทั่วโลก เพื่อไปแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และคว้าโอกาสทุนการศึกษาเพื่อสานต่อสู่ระดับอาชีพในอนาคต

โดยจากกิจกรรมการแข่งขันกอล์ฟที่ผ่านมาของปีนี้ มาสด้าขอชื่นชมเยาวชนที่มีความมานะอุตสาหะจนสามารถคว้ารางวัลของปีนี้ไปครองได้สำเร็จ และขออวยพรให้เยาวชนโชคดีในการแข่งขันระดับสากล ประสบความสำเร็จ และนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทย

ม.ล.โอรัส เทวกุล ผู้บริหารจาก ดิ เอเจนซี คอลเลจ รีครูท (AR) กล่าวว่า ทางองค์กรมีแผนพัฒนาและสนับสนุนเยาวชนไทยด้านกอล์ฟอย่างต่อเนื่องในปี 2567 โดยร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เช่น มาสด้า ซึ่งต้องขอขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะพันธมิตรสำคัญที่สนับสนุนกิจกรรมพัฒนากอล์ฟเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงฝีมือในกีฬากอล์ฟเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้และสร้างเส้นทางสู่การศึกษาต่อในต่างประเทศ เป็นการผสานการสนับสนุนด้านกีฬาและการศึกษาให้ก้าวไกลในระดับสากล 

สำหรับเยาวชนที่ชนะเลิศโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championships ประจำปี 2567 ได้แก่ เจลลี่ – กัลยรักษ์ พงศ์พิธานนท์ผู้ ชนะเลิศเยาวชนหญิงอันดับ 1, เควิน ไคซิน เซีย ผู้ชนะเลิศเยาวชนชายอันดับ 1

โดยมีคุณแม่มาเป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณ, ไหมไหม – วราพร วิมลวรรณ นักกีฬาที่ผ่านเข้ารอบไปแข่งขันต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา, และ ใบหม่อน – ปทิตตา ขนอม นักกีฬาที่ผ่านเข้ารอบไปแข่งขันต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมาสด้าขอแสดงความยินดีกับเยาวชนทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

HPE ส่งมอบ “El Capitan” ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก พร้อมระบบระบายความร้อนสุดล้ำ แก่ห้องปฏิบัติการ LLNL สหรัฐฯ

ในงาน SC24 บริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์  (NYSE: HPE) ได้ประกาศการส่งมอบระบบ El Capitan ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดให้กับห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Livermore National Laboratory (LLNL) สังกัดกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา

โดย HPE เป็นผู้พัฒนาเพียงหนึ่งเดียวของระบบระดับเอ็กซาสเกล (Exascale) ที่มีเพียงสามระบบในโลก ที่มีความเร็ว 1.742 Exaflops และทำงานได้สูงถึง 58.89 Gigaflops ต่อวัตต์ นอกจากนี้ El Capitan ยังได้รับการพัฒนาด้วยนวัตกรรมที่ระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงแบบไร้พัดลม 100% ยังเป็นหนึ่งในระบบที่ประหยัดพลังงานสูงสุด 20 อันดับแรกของโลกอีกด้วย

ทริช แดมโครเกอร์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป HPC & AI Infrastructure Solutions บริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า “El Capitan ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในด้านซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับเอ็กซาสเกลที่มอบประสิทธิภาพอันทรงพลังมหาศาล และยังประหยัดพลังงาน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ทำให้เกิดสุดยอดแห่งความก้าวหน้าในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและเปิดโอกาสใหม่ๆ ในด้านพลังงานหมุนเวียน โดยความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง และการวิจัยและพัฒนาที่ยาวนานหลายปีร่วมกับกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา, สำนักงานบริหารความมั่นคงนิวเคลียร์แห่งชาติ, ห้องปฏิบัติการ Lawrence Livermore National Laboratory และ AMD เรามั่นใจว่า El Capitan จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการค้นพบและนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

ด้วยประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ใดในโลก El Capitan จะส่งเสริมให้สหรัฐอเมริกาสามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันด้านความมั่นคงของชาติ พร้อมทั้งช่วยให้ Tri-Labs ของสำนักงานบริหารความมั่นคงนิวเคลียร์แห่งชาติ (NNSA), LLNL, ห้องปฏิบัติการ Sandia National Laboratories และ Los Alamos National Laboratory

สามารถตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นในการดูแลความปลอดภัย ความมั่นคง รวมถึงความน่าเชื่อถือของคลังอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ LLNL ยังมีความตั้งใจที่จะใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับเวิร์กโหลดทั้งแบบที่เป็นความลับและไม่เป็นความลับทางราชการอีกด้วย

ร็อบ นีลลี ผู้อำนวยการโปรแกรมการจำลองอาวุธและระบบคอมพิวเตอร์ของ LLNL กล่าวว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่าง HPE และ AMD ได้สำเร็จลุล่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเพื่อนำ El Capitan มาใช้ ทรัพยากรอันทรงคุณค่านี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการสร้างโมเดลและแบบจำลอง 3 มิติที่มีความแม่นยำสูง

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงแห่งชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ทีมงานของเราได้เตรียมความพร้อมด้านแอปพลิเคชันเพื่อใช้ประโยชน์จากระบบอย่างเต็มประสิทธิภาพ

โดยได้รับการสนับสนุนจาก HPE ผ่าน Center of Excellence นอกจากนี้ เรายังมีเป้าหมายที่จะลงทุนกับ AI ในระบบ El Capitan เพื่อการฝึกฝนและการอนุมาน AI ในสเกลขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็ว ประสิทธิภาพ และความแม่นยำในการคำนวณ

ทั้งนี้ด้วยคุณสมบัติที่พัฒนามาอย่างประณีตให้รองรับได้ทั้งการสร้างโมเดล สร้างแบบจำลอง และเวิร์กโหลด AI ทุกอย่างในระบบเดียว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก”

ระบบ El Capitan ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจรองด้านความมั่นคงของชาติ อาทิ การไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และการต่อต้านการก่อการร้าย และจะใช้เพื่อการค้นคว้าด้านวัสดุ ข้อมูลนิวเคลียร์ และวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพลังงานที่มีความหนาแน่นสูง เช่น การวิจัยฟิวชันการกักเก็บด้วยความเฉื่อยที่ National Ignition Facility

ทั้งนี้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิจัยที่ดำเนินการโดยระบบ El Capitan จะนำไปใช้ในโครงการที่ไม่เป็นความลับทางราชการในด้านความมั่นคงทางพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย การค้นพบยา และด้านอื่นๆ

แพลตฟอร์มนวัตกรรมที่ช่วยให้ระบบ El Capitan มีประสิทธิภาพนั้นใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่สนับสนุนโดยโซลูชันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำของ HPE อย่าง HPE Cray EX ที่ติดตั้ง APU AMD Instinct™ MI300A และผสานคอร์ CPU และคอร์ GPU ที่มีหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงรวมเป็นแพ็คเกจเดียว

มาพร้อมกับอินเตอร์คอนเนค HPE Slingshot กับโซลูชันที่เก็บข้อมูลแบบกำหนดเอง สำหรับ HPE Slingshot เป็นโครงข่ายความเร็วสูงที่ใช้อีเทอร์เน็ต ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของศูนย์รวมพลังของ El Capitan ช่วยให้ทำการประมวลผลขนาดใหญ่ได้ทั่วทั้งระบบมากกว่า 11,000 โหนด

และในฐานะพาร์ทเนอร์ของทั้งภาครัฐและเอกชน LLNL และ HPE ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชันจัดเก็บข้อมูลภายในแบบโหนดระยะใกล้กำหนดเอง (custom near-node) เพื่อช่วยลดเวลาแฝง ซึ่งกำหนดค่าแบบไดนามิกและแบ่งชั้นเป็นระบบไฟล์แบบขนาน Lustre ที่ใช้ร่วมกันระหว่างโหนดคอมพิวเตอร์ทั้งหมดทั่วโลก

นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่ทรงพลังแล้ว El Capitan ยังได้รับการออกแบบมาให้เน้นการประหยัดพลังงานเป็นหลัก และพัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานหนาแน่นสูงโดยสถาปัตยกรรมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงแบบไร้พัดลม 100% รายแรกของอุตสาหกรรม ของ HPE ซึ่งมีองค์ประกอบการระบายความร้อนมากถึง 8 ส่วน

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านซูเปอร์คอมพิวเตอร์ HPE ได้ส่งมอบโซลูชันครบวงจรที่มีประสิทธิภาพสุงสุด พร้อมซอฟต์แวร์ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และบริการที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าในการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และการค้นพบในยุค AI

ร้าน R-HAAN ออกสำรับใหม่ประจำฤดูหนาว “ข้าวใหม่ปลามันแห่งภูมิปัญญาอาหารไทย” ชูวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเลิศของไทย 

ร้านอาหาร (R-HAAN) ร้านอาหารไทยสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) การันตีความอร่อยด้วยมิชลิน 2 ดาว 6 ปีซ้อน ออกสำรับอาหารใหม่ประจำฤดูหนาว หรือ เหมันตฤดู ในคอนเซ็ปต์  “ข้าวใหม่ปลามันแห่ง ภูมิปัญญาอาหารไทย” (The Wisdom of Thai Cuisine WINTER CELEBRATION SAMRUB)

คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากท้องถิ่นทั่วไทยที่มีเฉพาะฤดูกาล สู่กรรมวิธีพิถีพิถันในการปรุงเพื่อให้ได้รสชาติอาหารไทยแท้ ที่มีทั้งรสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ขม เผ็ด ฝาด และซ่า 

ร้าน R-HAAN เกิดจากความตั้งใจของ ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และ เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟผู้ร่วมก่อตั้งร้าน ด้วยเจตนารมย์ที่อยากเผยแพร่อาหาร วัตถุดิบ และ สมุนไพรของไทยให้ไปสู่ระดับสากลเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่นไทย

โดยสำรับอาหารจะมีการเปลี่ยนเมนูทุกฤดูตามการเปลี่ยนเครื่องทรงของพระแก้วมรกต โดยสำรับใหม่ประจำฤดูหนาว หรือ เหมันตฤดูนี้มาในคอนเซ็ปต์     “ข้าวใหม่ปลามันแห่งภูมิปัญญาอาหารไทย”

โดยเป็นการคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นของแต่ละภูมิภาคผ่านการนำเสนอวัตถุดิบชั้นเลิศจากยอดดอยอินทนนท์ที่สูงที่สุดของประเทศไทย ร้อยเรียงลงมาจากทุกภูมิภาคของไทย ผนวกกับความอุดมสมบูรณ์ของภาคกลาง จนสุดแดนใต้เบตงที่โดดเด่นไปด้วยรสชาติและกลิ่นหอมของเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้

โดยสำรับ “ข้าวใหม่ปลามันแห่งภูมิปัญญาอาหารไทย” นี้ เสิร์ฟด้วย 7 คอร์สเมนู เริ่มต้นด้วย Amuse Bouche – Welcome to Thailand เพื่อเป็นการเปิดต่อมรับรสด้วยอาหารแบบพอดีคำ พิถีพิถันร้อยเรียงจากภาคเหนือลงมาสู่ภาคใต้ เริ่มด้วยเมนู ส้ามะเขือส้มอะโวคาโดยอดดอย, ช่อม่วงชาววังเห็ดหอมวังน้ำเขียว, ลาบแกงไข่ผำฟิวเจ้อโปรตีน, เส้นจันทร์ผัดมันปูเลียง และปิดท้ายด้วย แกงตับใต้ปลาขมิ้นชัน

ต่อด้วยความพิเศษของวัตถุดิบชั้นเลิศประจำเหมันตฤดูนี้กับเมนูในคอร์สที่ 1 เมี่ยงปลาทูแม่กลองแห่งสองสายน้ำ ด้วยเอกลักษณ์ความหวาน มัน เนื้อแน่น กลิ่นหอมของปลาทูแม่กลอง ท็อปด้วยไข่ปลาคาเวียร์โครงการหลวงที่มาช่วยเสริมอรรถรสให้ดียิ่งขึ้น

ตามมาด้วย คอร์สที่ 2 ขนมเบื้องโบราณสืบสานแห่งภูมิปัญญา ไส้มะพร้าวกระฉีกผัดสามเกลอ และวางเนื้อปูชิ้นโต พร้อมไข่ปูเต็มคำ

คอร์สที่ 3 กุ้งมังกรเจ็ดสีเจ็ดรสเจ็ดกลิ่น โดยเลือกใช้กุ้งมังกรจากน่านน้ำอันอุดมสมบูรณ์ของทะเลอันดามัน ที่มีรสสัมผัสหวานนุ่ม เสิร์ฟพร้อมซุปต้มข่าชวนหอมรัญจวนไปกับสมุนไพรไทยและสร้างความประทับใจในรสชาติไปกับเมนู

คอร์สที่ 4 ข้าวใหม่ปลามันเหนือจรดใต้ ที่คัดสรรข้าวกล้องดอยโครงการหลวงที่มีคุณค่าทางโภชนการสูง หุงในรูปแบบยูโรเปียนสไตล์ ทานพร้อมปลาเก๋าเนื้อนุ่มแน่น มีเอกลักษณ์รสชาติเฉพาะตัว

ก่อนเข้าสู่สำรับจานหลักกับเมนู เสาวรสรอยัล ซอร์เบที่อุดมไปด้วยผลไม้วิตามินซีสูงอย่างเสาวรส แล้วพาทุกท่านเข้าสู่ความอิ่มเอมไปกับคอร์สจานหลัก ที่สามารถเลือกทานได้ทั้ง 3 เมนู ประกอบไปด้วยหลนปูไข่ทานคู่ใจเครื่องเคียง, ต้มยำกุ้งไทยภาคภูมิใจไปยูเนสโก้, พะแนงไทยคู่ใจเป็ดย่าง

หรือหากชื่นชอบในรสชาติเผ็ดร้อนของเครื่องแกง ทางร้านขอแนะนำเมนู แกงพริกขี้หนูสวนเนื้อซี่โครงไทยวากิว เสิร์ฟพร้อม ข้าวอบสมุนไพรไทย ข้าวหอมมะลิ GI (ข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และเป็นข้าวคุณภาพ) ที่ได้รับรางวัลการันตีระดับประเทศ เม็ดสวย หอมนุ่ม น่ารับประทาน อบด้วยสมุนไพรไทยและกระเทียมดำ

ปิดท้ายสำรับแห่งเหมันตฤดู ด้วยชุดขนมหวานอย่าง สังขยาหน้าหนาว 110 วัน ที่ใช้เนื้อฟักทองที่มีอายุ 110 วันเป็นวัตถุดิบ ทำให้ได้รสชาติที่มีเอกลักษณ์ หรือ ข้าวเหนียวมะม่วง 3 สายพันธุ์กะทิสด GI

โดยทางร้านคัดสรรมะม่วงสายพันธุ์ไทยทั้งที่เป็นที่นิยม ได้แก่ มะม่วงอกร่อง มะม่วงน้ำดอกไม้ และมะม่วงมหาชนกเป็นส่วนผสม ทำให้ได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความกลมกล่อมอย่างลงตัว พร้อมส่งท้ายด้วยขนมหวานอย่างไทย พริตตี้โฟร์ ประกอบไปด้วย มาเดอลีนวานิลลา น้ำผึ้ง, ทองเสน่หากุหลาบจุฬาลงกรณ์, ดาราทอง และ ช็อกโกแลตชาไทย ทานพร้อมชาหรือกาแฟร้อน ก็ลงตัวเป็นที่สุด

“สำรับเหมันตฤดู ข้าวใหม่ปลามันแห่งภูมิปัญญาอาหารไทย” มาพร้อม 7 คอร์สเมนูในราคา 5,212++ บาท ต่อท่าน และสามารถเลือกรับไวน์แพริ่งเพื่ออรรถรสคู่อาหาร เพิ่มเติมในราคา 3,512++ บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ โทร + 66 (0) 95 141 5524  อีเมล์ reservation@r-haan.com เว็บไซต์ www.R-HAAN.com เฟสบุ๊ก : R.HAAN อินสตาแกรม : r.haan_restaurant