เมื่ออัลกอริธึม ถูกนำมาใช้ในการพิจารณาเรื่องความผิดทางกฎหมายของมนุษย์

วิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์เราหลาย ๆ อย่างนั้น ถูกดำเนินการด้วยรูปแบบของอัลกอริธึมมานานแล้ว ซึ่งมันคงไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใดถ้าหากในอนาคต การใช้คอมพิวเตอร์อัลกอริธึมจะถูกนำมาปรับใช้กับชีวิตมนุษย์จริง ๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น

ต้องบอกว่ามนุษย์เรานั้นต่างคุ้นเคยกับอัลกอริธึมที่วนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันเรากลายเป็นเรื่องปรกติ ทั้งเครือข่ายโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หรือ การเล่นเกม ล้วนผูกติดอยู่กับอัลกอริธึมแทบจะทั้งสิ้น

แน่นอนว่าด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เราก็สามารถใช้อัลกอริธึมและเทคโนโลยีอย่าง machine learning เพื่อทำการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ โดยมีข้อมูลที่ดีขึ้นได้เช่นกัน

ยกตัวอย่าง กรณีของ Sean Hogg หนุ่มอายุ 17 ชาวสกอตแลนด์ ที่ได้ไปข่มขืนเด็กอายุ 13 ปี ได้ถูกตัดสินให้ทำงานบริการชุมชน 270 ชั่วโมง

ความน่าสนใจคือ แนวทางการพิจารณาคดี ใช้รูปแบบของ “อัลกอริธึม” มีการเรียกใช้ชุดข้อมูล ลักษณะของอาชญากรรม สถานการณ์ของการกระทำความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติต่าง ๆ ของผู้กระทำความผิดและเหยื่อ

จากนั้นนำข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ยัดลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างชุดตัวเลือกสำหรับผู้พิพากษาที่จะเป็นประธานในการพิจารณาคดี

อัลกอริธึมที่สร้างคำตัดสินของ Hogg แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่มันได้กลายเป็นกรณีศึกษาครั้งใหญ่เกี่ยวกับความท้าทายในการใช้อัลกอริธึมกับนโยบายสาธารณะของประเทศ เช่น เรื่องการตัดสินความผิดทางกฎหมาย

อัลกอริธึมมันไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก เน้นที่ logic ทางกฎหมายล้วน ๆ ไม่มีดราม่า อย่างที่เราได้เห็นเป็นประจำในการพิจารณคดีของประเทศสหรัฐอเมริกาในระบบคณะลูกขุน ซึ่งมักจะเบี่ยงเบนประเด็นด้านกฎหมาย โดยใช้เรื่องราวความดราม่า เห็นอกเห็นใจ เข้ามาเจาะไปยังอารมณ์ของเหล่าคณะลูกขุนเพื่อพลิกคำตัดสินได้

เราอยู่ภายใต้โลกของการถูกตัดสินใจโดยอัลกอริธึมมานานแล้ว ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการเสพสื่อ ไปจนถึงประเด็นใหญ่อย่างการตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ที่สร้าง impact มาก ๆ

มนุษย์เป็นเพียงแค่ส่วนนึงของกระบวนการ ทุกอย่างมันถูกกลั่นกรองและตัดสินใจผ่านข้อมูล Data ต่าง ๆ ที่มีความสลับซับซ้อน และเลือกทางออกที่ดีที่สุดให้กับมนุษย์มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

องค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ทำให้หน้าที่ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ จากข้อมูล มนุษย์จะแทบไร้ซึ่งประโยชน์ในอนาคต เพราะพวกเขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไปแล้ว เพียงแค่ feed ข้อมูลให้อัลกอริธึมเป็นคนตัดสินใจ และประกาศผลนั้นออกมาให้โลกรู้เพียงเท่านั้นนั่นเองครับผม

References :
https://www.ft.com/content/dc1d68f4-1b2c-4a78-8cf8-172525121ef6
https://ssir.org/articles/entry/when_good_algorithms_go_sexist_why_and_how_to_advance_ai_gender_equity