สูตรสำเร็จการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศในแบบฉบับสวิตเซอร์แลนด์

เหล่านักการเมือง นักธุรกิจ นักวิชาการ สื่อและศิลปิน ได้มารวมตัวกันที่ดาวอสในวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ใน World Economic Forum ที่เพิ่งได้จัดขึ้นอีกครั้งในรอบกว่าสองปี เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19

มันเป็นเวลากว่าครึ่งทศวรรษแล้วที่ กลุ่มผู้นำ ผู้มีอิทธิพลระดับโลก ได้ใช้การประชุมประจำปี ณ เมืองเล็ก ๆ ในหุบเขาแห่งนี้ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่สุดของโลก

ดาวอส หมู่บ้านที่อยู่บนภูเขาเล็ก ๆ แห่งนี้ เติบโตขึ้นในฐานะเจ้าภาพการประชุมระดับโลก รวมคนมีชื่อเสียงทั่วโลกไว้มากมาย เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวสวิตเซอร์แลนด์

มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ นะครับว่าประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ มีดีอะไร ที่สามารถดึงดูดจนกลายเป็นฐานที่มั่นของธุรกิจยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ต้องแห่กันมาตั้งสำนักงานสำคัญ ๆ ณ ประเทศแห่งนี้

สวิตเซอร์แลนด์ที่แทบไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำในยุโรป 13 จาก 100 บริษัทตามมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง อีก 12 จาก 500 บริษัทอันดับต้น ๆ จากทั่วโลก แล้วอะไรคือ เคล็ดลับของชาวสวิส?

มันต้องมีบางสิ่งที่น่าทึ่งบางอย่างสำหรับประเทศแห่งนี้ ที่ดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่มากมาย ให้เข้ามาลงทุนในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์มีบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 หนาแน่นที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับพื้นที่ขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยขุนเขา

World Economic Forum ที่รวมผู้นำทรงอิทธิพลของโลก ไว้ที่เมืองดาวอส (CR:Politico)
World Economic Forum ที่รวมผู้นำทรงอิทธิพลของโลก ไว้ที่เมืองดาวอส (CR:Politico)

บริษัทข้ามชาติมีส่วนสำคัญโดยสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศถึง 1 ใน 3 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก

บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติถูกพลังดึงดูดไปตั้งถิ่นฐานในสวิตเซอร์แลนด์ Google ได้จัดตั้งศูนย์วิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุดนอกอเมริกาในเมืองซูริก บริษัทยักษ์ใหญ่ของสวิสเองก็มีผลงานที่เหนือกว่าคู่แข่งในยุโรปเป็นอย่างมาก

ดัชนีตลาดหุ้นสวิสเติบโตขึ้น 29% ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เทียบกับเพียงแค่ 3% ของ Euro Stoxx 50 ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบงำโดยกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสและเยอรมัน

สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงแค่ในธุรกิจด้านการธนาคาร ยังมี Roche และ Novartis ในธุรกิจยา , Nestle ในธุรกิจด้านอาหาร , Glencore และ Gunvor ในสินค้าโภคภัณฑ์ , Richemont และ Patek Philippe ในอุตสาหกรรมนาฬิกา , Lindt & Sprungli และ Barry Callebaut ที่เป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ต้องบอกว่ามีคำอธิบายหลายอย่างเกี่ยวกับความเป็นหนึ่งเดียวขององค์กรในสวิตเซอร์แลนด์ และหนึ่งในคุณลักษณะเด่นที่สำคัญคือ “สามัญสำนึก”

Paul Bulcke ประธานของ Nestle ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการเมืองที่ไม่เหมือนใครซึ่งผสมผสานระหว่างสหพันธ์กับประชาธิปไตยโดยตรง

ด้วยรัฐบาลกลางที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากนัก มหาวิทยาลัยการวิจัยชั้นนำ และการแข่งขันในด้านการศึกษาและการเก็บภาษีระหว่างรัฐต่างๆ ที่หลอมรวมขึ้นเป็นสมาพันธ์สวิส

สำหรับประวัติศาสตร์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น พวกเขาเริ่มต้นประเทศด้วยความยากลำบาก ผืนแผ่นดินที่ไม่เหมาะกับการเพาะปลูก ซึ่งส่วนใหญ่จะปกคลุมไปด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี ทำให้เป็นภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย

ดังนั้นเมื่อสวิตเซอร์แลนด์เริ่มพัฒนาเศรษฐกิจในเขตเมืองต่าง ๆ ในศตวรรษที่ 19 เมืองต่าง ๆ ก็เริ่มมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง St Gallen ที่มุ่งเน้นไปที่สิ่งทอ เบิร์นที่กลายเป็นศูนย์กลางของการค้าชีส บาเซิลกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยาและเคมีที่กำลังเติบโต

ส่วนการผลิตนาฬิกาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจูราตั้งแต่เจนีวาถึงบาเซิล อุตสาหกรรมการธนาคารและประกันภัยก็ได้เริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้นในเจนีวาและซูริก

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากความพยายามที่จะเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ซึ่งสงครามครั้งใหญ่อย่างสงครามโลกครั้งที่สองนั้นได้ทำลายล้างพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปไปอย่างราบคาบ

ซึ่งในขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์จากการหลั่งไหลของกลุ่มประชากรที่มีทักษะสูง ซึ่งหลบหนีภัยสงครามมายังสวิตเซอร์แลนด์

ต้องเรียกได้ว่าชาวต่างชาติเป็นศูนย์กลางของความสำเร็จทางธุรกิจของสวิตเซอร์แลนด์ Henri Nestle ผู้ก่อตั้ง Nestle มาจากแฟรงก์เฟิร์ต Antoni Norbert Patek ช่างซ่อมนาฬิกาผู้บุกเบิกและสร้างแบรนด์ชื่อก้องโลกอย่าง Patek Philippe เป็นนายทหารม้าจากโปแลนด์

Leo Sternbach ชาวยิวโปแลนด์ที่หนีจากพวกนาซี ได้คิดค้น Valium ซึ่งกลายมาเป็นยาระงับประสาทที่โด่งดัง Nicolas Hayek ผู้ร่วมก่อตั้ง Swatch ซึ่งเป็นช่างซ่อมนาฬิกาชื่อดัง มีเชื้อสายเลบานอน

ประมาณครึ่งหนึ่งของซีอีโอของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เป็นชาวต่างชาติ Severin Schwan จาก Roche เป็นชาวเยอรมัน , Gary Nagle จาก Glencore เป็นชาวแอฟริกาใต้ และ Vasant Narasimhan จาก Novartis เป็นชาวอินเดียน-อเมริกัน

การต้อนรับบุคคลต่างชาติของสวิตเซอร์แลนด์นั้นตรงกันข้ามกับความสัมพันธ์ภายในโดยสิ้นเชิง ชาวสวิสเองไม่ได้มีความสัมพันธ์พิเศษกับเพื่อนร่วมชาติในรัฐอื่น ๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่านครรัฐต่าง ๆ ของประเทศคงอยากจะเป็นอิสระมากกว่า เพียงแต่พวกเขารวมตัวกันเป็นองค์กรเพียงหนึ่งเดียวเพื่อปกป้องตนเองจากเพื่อนบ้านที่โหดเหี้ยม

วิธีนี้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก สภาแห่งสหพันธรัฐ ซึ่งเป็นรัฐบาลกลางนั้น ดำเนินการโดยแทบไม่มีบุคคลสำคัญที่รู้จัก คณะรัฐมนตรีมีสมาชิก 7คน ที่มีอำนาจเท่าเทียมกัน และไม่แย่งชิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ไม่มีดราม่าทางด้านการเมือง

เหล่าคณะรัฐมนตรีจะหมุนเวียนกับเป็นประธานคนละ 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครจะจดจำชื่อพวกเขาได้นาน แม้สภาจะมีอำนาจน้อยมาก แต่เขตปกครอง 26 เขตของประเทศก็สามารถจัดการตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับเทศบาลมากกว่า 2,000 แห่ง ที่ดำเนินการด้านการดูแลสุขภาพ การศึกษา การบังคับใช้กฎหมาย และนโยบายการคลัง ที่ทำให้พวกเขาแข่งขันกันเพื่อสร้างเสน่ห์ให้กับธุรกิจที่ต้องการเข้ามาลงทุนได้

การแข่งขันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการเก็บภาษีเพียงเท่านั้น แต่รัฐต่าง ๆ ช่วยเหลือกองทุนมหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่เสมอ Eidgenössische Technische Hochschule (ETH) ในเมืองซูริก ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสถาบันเทคโนโลยีของรัฐบาลกลาง ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในทวีปยุโรปอย่างสม่ำเสมอ

Eidgenössische Technische Hochschule มหาวิทยาลัยชั้นนำของยุโรปในเมืองซูริก (CR:Wikipedia)
Eidgenössische Technische Hochschule มหาวิทยาลัยชั้นนำของยุโรปในเมืองซูริก (CR:Wikipedia)

ทว่าความสำเร็จทั้งหมด สวิตเซอร์แลนด์กลับกลายเป็นศูนย์กลางของบริษัทข้ามชาติน้อยลงในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา

ในปี 1990 สองในสามของบริษัท 20 อันดับแรกของอเมริกา ซึ่งรวมถึง General Motors , Hewlett-Packard และ IBM มีสำนักงานใหญ่ในยุโรปอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์

แต่ในปี 1992 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวสวิสตัดสินใจไม่เข้าร่วมเขตเศรษฐกิจยุโรปหรือ EU ด้วยเหตุนี้บริษัทบางแห่ง เช่น Amazon , Alibaba และ Samsung จึงย้ายถิ่นฐานไปตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคที่ อัมสเตอร์ดัม ดับลิน และลอนดอนแทน

หรือแม้กระทั่งประเด็นร้อนล่าสุดอย่างสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างยูเครน-รัสเซีย ได้ทำให้ชาวสวิสไตร่ตรองถึงสถานะเป็นกลางของพวกเขา รัฐบาลกลางได้เข้าร่วมการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งสร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมากของท่าทีที่เปลี่ยนไปของสวิตเซอร์แลนด์

ยิ่งกว่านั้น ประเทศยังคงจัดการกับการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการจัดการความมั่งคั่ง ซึ่งถูกบังคับให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีที่เคยทำในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่อเมริกาประกาศสงครามกับธนาคารสวิสที่ช่วยพลเมืองของตนหลบเลี่ยงภาษีหลายพันล้านดอลลาร์ และความกดดันระดับนานาชาติที่เพิ่มขึ้นสำหรับความโปร่งใสทางการเงิน รวมถึงด้านเภสัชกรรมด้วยเช่นกัน

ทว่าชาวสวิสในอดีตได้แสดงให้โลกเห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถเอาชนะความท้าทายและอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยการทำงานหนักและความเฉลียวฉลาดของพวกเขาได้

ก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมนาฬิกาของสวิสเกือบจะถึงจุดจบ จนกระทั่งได้ Swatch ที่เข้ามาฟื้นคืนชีพอุตสาหกรรมด้วยการทำนาฬิกาให้ถูกและมีความสนุกมากยิ่งขึ้น รวมถึงนาฬิกาแพง ๆ อย่าง Patek Philippe ก็เป็นที่ต้องการมากขึ้น

บทสรุป

ต้องบอกว่าสวิตเซอร์แลนด์มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งปัจจัยทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเมืองล้วนมีส่วนทำให้เกิดความมั่งคั่งของสวิสอย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้ 

ปัจจัยเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากการตัดสินใจทางธุรกิจที่ชาญฉลาดและแนวคิดทางการเมืองที่แน่วแน่ นั่นทำให้ประเทศพวกเขาเกิดช่วงเวลาแห่งความมั่นคงและความสงบสุข ส่งผลให้ชาวสวิสสามารถทุ่มเทพลังงานและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้นั่นเองครับผม 

References :
https://www.businesssetup.com/blog/11-reasons-to-set-up-your-business-in-switzerland
https://studyinginswitzerland.com/why-is-switzerland-so-rich/
https://www.economist.com/business/2022/05/23/the-recipe-for-the-outperformance-of-swiss-businesses
https://www.vox.com/2014/5/19/5731166/switzerlands-25-minimum-wage-wasnt-as-crazy-as-it-sounded

 

SBP ผนึกพันธมิตรไอทีระดับโลก Alcatel ต่อยอดธุรกิจสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการข้อมูลครบวงจร

บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด (SBP) ในเครือบริษัท บุญรอด ซัพพลายเชน จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูล ผนึกกำลังกับอัลคาเทล-ลูเซ่น ประเทศไทย จำกัด (Alcatel) ผู้ให้บริการทางด้านอุปกรณ์การสื่อสารและระบบเครือข่ายชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส ร่วมเป็น Strategic Partner เพื่อยกระดับการให้บริการพัฒนาระบบการบริหารจัดการต่างๆ

โดยนำอุปกรณ์เครือข่าย (Network Equipment) คุณภาพมาตรฐานระดับโลกมอบบริการลูกค้าครอบคลุมทั้งระบบ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงภาคธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการข้อมูลครบวงจรในประเทศไทย    

นายปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดซัพพลายเชน จำกัด เปิดเผยว่าภาคธุรกิจก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและบริการด้านไอทีโซลูชั่นขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น

โดยเฉพาะการบริการในรูปแบบคลาวด์ (Cloud Service) เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวกในการเข้าถึงระบบได้ทุกที่และทันเวลาตามความต้องการกับธุรกิจระดับองค์กร ตลอดจนการนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้กับบริการใหม่ๆในอนาคต และโปรแกรมสำเร็จรูปใช้สำหรับองค์กร (Enterprise Software)

ซอฟต์แวร์ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร เพื่อกำหนดกระบวนการทางธุรกิจทั่วทั้งองค์กร ส่งผลให้ประสิทธิภาพขององค์กรเพิ่มขึ้นและการพัฒนาขององค์กร ช่วยลดการทำงานที่ซับซ้อนโดยระบบจัดการภายในองค์กรจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายๆฝ่ายให้เป็นระบบไอทีที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ

ขณะที่การบริหารจัดการข้อมูลและการมีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจไทยให้สามารถ Transform รับกับยุคดิจิทัลสู่การเติบโตยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนธุรกิจของบุญรอดฯ ได้นำเทคโนโลยีและการบริการด้านไอทีโซลูชั่นมาประยุกต์ใช้และเป็นส่วนสำคัญการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด หรือ SBP ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูล

เพื่อให้ตอบโจทย์กับธุรกิจและสนับสนุนการทำงานของบริษัทในเครือบุญรอดฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก อาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่าง Singha Estate โดยได้นำการจัดวางระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูล การจัดสรรทรัพยากรบุคคล โปรแกรมในการวิเคราะห์ข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับความร่วมมือเป็น Strategic Partner ในครั้งนี้ ทั้ง 2 บริษัท ได้นำความชำนาญและจุดแข็งมาต่อยอดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการบริหารจัดการข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยบริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด หรือ SBP ได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริการไอทีโซลูชั่น

โดยมี ระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ อาทิ การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ระบบคลังสินค้า การจัดการทางด้านทรัพยากรต่างๆ รวมทั้งการวิเคราะห์การบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า  

ส่วนบริษัท Alcatel-Lucent ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตอุปกรณ์ เทคโนโลยีทางด้านโซลูชั่นเครือข่ายและการสื่อสารที่มีประสบการณ์มากกว่า 100 ปี และเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์เครือข่าย (Network Equipment) อาทิ อุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์ รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายที่มีความปลอดภัยสูง มาเติมเต็มระบบ Hardware ให้กับ SBP ซึ่งวางเป้าหมายก้าวสู่ผู้นำการให้บริการด้านงานระบบไอทีโซลูชั่นที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย

โดยหลังจากนี้จะทำให้ บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด สามารถพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ซึ่งมีทั้ง Software และ Hardware คุณภาพมาตรฐานระดับโลก ที่ตอบโจทย์การทำ Digital Transformation การให้บริการรวบรวม ดูแล และบริหารจัดการข้อมูลสำคัญให้กับบริษัทลูกค้า

เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำ Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์และสื่อสารกลับไปยังกลุ่มลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้การจัดการข้อมูลที่แม่นยำมีส่วนสำคัญในการยกระดับและสร้างมาตรฐานที่ดีในองค์กร ซึ่งงานด้านการพัฒนาระบบ การให้คำปรึกษาด้านการนำข้อมูลไปใช้เพื่อวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ การวางแผนพัฒนาธุรกิจด้วยเทคโนโลยี การรักษาความปลอดภัยข้อมูล และการติดตั้งระบบต่างๆ จาก Network Equipment คือบริการที่ SBP สามารถมอบให้กับลูกค้าได้แบบครอบคลุมทั้งระบบ (Full Service) พร้อมที่จะสนับสนุนด้านการจัดการข้อมูลของธุรกิจในทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนทุกระดับไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และองค์กรชั้นนำต่างๆ