Apple Pay Later กับเศรษฐกิจที่น่าเกลียดที่อยู่เบื้องหลังระบบซื้อก่อนจ่ายทีหลังใหม่ของ Apple

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ๆ นะครับกับ Apple ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยี ที่เป็นหนึ่งในบริษัทที่ปกป้องในเรื่องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานมาอย่างยาวนาน แต่กลับมาเปิดให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังอย่าง Apple Pay Later

ต้องเรียกได้ว่า ธุรกิจ Buy Now Pay Later (BNPL) นั้นกำลังบูมขึ้นมาอย่างสุดขีด มีบริการหลากหลายให้เลือกใช้งาน แทบจะทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะระบบ Ecommerece ก็มักจะมีส่วนของบริการเหล่านี้ให้ลูกค้าเลือกใช้งาน สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

แต่ด้วยรูปแบบ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ทุกคนก็ต้องรู้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่บริษัทเหล่านี้จะนำมาวิเคราะห์สินเชื่อนั้นมีสิ่งเดียวนั่นก็คือ ข้อมูล และมันก็คือข้อมูลผู้ใช้ทั้งหลายที่ทาง Apple หวงแหน ปกป้องมาโดยตลอดนั่นแหละ

บริการ BNPL นั้นได้รับความนิยมอย่างสูงโดยเฉพาะกับกลุ่ม Generation Z หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997 ถึง 2012 มีรายงานจาก SFGate ว่า ลูกค้า BNPL สูงถึง 73% เป็นกลุ่มคน Gen Z

สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การสร้างพฤติกรรมผิดๆ ในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคใน Gen นี้ ซึ่งจากข้อมูลรายงานนั้นพบว่า มีประมาณ 43% ของลูกค้าที่ใช้บริการ BNPL ขาดการชำระเงินอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

บริการ BNPL นั้นได้รับความนิยมอย่างสูงโดยเฉพาะกับกลุ่ม Generation Z (CR:Security Tags)
บริการ BNPL นั้นได้รับความนิยมอย่างสูงโดยเฉพาะกับกลุ่ม Generation Z (CR:Security Tags)

และสิ่งที่สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปก็คือ กลุ่มคนที่มีปัญหาในการชำระเงินให้กับบริการ BNPL มันกระทบชิ่งไปยังค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าสาธารณูปโภค หรือ แม้กระทั่งค่าเลี้ยงดูบุตร แต่กลับต้องหาเงินมาจ่ายบริการ BNPL ก่อน

ทาง SFGate ยังตั้งข้อสังเกตว่าบริการ BNPL สามารถนำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยเกินตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับจากร้านค้าที่ใช้บริการ BNPL ของ Affirm (หนึ่งในบริการ BNPL ของอเมริกา) โดยเฉลี่ยใช้เงิน 365 ดอลลาร์ในการช็อปปิ้ง ต่างจากในปี 2020 ที่บริการเหล่านี้ยังไม่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายเฉลี่ยแค่ไม่เกิน 100 ดอลลาร์เพียงเท่านั้น

แต่มันก็มีข้อมูลที่น่าสนใจกับบริการอย่าง BNPL หลาย ๆ รายที่กำลังประสบกับปัญหา ยกตัวอย่างเช่น Klarna และ Affirm ที่มีความเพ้อฝันว่าอัลกอริธึมอันแสนวิเศษของพวกเขาสามารถทำนายได้ว่าใครสามารถจ่ายหนี้ได้อย่างน่าเชื่อถือและจะจ่ายเมื่อใด

มันฟังดูวิเศษมาก แต่ความเป็นจริงกลับกลายเป็นสิ่งตรงกันข้าม บริษัทเหล่านี้มีปัญหากับการตามหนี้ บริษัทเหล่านี้กำลังเลิกจ้างพนักงานและมูลค่าบริษัทของพวกเขาก็ลดลง 3 เท่า เนื่องจากพบว่าเวทมนตร์ที่เขาคิดว่าเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ได้สร้างผลกำไรอะไรเลย

และที่สำคัญบริการ BNPL ทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้ กำลังได้รับความสนใจจากหน่วยงานเฝ้าระวังของรัฐบาลจากทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกา สำนักคุ้มครองทางการเงินของผู้บริโภคกำลังตรวจสอบบริษัท BNPL ซึ่งรวมถึง Klarna,Zip,Afterpay ,Affirm และ Paypal

หน่วยงานรัฐบาลกำลังกังวลเกี่ยวกับ การสะสมหนี้สิน การชาร์จค่าบริการต่าง ๆ ที่เกินจริงไม่ถูกต้องตามกฏระเบียบ และเรื่องที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ ข้อมูลผู้บริโภค ที่บริษัทเหล่านี้นำไปใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ มันเป็นการลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้หรือไม่

ถือว่าน่าสนใจนะครับ บริษัทอย่าง Apple ที่คุยโม้โอ้อวดว่าปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้มาโดยตลอดที่ผ่านมา กำลังสอดแทรกเข้ามาในธุรกิจนี้

เมื่ออัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และผู้บริโภคต่างดิ้นรนเพื่อชำระค่าสินค้าในชีวิตประจำวัน มันเป็นข้อได้เปรียบมาก ๆ อยู่แล้วสำหรับ Apple เองที่มีลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ของพวกเขาสูงมาก ๆ ที่จะยินดีใช้บริการใหม่ ๆ ของพวกเขาโดยไม่ตะขิดตะขวงใด ๆ

ข้อได้เปรียบมาก ๆ อยู่แล้วสำหรับ Apple ที่มีลูกค้าที่มี Royalty สูง (CR:Crast.net)
ข้อได้เปรียบมาก ๆ อยู่แล้วสำหรับ Apple ที่มีลูกค้าที่มี Royalty สูง (CR:Crast.net)

แต่ก็ต้องบอกว่าการนำเอาบริการอย่าง BNPL เข้ามาพัวพันกับแบรนด์อย่าง Apple นั่นทำให้ขัดแย้งกับเป้าหมาของบริษัทในการนำเสนอเทคโนโลยีและบริการแก่ลูกค้าที่พวกเขาจะรู้สึกดี

และตามคำกล่าวอ้างจาก CEO ของ Apple อย่าง Tim Cook ที่ประกาศไว้อย่างชัดเจนในเรื่องจริยธรรมและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Apple ไว้ว่า

“เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม”

แต่ดูเหมือนว่าธุรกิจอย่าง BNPL นั้นต้องบอกว่ามันขัดแย้งกับทุกอย่างที่ Apple เคยสั่งสมความดีงามมาโดยตลอดจวบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้นั่นเองครับผม

References :
https://www.marketwatch.com/story/robbing-peter-to-pay-paul-apple-is-the-latest-company-offering-buy-now-pay-later-4-reasons-you-should-think-twice-before-signing-up-11654624235
https://www.theverge.com/2022/6/8/23157184/ugly-economics-behind-apple-buy-now-pay-later-system-bnpl
https://www.cnbc.com/2022/06/08/apple-will-handle-lending-for-apple-pay-later.html
https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-06-08/apple-will-handle-the-lending-itself-with-new-pay-later-service

บุญรอดฯ ผนึกกำลังโออาร์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนบุกธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มสำเร็จรูปพร้อมดื่ม

บุญรอดเทรดดิ้งฯ ร่วมทุน บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด โดย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดตั้งบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มสำเร็จรูปพร้อมดื่ม โดยได้นำประสบการณ์และความเข้าใจในธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายครบวงจร มาพัฒนาต่อยอดโดยผนึกความเชี่ยวชาญ OR ในธุรกิจค้าปลีกเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ร่วมปั้นรูปแบบธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการทุกที่ทุกเวลา รับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

นายภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบุญรอดฯ ดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 89 ปี เรามีความรู้ ความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายครอบคลุม ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เบียร์ น้ำดื่ม โซดา น้ำแร่ ฯลฯ

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้แบรนด์และผลิตภัณฑ์ในเครือบริษัทฯ สามารถครองใจกลุ่มเป้าหมายและก้าวเป็นผู้นำในตลาดอย่างแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ในกลุ่มเครื่องดื่มเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัทฯได้ร่วมลงนามในสัญญาจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ หรือ Modulus ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% ซึ่งมีความแข็งแกร่งในการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ “คาเฟ่ อเมซอน” ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ

ส่วนบุญรอดฯ มีความชำนาญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มครบวงจร , ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แข็งแกร่ง รวมทั้งมีศักยภาพการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทาง

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า การเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มของ OR ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ OR ตามพันธกิจในการสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตแบบครบวงจรเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ (All Lifestyle)

สำหรับการร่วมมือกับบุญรอดฯ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งช่องทางการจำหน่าย ให้ตอบโจทย์ความต้องการเครื่องดื่มของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วนและครอบคลุมยิ่งขึ้น

ดังนั้น การตั้งบริษัทร่วมทุน จึงเป็นการนำความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 ฝ่าย มาต่อยอดเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยการเดินหน้าพัฒนาโครงการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มสำเร็จรูปพร้อมดื่ม(Ready To Drink : RTD) เพื่อตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น