ประวัติ Delivery Hero แอปส่งอาหารนัก Take Over จากเยอรมนี

ต้องบอกว่าเป็นการเดินทางที่น่าสนใจมาก ๆ ของ Delivery Hero Holding ที่ตอนนี้ได้แพร่กระจายกิจการของพวกเขาไปทั่วโลกผ่านกลยุทธ์การเข้า take over ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ app ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในไทยอย่าง Food Panda

Delivery Hero Holding ก่อตั้งขึ้นในกรุงเบอร์ลินโดย Niklas Östberg, Kolja Hebenstreit, Markus Fuhrmann และ Lukasz Gadowski ในเดือนพฤษภาคม 2011โดยมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในการผลักดันให้แพล็ตฟอร์มของพวกเขากลายเป็นแพล็ตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์ทั่วโลก

สำหรับ Niklas Östberg CEO ของ Delivery Hero เป็นผู้ประกอบการชาวสวีเดน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการจาก Royal Institute of Technology Stockholm และ ETH Zurich

หลังจากห้าปีในฐานะที่ปรึกษาด้านการจัดการที่ Oliver Wyman Niklas ได้ร่วมก่อตั้ง Pizza.nu (ต่อมาคือ OnlinePizza.se) ซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นประธานของบริษัท หลังจากนำพา Pizza.nu เอาชนะตลาดในสวีเดนได้สำเร็จ

เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างบริษัทชั้นนำด้านการตลาดในการสั่งอาหารออนไลน์ในโปแลนด์ ฟินแลนด์ และออสเตรีย

ปลายปี 2010 Niklas โน้มน้าว Team Europe ให้พัฒนาแนวคิดสู่ตลาดเยอรมนีภายใต้ชื่อ Lieferheld (Lieferheld.de) และได้รับใบอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีและความรู้จากบริษัทดั้งเดิมของสวีเดน

หลังจากการเข้าสู่ตลาดที่ประสบความสำเร็จในตลาดเยอรมนีที่มีการแข่งขันสูง Niklas Östberg และทีมงานของเขาตัดสินใจที่จะเปิดตัวรูปแบบธุรกิจในระดับสากลภายใต้ชื่อ Delivery Hero

ภายใต้การนำของผู้นำอย่าง Niklas Östberg Delivery Hero ได้ขยายไปยังออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกในปี 2011 ในช่วงต้นปี 2012 บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Lieferheld ในเยอรมนี และเข้าซื้อหุ้นใน Foodarena ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

จากนั้น Delivery Hero ได้ระดมทุนรอบใหม่กว่า 25 ล้านยูโรเพื่อซื้อกิจการทางการเงินใน 4 ประเทศในยุโรปได้แก่ สวีเดน ฟินแลนด์ ออสเตรีย และ โปแลนด์

ในเดือนสิงหาคมปี 2012 Delivery Hero ได้เริ่มขยายตัวมายังเอเชียทั้งในเกาหลีใต้และจีนผ่านบริการอย่าง YoGiYo และ Aimifan

บุกเกาหลีใต้ด้วยการเข้าซื้อ YoGiYo (CR:The Investor.com)
บุกเกาหลีใต้ด้วยการเข้าซื้อ YoGiYo (CR:The Investor.com)

สงคราม DDoS จุดเริ่มต้นของการต่อสู้อย่างดุเดือด

เส้นทางที่ดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบของ Delivery Hero นั้นต้องมาสะดุดในลงในช่วงปี 2012-2013 เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างบริการพอร์ทัลออนไลน์ของบริการจัดส่งอาหารต่าง ๆ

สิ่งนี้ทำให้สื่อในเยอรมนีเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า Cyber War ระหว่างเว็บพอร์ทัลขนาดใหญ่

มีรายงานการโจมตี DDos บ่อยครั้งกับแต่ละบริการที่กำลังแข่งกันอย่างดุเดือด และแน่นอน ว่า Delivery Hero ก็ต้องปกป้องตัวเองและแสดงตัวตนที่มีความก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการโจมตีโต้กลับ

มีข้อกล่าวหาต่าง ๆ สาดเสียเทเสียกันไปกันมาระหว่างบริการที่แข่งกัน ตลอดจนคดีความจำนวนมากที่มีต่อกัน เรียกว่าเป็นศึกสงครามเทคโนโลยีที่โหดที่สุดครั้งนึงของวงการเทคโนโลยีในประเทศเยอรมนี

ในปี 2012 สำนักงาน Delivery Hero ในกรุงเบอร์ลินถูกตำรวจบุกค้น และอัยการตั้งข้อกล่าวหากับ Delivery Hero จนพวกเขาถูกดำเนินคดีในข้อหาโจมตี DDos กับคู่แข่งและขโมยข้อมูลจากบริการเว็บอื่น ๆ

จบสงครามภายใน และลุย take over กิจการต่อเนื่อง

หลังจบสงครามถายในประเทศที่เรียกได้ว่า เจ็บไปตาม ๆ กัน ในปี 2014 Delivery Hero ได้เข้าถือหุ้นใน PedidosYa ซึ่งเป็นผู้นำในแพล็ตฟอร์มการสั่งอาหารออนไลน์ในแถบละตินอเมริกา

จากนั้นในเดือนสิงหาคมปี 2014 พวกเขาก็ได้เข้าซื้อกิจการของ pizza.de หนึ่งในคู่แข่งที่สำคัญของเยอรมนีของพวกเขา

ในปี 2014 เป็นปีที่รุ่งเรืองมาก ๆ ของ Delivery Hero พวกเขาได้กลายเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่เติบโตเร็วที่สุด 3 อันดับแรกของเยอรมนีในขณะนั้น

ในเดือนเมษายนปี 2015 พวกเขาได้เข้าซื้อกิจการบริการจัดส่งอาหารของเกาหลีใต้อย่าง Baedaltong ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของบริการ YoGiYo ของตนเอง

ในเดือนพฤษภาคม 2015 พวกเขาก็ยังคนเดินหน้าซื้อกิจการอย่างบ้าคลั่ง โดยเข้าซื้อกิจการ e-food.gr ซึ่งเป็นผู้ให้บริการส่งอาหารรายใหญ่ที่สุดในประเทศกรีซ

และ Deal ที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาคงหนีไม่พ้นการเข้าซื้อกิจการ Foodpanda ในเดือน ธันวาคม ปี 2016 ซึ่งต้องบอกว่า Foodpanda เองก็เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์ในขณะนั้นเลยทีเดียว

ในเดือนมีนาคมปี 2017 CEO อย่าง Niklas Östberg ประกาศว่าเขาต้องการให้บริษัทของเขาพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ในไตรมาสที่สองของปีนั้น โดย Delivery Hero จะเน้นไปที่การรวมตัวครั้งสำคัญกับ Foodpanda โดยตั้งเป้าการประเมินมูลค่าของบริษัทไว้ที่ประมาณ 3.5 พันล้านยูโร

ในเดือนพฤษภาคมปี 2017 Naspers กลุ่มอินเทอร์เน็ตและความบันเทิงระดับโลก และเป็นหนึ่งในนักลงทุนด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของโลกเข้าลงทุน 387 ล้านยูโรใน Delivery Hero และได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท

Delivery Hero ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ตเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนปี 2017 กลายเป็นธุรกิจเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในเกือบสองปีที่มีการทำ IPO โดยสามารถระดมทุนไปได้เกือบ 1 พันล้านยูโรทำการ Exit จากการเป็นสตาร์ทอัพได้สำเร็จไปในที่สุด

สามารถพา Delivery Hero เข้าสู่เส้นชัยใน IPO ได้สำเร็จ (CR:artichoax.com)
สามารถพา Delivery Hero เข้าสู่เส้นชัยใน IPO ได้สำเร็จ (CR:artichoax.com)

ต้องบอกว่าสิ่งที่เริ่มแรกคือวิสัยทัศน์เล็กๆ ที่ Niklas มองเห็นและเริ่มทำการตลาดในสวีเดน ได้ขยายไปสู่วิสัยทัศน์ระดับโลกในปัจจุบัน

วิสัยทัศน์หลักของ Niklas คือการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม ดังนั้นบริการของ Delivery Hero จะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกับโอกาสใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีและการขนส่งในอนาคตนั่นเองครับผม

แนวคิดที่น่าสนใจจาก CEO Niklas Östberg ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับ Delivery Hero

มี quote คำพูดที่น่าสนใจที่ได้จากการสัมภาษณ์เขาที่ถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจในการบริหารกิจการของเขาดังนี้

“ในฐานะผู้ประกอบการ คุณจะเจอปัญหาเสมอเมื่อคุณกล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ”

“เราได้ทำงานเพื่อสร้างองค์กรที่มีคอขวดน้อยที่สุด ซึ่งหมายความว่ามีเพียงไม่กี่การตัดสินใจที่มาจากด้านบนโดยตรง”

“ผมมีความไว้วางใจและความเชื่อมั่นอย่างมากในองค์กรของผม ผมคิดว่าเหล่าพนักงานสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ดีที่สุดเมื่อคุณปล่อยให้พวกเขาเป็นอิสระ ทันทีที่คุณเริ่มบอกทิศทางหรือข้อจำกัดมากเกินไป ผู้คนจะสูญเสียความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลไป”

References : https://www.deliveryhero.com/blog/niklas-delivery-hero/
https://en.wikipedia.org/wiki/Delivery_Hero
https://www.crunchbase.com/person/niklas-stberg
https://www.deliveryhero.com/blog/10-things-you-didnt-know-about-delivery-hero/