Book Review : STAY BUSY, STAY FOOLISH สตาร์ทอัพนับหนึ่ง

ส่วนตัวเป็นคนที่ติดตามคุณ ‘โสภณ ศุภมั่งมี’ ผู้เขียนหนังสือ ‘The Nerd of Microsoft’ ที่ต้องบอกว่าเป็นหนังสือที่ประทับใจมากที่สุดเล่มหนึ่ง เนื่องจากผมจะเป็นคนที่ชอบหนังสือสไตล์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติเรื่องราวของบุคคลต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยี ที่คุณ โสภณ ได้เคยทำงานที่ Microsoft และได้ถ่ายทอดออกมาในหนังสือเล่มแรกได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับ Stay Busy , Stay Foolish สตาร์ทอัพนับหนึ่ง ถือเป็นผลงานเล่มที่สองของคุณ โสภณ ที่กล่าวถึงเรื่องราวการเริ่มต้น startup ใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่งอราวประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานของคุณโสภณ

ที่หันมาเป็นผู้ประกอบการโดยที่ไม่เคยทำธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องราวการทำสตาร์ทอัพ เมสเซนเจอร์รับ-ส่งของทั่วเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก ๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จุดที่สำคัญคือ การก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน คุณโสภณ นั้นถ่ายทอดออกมาในหนังสือเล่มนี้ได้อย่างสุดมันส์

ถ้าใครเคยอ่าน The Nerd of Microsoft เราจะเห็นการถ่ายทอดเรื่องราวที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน มีสอดแทรกความรู้อยู่ตลอดเวลาจากธุรกิจขนาดใหญ่ และอ่านง่ายมาก ๆ และเช่นเดียวกันในหนังสือเล่มที่สอง ก็ให้อรรถรส ในลักษณะเดียวกัน ที่อ่านง่าย อ่านสนุก

ต้องบอกว่าเป็นหนังสือเพียงไม่กี่เล่มในช่วงหลัง ๆ ที่ผมใช้เวลาอ่านแบบรวดเดียวจบ ในยุค information overflow ที่มีอยู่เต็มไปหมดในโลก อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ที่ต้องยอมรับว่าทำให้ประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือของตัวผมเอง รวมถึงหลาย ๆ คนน่าจะตกไปมาก

ต้องบอกว่าเป็นหนังสือที่ถ่ายทอดรายละเอียดการเริ่มธุรกิจ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก การพบกับปัญหามากมาย รวมถึงวิธีที่คุณโสภณ ใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งแน่นอนว่าหลาย ๆ ธุรกิจที่เริ่มต้นก็มักจะเจอกัน

ทั้งการบริหารธุรกิจ การบริหารคน การจัดการด้านการเงิน ซึ่งให้แง่มุมที่น่าสนใจเป็นอย่างดี รายละเอียดของเรื่องราวที่คิดว่า คุณ โสภณ คงจะจดรายละเอียดไว้ตลอด จึงได้เรียบเรียงออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ได้แบบละเอียดยิบ

ต้องบอกว่าเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ มันเหมือนเป็นการจุดไฟในตัวบางอย่าง ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะเจอกันในชีวิตการทำงาน ที่หลายๆ คนกำลังอยู่ใน คอมฟอร์ทโซน ซึ่ง เมื่ออ่านเล่มนี้จบ คุณอาจจะลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่แท้จริง เหมือนที่คุณโสภณ ได้ทำกับ Busy Rabbit ก็เป็นได้ครับ

*** สามารถทดลองอ่านตัวอย่างได้ที่ : http://minimore.com/b/stu ***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Movie Review : JUDY จูดี้ การ์แลนด์

ต้องบอกว่าเป็นหนังที่มีคนให้ความสนใจน้อยไปหน่อย สำหรับหนังที่เล่าเรื่องราวประวัติ ของ JUDY Garland (จูดี้ การ์แลนด์) นักร้องนักแสดงผู้มากความสามารถในยุคปี 60 ซึ่งแน่นอนว่าหนังแนว ๆ นี้มักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในตลาดหนังไทยเท่าที่ควร

หนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของ นักร้องนักแสดงสาวในตำนานยุค 60 “Judy Garland” ที่เป็นเรื่องราวช่วงที่ได้มาถึง Swinging London เพื่อแสดงในงาน The talk of the Town เป็นงานที่โด่งดัง ตั๋วถูกขายจนหมดเกลี้ยง

แม้เสียงเธอจะอ่อนแอลงแต่กลับทรงพลังทางด้านอารมณ์มากขึ้น ขณะที่เธอเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงของเธอ เธอต้องสู้รบปรบมือกับบรรดาผู้บริหารและนักดนตรี เพื่อนๆ และแฟนๆที่รักเธอ ต่างย้ำเตือนเธอเกี่ยวกับเรื่องความรักของเธอ

ซึ่งขณะนั้นเธอกำลังเริ่มต้นการคบหากับ Mickey Deans (Finn Wittrock) ว่าที่สามีคนที่ห้าของเธอ เพราะความเปราะบางในอดีตเกี่ยวกับคนรักของเธอทำให้ทุกคนเป็นห่วง ซึ่งเธอทำงานมานานกว่า 45 ปี โดยเริ่มการแสดงครั้งแรกเมื่อายุเพียงแค่ 2 ขวบเท่านั้น

ในขณะที่เธออายุ 47 ปี เธอรู้สึกหมดแรงและยังถูกหลอกหลอนจากความทรงจำในวัยเด็ก ในส่วนลึกเธอยังคงหวังที่จะได้กลับบ้านพร้อมกับลูกๆ

ถือเป็นหนังที่สไตล์ที่ผมชอบอีกแนวหนึ่งนั่นก็คือ เรื่องราวของประวัติบุคคลต่าง ๆ โดยเฉพาะคนชื่อดัง และแน่นอนว่า เรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ผ่านเรื่องราวของเธอ ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัวเป็นอย่างมาก

หนังได้เล่าเรื่องผสมผสาน โดยสลับกับช่วงเธอที่ยังเป็นเด็ก เพื่อฉายภาพที่มาของเรื่องราวของเธอว่า เธอได้พบเจออะไรมาบ้างในวัยเด็ก ซึ่งมันส่งผลต่อเธอเมื่อเติบโตขึ้นมาอย่างชัดเจน

ส่วนบทนำที่ เรเน่ เซลเวเกอร์ กลับมารับบท JUDY นั้นเธอทำได้สุดยอดมาก ๆ เธอถ่ายทอดอารมณ์ของความเป็นศิลปินออกมาได้เด่นชัดมากจากหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่เธอแสดงได้ดีมากที่สุดเรื่องนึงเลยก็ว่าได้ แฟน ๆ เรเน่ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งเลยครับสำหรับหนังเรื่องนี้

สำหรับเรื่องราวนั้น เราก็ต้องมาลุ้นกันว่าเธอ (JUDY) จะมีพลังสู้ต่อไปได้หรือไม่? และแน่นอนว่าจุดเด่นที่ประทับใจจากหนังเรื่องนี้อีกอย่าง ก็คือได้มีโอกาสได้ซึมซับบทเพลงคลาสสิกเหนือกาลที่เป็นที่รู้จักกันดีของเธออย่าง “Over the Rainbow’ ที่ฟังแล้วทุกคนต้องร้องอ๋อ ซึ่งถือเป็นเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของนักร้องระดับตำนานคนนี้ได้เป็นอย่างดี เป็นหนังที่อยากแนะนำให้ไปดูกันจริง ๆ นะครับ จบออกมาจากโรงแล้วรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก อยากให้ไปดูกันครับ

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Brain to Speech กับอุปกรณ์สุดล้ำที่เปลี่ยนความคิดเป็นคำพูด

อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์สมองใหม่จะถอดรหัสกิจกรรมของสมองเพื่อค้นหาว่ามีใครพยายามพูดอะไรและใช้ข้อมูลนั้นในการสังเคราะห์ประโยคแบบเต็มและเปลี่ยนเป็นเสียงให้ได้ยิน

อุปกรณ์นี้ยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบและการวิจัยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่อุปกรณ์นี้เป็นอุปกรณ์แรกที่สร้างประโยคแบบเต็มรูปแบบในแบบที่คนอื่นเข้าใจได้โดยอ้างอิงจาก Scientific American -เป็นความหวังสำหรับผู้ที่ สูญเสียความสามารถในการสื่อสารจากการป่วยในโรคต่าง ๆ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานฟรานซิสโกอธิบายว่า อุปกรณ์เหล่านี้ที่พยายามแปลพฤติกรรมของสมองเป็นการพูดด้วยเสียงนั้นซับซ้อนเกินไปตามการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature

แต่พวกเขาใช้เทคโนโลยีของปัญญาประดิษฐ์เพื่อเชื่อมโยงสัญญาณที่สมองส่งไปยังผู้ใช้งานที่สอดคล้องกับคำศัพท์เฉพาะซึ่งท้ายที่สุดเป็นการจำลองพฤติกรรมของการสร้างคำที่ฟังดูสมจริง ในการทดสอบการทำงานอุปกรณ์สามารถสังเคราะห์เสียงพูดในขณะที่ผู้คนพูดคำอย่างเงียบ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คนที่ได้ฟังประโยคจากเครื่องดังกล่าวนั้นยังเข้าใจผิดอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของประโยคทั้งหมด แต่ถือว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของอุปกรณ์เหล่านี้

“สำหรับคนที่หูหนวก หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สามารถสื่อสารได้นั้น ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ยังพอที่จะรับได้” มหาวิทยาลัย Northwestern University neuroengineer Mark Slutzky ที่ได้ดำเนินโครงการที่คล้ายกันบอกกับทาง SCIAM “ เห็นได้ชัดว่าคุณสามารถ พูดอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ แต่มันก็ยังดีกว่าการพิมพ์คำตัวอักษรทีละตัวซึ่งเป็นการสื่อสารที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และเทคโนโลยีนี้กำลังมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถสื่อสารได้นั่นเอง”

References : https://www.scientificamerican.com/article/scientists-take-a-step-toward-decoding-speech-from-the-brain/ https://www.news-medical.net/news/20190425/Device-converts-brain-signals-into-speech-offers-hope-for-patients.aspx

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol