PayPal Wars ตอนที่ 3 : Mega-Merger

FEBRUARY—MARCH 2000

X.com ก่อได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อการแข่งขันกับ PayPal ของ Confinity ซึ่งแม้ว่าความสำเร็จของ PayPal ใน ebay จะช่วยเร่งการเติบโตให้ PayPal ได้มากเพียงใด แต่การเปิดตัวที่ฉูดฉาดกว่าของ X.com รวมถึงเงินทุนสำรองที่มีมหาศาลจาก Elon Musk เมื่อเทียบกับสถานะของ PayPal ที่ดูเหมือนทุนจะร่อยหรอลงไปทุกที

แม้การแข่งขันจะเป็นเรื่องดีต่อผู้บริโภค แต่เมื่อมองเกมนี้ในระยะยาวแล้วนั้น PayPal จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ X.com เป็นอย่างมาก เพราะทาง X.com นั้นพร้อมที่จะกระโจนมาเล่นในตลาดเดียวกับ PayPal ด้วยข้อเสนอที่เย้ายวนกว่านั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโบนัส หรือ ค่าธรรมเนียม ที่ X.com นั้นพร้อมจะตัดราคาสู้

สุดท้าย Thiel จึงต้องตัดสินในครั้งสำคัญ นั่นก็คือ การควบรวมกิจการกับ X.com โดยให้คนกลางอย่าง Bill Harris ซึ่งมีชื่อเสียงจากการที่เคยเป็น CEO ของ Intuit บริษัที่สร้าง Quicken และ QuickBooks

Thiel จะรับตำแหน่งรองประธานอาวุโสด้านการเงิน ส่วน Elon Musk ประธานของ X.com จะเป็นประธานของบริษัทใหม่นี้ เนื่องจาก Musk จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของบริษัทใหม่ และให้ Max รับตำแหน่ง CTO ของบริษัท

โดยในขณะที่ทั้ง PayPal และ X.com กำลังจูบปากกันอย่างดูดดื่มนั้น มันก็ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสอง เพราะบริการของพวกเขาที่ตอนนี้มีผู้ใช้งานส่วนใหญ่อยู่ในเว๊บไซต์ประมูลชื่อดังอย่าง ebay นั้น กำลังจะมีคู่แข่งคนสำคัญโผล่ขึ้นมาอีก 1 ราย

เพราะ ebay ได้ประกาศเปิดตัว Billpoint บริการชำระเงินออนไลน์ของตัวเองขึ้นมา เนื่องจากเห็นความสำเร็จของทั้ง PayPal และ X.com ที่กำลังไปได้ดีบนแพลตฟอร์มของ ebay

แล้วทำไม ebay จะไม่ทำเสียเอง เพราะเป็นบริการที่ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าของพวกเขาเองแทบจะทั้งสิ้นอยู่แล้ว ซึ่งการสร้างบริการประมวลผลบัตรเครดิตที่ใช้งานได้สำหรับผู้ขายใน ebay ผ่าน Billpoint นั้น มีจุดประสงค์ก็เพื่อปรับปรุงธุรกิจหลักของ ebay เอง

ซึ่งรูปแบบการประมูลที่มีการหมุนเวียนอยู่ในระบบของ ebay นั้นจะเกิด transaction จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของค่าธรรมเนียมซึ่งเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของ ebay และมันจะเพิ่มขึ้นได้หากมีบริการของ Billpoint เข้ามาเสริมในจุดนี้ และที่สำคัญยังได้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Wells Fargo เข้ามาร่วมลงทุนใน Billpoint เพิ่มเติมอีกด้วย

ebay ส่งบริการอย่าง Billpoint มาสู้กับ X.com และ PayPal
ebay ส่งบริการอย่าง Billpoint มาสู้กับ X.com และ PayPal

และการชำระเงินออนไลน์ ก็ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่แข่งกันอย่างดุเดือด ในเดือนมีนาคมปี 2000 การที่ Confinity และ X.com ได้รวมตัวกัน รวมถึง ebay ที่ได้ผนึกหุ้นส่วนกับ Wells Fargo หรือ รายอื่น ๆ อย่าง dotBank และ PayMe ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด มันทำให้ศึกนี้เต็มไปด้วยความดุเดือด

Yahoo ที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้าน เว๊บไซต์พอร์ทัล ในขณะนั้น ก็เริ่มสนใจในตลาดนี้เช่นกัน ซึ่ง Yahoo ก็มองว่าบริการชำระเงินออนไลน์นั้นจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้อขายบนเว๊บไซต์ของ Yahoo เช่นเดียวกัน จึงมีความคิดที่จะซื้อกิจการของ PayPal ที่ควบรวมกับ X.com แต่โดน Thiel และ Musk ปฏิเสธไป

หรือแม้กระทั่ง ebay เองก็ตาม Yahoo ก็เคยพยายามตามตื้อที่จะเข้าซื้อกิจการอยู่เช่นเดียวกัน เนื่องจากมีเงินสดจำนวนมากหลังจากได้ทำ IPO ได้สำเร็จ แต่ ebay เองที่มีผู้บริหารคือ Meg Whitman ก็ต้องการที่จะนำ ebay ทำ IPO เช่นเดียวกัน Deal ดังกล่าวจึงไม่ได้เกิดขึ้น

สุดท้าย Yahoo จึงได้ไปทำการซื้อกิจการของ Dotbank แทน แต่ตอนนั้นมันก็ช้าไปเสียแล้วเนื่องจากดูเหมือนว่า Dotbank จะตามคนอื่นไม่ทันแล้วในตลาดชำระเงินออนไลน์ โดย Yahoo ได้ประกาศปิดเว๊บไซต์ Dotbank และเปลี่ยนบริการมันให้กลายเป็น Yahoo PayDirect แทนในที่สุด

และภายในเพียงแค่ 6 เดือนหลังจากนั้น ตลาดบริการชำระเงินออนไลน์ ก็มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามามากมาย นั่นคือ บริษัท startup 4 แห่ง (X.com ,PayMe, PayPlace และ gMoney) บริการพอร์ทัลอย่าง Yahoo PayDirect รวมถึงบริการของธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง eMoneyMail ของ Bank One และ พันธมิตร ebay-Wells Fargo (Billpoint) ซึ่งทุกฝ่ายต่างต้องการรที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดด้วยการครอบงำตลาดการชำระเงินออนไลน์ให้ได้ทั้งหมด

Yahoo ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยบริการ Pay Direct
Yahoo ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยบริการ Pay Direct

แต่ดูเหมือนว่าในบรรดาคู่แข่งทั้งหมดนั้น บริการที่เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ X.com (หลังควบรวมกับ PayPal) ก็คือ Billpoint ที่มี ebay คอยหนุนหลังอยู่นั่นเอง เพราะเป็นตลาดใหญ่ของ X.com เช่นเดียวกันในขณะนั้น

ebay เริ่มเล่นงาน X.com ทันทีด้วยการประกาศนโยบายใหม่ โดยอ้างเรื่องความจำเป็นในการรักษาภาพลักษณ์ของเว๊บไซต์ ebay ให้ไม่ดูรกตา เพราะตอนนั้น X.com ได้เข้าไปสร้างบริการที่ ผูกไว้กับ ebay แบบหลวม ๆ และเต็มไปด้วยหน้าจอต่างๆ มากมายสำหรับลูกค้าไว้ใช้งานบริการของ X.com ในการชำระเงินผ่านการประมูล

การอ้างเรื่องนโยบายใหม่ของ ebay นั้นต้องบอกว่าทำให้ X.com นั้นลำบากขึ้นมากในการให้บริการบน ebay ซึ่ง Reid Hoffman ได้กล่าวถึงภัยคุกคามดังกล่าว ไม่เพียงแต่ทำให้ PayPal เสี่ยงต่อการสูญเสียลูกค้าปัจจุบันเพียงเท่านั้น แต่นโยบายนี้ ยังขัดขวางไม่ให้พวกเขาสามารถหาลูกค้าใหม่ได้สะดวกเหมือนเก่าอีกต่อไป มันเป็นการเล่นเกมสงครามประสาทจาก ebay แทบจะทั้งสิ้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นแพลตฟอร์มของพวกเขา

และที่สำคัญ ณ ขณะนั้น PayPal เริ่มมีอัตราการเผาเงินที่เพิ่มสูงขึ้น และธุรกรรมต่าง ๆ ของ PayPal และ X.com นั้นยังคงฟรีสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยในไตรมาสแรกของปี 2000 นั้นพวกเขามีรายรับเพียงแค่ 1.2 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงถึง 23.5 ล้านเหรียญ ทำให้ดุลบัญชีเงินสดของพวกเขาเริ่มร่อยหรอ ลงไปทุกที

ซึ่งเป็นหน้าที่ของ Thiel ที่จะต้องปิดการระดมทุนเงินเข้าบริษัท ให้ได้ 100 ล้านเหรียญโดยเร็วที่สุด โดย Thiel และ ทีมงานของเขาได้เดินทางรอบโลก เพื่อเข้าแถวหานักลงทุน เพราะในขณะนั้น ต้องบอกว่า ตลาดทุนทั้งภาครัฐ และเอกชน ทั่วโลกมีความกระหายที่ไม่รู้จักพอสำหรับบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจดอทคอม

โดยในช่วงเวลาดังกล่าวอเมริกา มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางด้านการเงินบางอย่างที่ทำให้ปริมาณเงินในระบบลดลง รวมถึงราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด และเศรษฐกิจก็เริ่มชะลอตัว แม้นักลงทุนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

แต่มันมีสัญญาณบางอย่าง ที่เริ่มส่งสัญญาณไม่ดีออกมา ซึ่ง Thiel นั้นสังเกตเห็นก่อนใคร รีบพยายามปิดดีลการลงทุนทั้งหมด สั่งทีมงานของเขาให้เร่งโทรศัพท์อย่างไม่หยุดยั้งจนกระทั่งได้เงินครบ 100 ล้านเหรียญตามความต้องการของเขาในที่สุด

ฟองสบู่ดอทคอมแตก ที่ X.com และ PayPal รอดมาได้อย่างหวุดหวิด
ฟองสบู่ดอทคอมแตก ที่ X.com และ PayPal รอดมาได้อย่างหวุดหวิด

และวันแห่งความวิบัติ ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว ในวันที่ 3 เมษายน ปี 2000 หุ้น NASDAQ ทรุดตัวลงสู่ 4,223 จุด เกิดฟองสบู่ดอทคอมแตก ทำให้บริษัทมากมายต้องล้มหายตายจากไปจากธุรกิจดอทคอม ซึ่งต้องบอกว่าเป็นสถานการณ์ที่หวุดหวิดมาก ๆ สำหรับ Thiel เพราะหากเขาปิดดีลเงินลงทุนช้าไปเพียงแค่ 2-3 วัน การล่มสลายของตลาดหุ้นจะทำให้ X.com ล้มครืนลงไปได้ทันที

และการที่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ด้วยเงินทุน 100 ล้านเหรียญก้อนนั้น การควบรวมกิจการ และการเติบโตอย่างรวดเร็วของพวกเขา ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปแล้ว แล้วบททดสอบครั้งต่อไปของพวกเขาจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง กับเป้าหมายที่พวกเขาต้องการที่จะปฏิวัติระบบชำระเงินแบบออนไลน์ให้สำเร็จให้ได้ โปรดอย่าพลาดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 4 : Growing Pains

อนกลับไปตอนที่ 1 :The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการสร้างสมองเทียมของนักวิจัยจากญี่ปุ่น

สำหรับปีนี้นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มวิจัยเพื่อปรับปรุง organoids ของพวกเขา ซึ่งเป็นการสร้างอวัยวะเทียมของมนุษย์ที่สามารถนำมาใช้ในการทดสอบยาใหม่ ๆ หรือ ทดลองในการรักษาทางการแพทย์ก่อนที่จะใช้กับมนุษย์จริง ๆ

ตอนนี้ทีมงานของนักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาสมองขนาดเล็ก ที่แสดงให้เห็นไม่เพียงแต่ความซับซ้อนของโครงสร้างสามมิติของเปลือกสมอง แต่ยังจำลองกิจกรรมทางประสาทของสมองได้อีกด้วย ตามรายงานของ physicsworld.com

โดยการพัฒนาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าแพทย์จะสามารถศึกษาเงื่อนไขทางระบบประสาทได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมาทดลองกับสมองมนุษย์จริง ๆ ในการทดสอบทางการแพทย์ต่าง ๆ

โดยสมองขนาดเล็กนั้นปลูกจากเซลล์ต้นกำเนิด pluripotent ซึ่งเป็นเซลล์ที่นำมาจากผู้ใหญ่ที่สามารถทำให้กลายเป็นเซลล์ประเภทใดก็ได้ หลังจากเซลล์สมองเริ่มเติบโต ทางทีมนักวิจัยได้แยกมันลงในจานเพาะเชื้อที่ทำให้สามารถสร้างเครือข่ายประสาทในตัวเองโดยอัตโนมัติ

“หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าสนใจที่สุดของ organoids ใหม่เหล่านี้ก็คือ มันสามารถที่จะสร้างกระบวนการพัฒนาของมันสมองภายในรูปร่างของพวกมันเอง” นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเกียวโต Hideya Sakaguchi บอกกับ physicsworld.com  “ โครงสร้างชั้นต่าง ๆ ของพวกมันนั้นสวยงามมากและดูเหมือนเนื้อเยื่อสมองจริงๆ เป็นอย่างมาก”

สมองเป็นตัวอย่างที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์ ที่ว่านักวิทยาศาสตร์นั้นสามารถที่จะสร้างอวัยวะขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร? เซลล์ประสาทเทียมนั้นมีพฤติกรรมเหมือนกับในสมองของเราต่อการศึกษา แต่เพียงพวกมันไม่สามารถมีสติหรือเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตเต็มรูปแบบได้

แต่อวัยวะเทียมเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการวิจัยมากขึ้น ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายใต้สมองของมนุษย์เราอย่างแท้จริงนั่นเอง

References : https://physicsworld.com
https://d.newsweek.com/en/full/1523884/brain-mri-health-stock-getty.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol