ประวัติ Mark Pincus ผู้ก่อตั้ง Zynga

สำหรับผู้ที่เล่น facebook ตั้งแต่ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มโด่งดังนั้น คงไม่มีใครรู้จักกับ Zynga บริษัทที่ทำเกมส์บน facebook ชื่อดังอย่าง farmville ซึ่งถือว่าเป็น social network games ที่ดังเอามาก ๆ ในยุคนั้นคนติดกันงอมแงม เราจะเห็น notification ที่เกี่ยวเกมส์นี้เด้งมาตลอด

เพียงไม่กี่ปีสถานการณ์นั้นก็กลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง กำบริษัท ที่ถูกตีมูลค่ากว่าหลายพันล้านเหรียญอย่าง zynga กลายเป็นแทบจะไม่มีผู้เล่นในตอนนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับบริษัทเทคโนโลยีทีว่ากันว่าเป็น ดาวรุ่งพุ่งแรงและดับแสงลงไปภายในเวลาไม่กี่ปี

ซึ่ง Mark Pincus เป็นผู้ก่อตั้งและผู้สร้างบริษัท Zynga ให้เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของบริษัทเทคโนโลยีในช่วงก่อนหน้านี้ Pincus นั้นมีการเรียนจบ mba จาก harvard business school ซึ่งถือเป็น school ที่บ่มเพราะนักธุรกิจแล้วผู้บริหารบริษัทชื่อดังมากมายทั่วโลก

Pincus นั้นจะแตกต่างจาก founder รุ่นใหม่ ๆ พอสมควรเนื่องจากมาดังตอนที่ถือว่าค่อนข้างอายุมากพอสมควร คือผ่านโลกของการทำงานมาระดับสิบปีแล้ว ถึงจะออกมาทำธุรกิจด้าน computer ซึ่งเริ่มแรกนั้นเขาได้สร้าง Freeloader  ซึ่งในยุคนั้นก็ถือว่าเป็น web service ที่ดังมาก ๆ web หนึ่ง ก่อนที่จะขายออกไปทำงานได้มากกว่า 30 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น

แทนที่จะ retire อย่างสบาย mark pincus นั้นก็ได้สร้าง service ใหม่คือ support.com ไว้สำหรับช่วยเหลือด้าน computer สำหรับบุคคลทั่วไป แบบ online ก่อนที่ social network จะเริ่มเกิดมาในยุคของ friendster.com หรือ myspace.com ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ facebook.com ก็กำลังตั้งไข่พอดี  และ mark pincus นั้นได้สร้าง social network ขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อ tribe.net ตัวนี้น่าจะพอคุ้น ๆ ชื่อกันอยู่ แต่ไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่เลยทำการขายให้กับ cisco

เคยสร้าง Social Network อย่าง Tribe.net
เคยสร้าง Social Network อย่าง Tribe.net

จนเมื่อ facebook.com เกิดขึ้นและเริ่มมีกระแสที่รวดเร็ว เนื่องจากมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ facebook ในช่วงนั้น และตัว pincus เองนั้นชอบเล่นเกมส์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้เริ่มคิดหา idea ในการสร้าง game บน platform facebook ขึ้นมาเอง

โดยเกมส์แรกที่เขาได้พัฒนาขึ้นมาบน platform facebook  นั้นคือเกมส์เล่นไพ่ texas poker ซึ่ง ถือว่าเป็นเกมส์แรก ๆ บน facebook และเนื่องจากมีการอยู่บน platform ของ facebook ทำให้มีในเรื่องของ social ทำให้คนสามารถ communicate ในเกมส์ผ่าน facebook กันได้ง่ายขึ้น

ซึ่งในช่วงแรก ๆ นั้นเกมส์บน facebook นั้นถือเป็นส่วนนึงที่ยิ่งช่วยฉุดกระแส facebook ให้ยิ่งดังขึ้นไปอีกเนื่องจากการที่จะมาเล่นเกมส์ กับเพื่อนได้นั้น ก็ต้องเป็น สมาชิก ของ facebook ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนเสริมกันระหว่าง zynga กับ facebook ที่ทำให้ช่วงนั้นโตไปด้วยกันทั้งคู่

zynga นั้น มาโด่งดังที่สุดตอนออกเกมส์อย่าง farmville ออกมา ทำให้มีผู้เล่นหลักหลายสิบล้านคน และเริ่มเกิด business model ใหม่ในยุคนั้น คือมีการขาย item ภายในเกมส์ ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นใช้รูปแบบการขายโฆษณาเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ของวงการเกมส์ในขณะนั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบัน เกมส์แทบจะส่วนใหญ่นั้นจะแจก free แต่จะไปเน้น in-app purchase แทน ซึ่งทำรายได้มากกว่าในคราวหลัง

Farmville ที่คนติดกันงอมแงมในสมัยนั้น
Farmville ที่คนติดกันงอมแงมในสมัยนั้น

ช่วงที่รุ่งเรื่องก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากเกมส์ของ zynga นั้นเป็นเกมส์ที่สามารถทำเลียนแบบได้ง่าย มาก เพราะเป็นเกมส์ที่ไม่มีความ ซับซ้อนใด ๆ รวมถึงส่วนใหญ่ก็เป็นรูปแบบการพัฒนามาจากเกมส์ในอดีตแล้วทั้งสิ้น แค่นำมาเปลี่ยนในส่วนของ user interface ทำให้ zynga เจอคู่แข่งมากมายในขณะนั้น และมีการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ของเกมส์ ทำให้ช่วงนั้น zynga ตกอยู่ในที่นั่งลำบากและสุดท้ายก็ทำให้ market cap ของ zynga ตกลงอย่างฮวบฮาบ

เรื่องนี้เป็น case study ที่น่าสนใจสำหรับบริษัท startup ที่โตอย่างรวดเร็ว จนลืมพื้นฐานสำคัญของตัว platform ซึ่ง zynga นั้นมีการผูกอยู่กับ platform ของ facebook เป็นหลักทำให้มีอำนาจต่อรองต่าง ๆ ต่ำมาก ๆ จะเห็นได้ว่าช่วงหลังนั้น facebook ถึงกับต้องออกมาแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้จากเงินที่ทำการซื้อขาย item (70/30)  

ซึ่งจะเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน บริษัท อย่าง LINE Corporation ของ ญี่ปุ่นนั้น model การทำงานแทบจะเหมือนกับ zynga ในอดีต แต่เนื่องจาก LINE นั้นเป็น platform ของตัวเองทำให้ต่อยอดและทำรายได้จากส่วนต่าง ๆ ได้มาก ๆ เช่น เกมส์ , sticker , ads  ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากการไม่พึ่งพาคนอื่นมาตั้งแต่แรกของ LINE

ทำให้บริษัทขยายการเติบโตได้เรื่อย ๆ บนพื้นฐานของ platform ตัวเอง แต่ต่างจาก zynga ที่ไม่ได้มี platform ของตัวเองตั้งแต่แรก แต่เพิ่งมาคิดทำตอนหลังแต่มันก็สายไปเสียแล้วสำหรับบริษัทหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วงต้นของยุค social network อย่าง zynga

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

AI ใหม่ของ MIT กับการปรับปรุงการถ่ายภาพเด็กในครรภ์

รกในเด็กนั้นถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการตั้งครรภ์: ซึ่งมีหน้าที่ในการเชื่อมต่อทารกในครรภ์กับระบบเลือดของมารดา แต่ในปัจจุบันนั้นการประเมินถึงภาวะสุขภาพของรกเป็นเรื่องยากเพราะเทคนิคการถ่ายภาพที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบันนั้นยังให้ข้อมูลที่จำกัดมาก ๆ

นักวิจัยจากคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ ( CSAIL ) ของ MIT คิดว่าพวกเขาอาจสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้โดยใช้อัลกอริธึม AI รูปแบบใหม่ที่ใช้เทคนิคของ volumetric mesh-based algorithm

แม้ว่าภาพถ่ายจากเครื่อง MRIs จะมีพื้นผิวโค้งของมดลูกทำให้ภาพของรกนั้นนำมาวิเคราะห์ได้ยาก การใช้อัลกอริธึมใหม่นี้ทีม CSAIL สามารถสร้างแบบจำลองของรกโดยไม่ต้องมีส่วนโค้งเหล่านั้น อัลกอริทึมแรกจำลองรูปร่างของรกเด็ก โดยแบ่งย่อยมันเป็นปิรามิดเล็ก ๆ หลายพันอัน เรียกว่าเตตราฮัดรา จากนั้นจะนำเอาปิรามิดเหล่านี้ใส่ลงในเทมเพลตที่มีลักษณะแบนราบคล้ายกับรกที่นำออกมานอกร่างกาย

ผลที่ได้คือภาพที่ใกล้เคียงกับรกจริง ๆ มากขึ้นหลังการคลอด และอาจช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาปัญหารกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยก่อนหน้านี้ในการตั้งครรภ์ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เด็กอาจประสบเช่นการเจริญเติบโตแบบผิดปรกติ รวมถึงความผิดปกติของระบบประสาท และช่วยลดความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษในครรภ์แม่ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยพัฒนาการวิจัยเกี่ยวกับการดูแลมารดาที่ตั้งครรภ์ในอนาคต

ทีม CSAIL จะนำเสนอสิ่งนี้ในเอกสารในการประชุมนานาชาติเรื่องการประมวลผลภาพทางการแพทย์โดยใช้อัลกอริธึมทางคอมพิวเตอร์มาช่วย (MICCAI) ที่เมืองเซินเจิ้นประเทศจีนในวันที่ 14 ตุลาคม นี้ 

จากนั้นพวกเขาวางแผนที่จะทำงานร่วมกับโรงพยาบาลเด็กบอสตันและโรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์เพื่อเปรียบเทียบภาพในมดลูกกับภาพหลังคลอดในรูปแบบเดียวกัน “ ในขณะนี้เป็นเพียงขั้นตอนแรกเราคิดว่าวิธีการเช่นนี้มีศักยภาพที่จะกลายเป็นวิธีการถ่ายภาพมาตรฐานสำหรับนักรังสีวิทยาในอนาคต” Mazdak Abulnaga ผู้เขียนบทความกล่าว

Refernces : https://www.engadget.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol