Digital Music War ตอนที่ 6 : PlayForSure

ภายในสำนักงานใหญ่ของ Microsoft ที่เรดมอนด์ นั้น เริ่มตระหนักมากขึ้นที่ว่า ตอนนี้พวกเขาต้องรีบดำเนินการบางอย่าง เพราะตอนนี้ Apple กำลังครองตลาดเครื่องเล่นดิจิตอล MP3 และยอดขายของ iPod ก็กำลังเติบโตอย่างบ้าคลั่ง

ตอนนั้น คณะผู้แทนของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา คือ Wall-Mart และ Best Buy ผู้ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุด ได้เรียกร้องให้ Microsoft รีบดำเนินการบางอย่าง หรือสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อมาแข่งกับ iPod ของ Apple

ทั้งนี้เนื่องจาก Apple นั้นไม่ได้แคร์ตลาดเลย ซึ่งกับ ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ทั้งสอง Apple ไม่ยอมให้ iPod ไปขายที่ทั้ง Wall-Mart และ Best Buy เพราะจ๊อบส์นั้น วางตำแหน่งตลาดให้กับ iPod เป็นอุปกรณ์ชั้นยอด ไม่ใช่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ที่ขายอยู่ที่ Best Buy

ทั้งจ๊อบส์ และ ไอฟฟ์  นั้นต้องการให้ iPod เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ของผู้ซื้อ โดยให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าเจ้า iPod เครื่องจิ๋วนั้นจะแสดงตัวตนของแต่ละคน ผ่าน Playlist ของเพลงที่พวกเขาจัดให้ iPod ของตัวเอง

การที่ iPod ไม่เข้าไปอยู่ในห้างค้าปลีกเหล่านี้ มีข้อดีคือ ไม่มีการเปรียบเทียบระหว่าง iPod กับ คู่แข่ง ซึ่ง Apple ไม่ได้ต้องการมาเล่นสงครามราคาอยู่แล้ว Apple ทำให้การแข่งขันกลายเป็นเรื่องรอง ทุกคนที่สนใจเครื่องเล่นเพลงต่างเคยได้ยินชื่อ iPod พวกคนดังใช้ iPod 

และแน่นอนว่า Apple ได้เริ่มเปิดร้านค้าปลีกของตัวเองคือ Apple Store ในปี 2004 โดยมีการวาง iPod คู่กับ Mac แบบให้ลูกค้าได้เข้ามาทดลองใช้งาน ไม่ได้เป็นการยัดเยียดขายของเหมือนร้านค้าปลีกทั่วไป 

และเมื่อลูกค้า ได้ทดลองเล่น iPod ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะซื้อ iPod เพราะไม่มีสินค้าอื่นมาเปรียบเทียบ ไม่มีตัวเลือกอื่นให้เลือก ลูกค้าจึงไม่มีการเปรียบเทียบราคาและฟีเจอร์ของ iPod กับเครื่องเล่นยี่ห้ออื่น ๆ 

ซึ่งหลากหลายเหตุผลนี่เอง ที่ เหล่าผู้ค้าปลีกเริ่มกระวนกระวาย กับการกระทำของ Apple และได้ทำให้ Microsoft ได้เริ่มวางแผนที่จะล้ม iPod ของ Apple ให้ได้ ผ่านการขายหน้าร้านค้าปลีกที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศของทั้ง Wall-Mart และ Best Buy

ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกร้องขอ Microsoft ให้มาช่วยแข่งกับ iPod ของ Apple
ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกร้องขอ Microsoft ให้มาช่วยแข่งกับ iPod ของ Apple

Microsoft มองข้ามช็อต โดยเตรียมสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถเล่นทั้งเพลงและ วีดีโอ ซึ่ง iPod เล่นได้เพียงแค่เพลงเท่านั้น โดยสินค้าตัวแรกคือ PMC (Portable Media Center) แต่มันกลับเป็น Software ที่อนุญาตให้บริษัทสร้างอุปกรณ์มือถือที่เก็บภาพยนต์และวีดีโอ รวมทั้งเพลงกับรูปภาพด้วย

Microsoft ปล่อยให้บริษัท 3rd Party อย่าง Creative , Samsung , iRiver มาสร้างผลิตภัณฑ์ผ่าน Software ของ Microsoft แทน ซึ่ง มันคล้ายรูปแบบที่ Microsoft ทำมากับ Windows นั่นเอง เพราะเขาถนัดด้าน Software ไม่ใช่ Hardware ซึ่งส่วนของ Hardware ก็ปล่อยให้มืออาชีพมาจัดการด้านนี้จะดีเสียกว่า

ซึ่งในการเปิดตัวนั้น Microsoft เปิดแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ ว่า PMC จะเป็นยุคใหม่ของอุปกรณ์ดิจิตอล ที่จะทำให้ผู้บริโภคได้รับความบันเทิงทั้งในบ้านและระหว่างการเดินทาง โดยฝั่งของ Software นั้นปรับมาใช้ Brand ใหม่คือ  “PlayForSure” 

ซึ่งตลาดเป้าหมายของ PlayForSure คือ เหล่าคนเดินทางที่ต้องไปทำงานไกล ๆ ซึ่ง Microsoft มองว่าผู้คนเหล่านี้ต้องการอุปกรณ์สร้างความบันเทิงไว้แก้เบื่อในขณะเดินทาง แต่ปัญหาของ PlayForSure คือตัว Content ไม่ว่าจะเป็น เพลง วีดีโอ หรือ รูปภาพ ซึ่งต้องมีการเชื่อมต่อกับ PC เพื่อนำไฟล์จาก PC เข้ามาสู่เครื่องเล่น ซึ่งมันดูเป็นเรื่องยุ่งยาก และที่สำคัญก็คือ มีคนไม่มากนักที่มี วีดีโอ อยู่ใน PC ของตัวเอง 

และจุดจบมันมาอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ PMC ที่ใช้ร่วมกับ Software  “PlayForSure” มีการพัฒนาที่ไร้ทิศทาง ไม่มีวิสัยทัศน์ อย่างชัดเจนเหมือนที่จ๊อบส์ทำกับ iPod ทำให้ PMC นั้นแทบจะสูญพันธุ์ไปเลย เมื่อได้วางขายออกมาจริง ๆ Microsoft ลืมข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้คนทั่วไปนั้นมีอุปกรณ์เล่นวีดีโออยู่แล้ว และมีราคาถูก และราคาของแผ่นดีวีดีลดราคาลงทุก ๆ เดือน ทำให้ PMC มาถึงทางตันทันที

ความคิดที่จะก้าวข้าม iPod ด้วยความสามารถล้นเหลือของ PMC นั้นดูจะล้มเหลวไม่เป็นท่า การทำงานแบบจับฉ่ายของ PMC ไม่สามารถตีตลาดเครื่องเล่นเพลงของ iPod ได้เลย มันเป็นการพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของ เครื่อง PMC และบริการของ PlayForSure จาก Microsoft

เครื่อง Portable Media Center ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า
เครื่อง Portable Media Center ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า

มาถึงจุดนี้ ดูเหมือนการออกมาชนกับ Apple ตรงในตลาดความบันเทิงแบบดิจิตอลในศึกแรกนี้ Microsoft จะพ่ายแพ้ไปอย่างหมดรูป Microsoft ยังคิดแบบแนวคิดเก่า ๆ เหมือนที่ทำกับ Windows คือให้บริษัทที่ถนัด Hardware ทำส่วนของ Hardware และ Microsoft จะพัฒนาส่วนที่ถนัดคือ PlayForSure เป็นจุดเชื่อมตรงกลางให้ แต่ครั้งนี้ดูจะล้มเหลว ไม่สำเร็จเหมือนที่ทำกับ Windows แล้ว Microsoft จะทำอย่างไรต่อกับศึกครั้งนี้ ที่ตอนนี้ iPod กำลังจะกลายเป็น Brand ที่ติดตลาดโลกไปเสียแล้ว โปรดอย่าพลาดติดตามตอนต่อไปครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

NASA กำลังค้นหา Alien บนดาว Titan

เป็นเวลาเกือบ 15 ปีแล้วที่ ยาน Cassini-Huygens ของนาซ่าถูกส่งไปยังพื้นผิวของดวงจันทร์ไททันที่เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ และเรากำลังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกมหาสมุทรลึกลับจากภารกิจดังกล่าว

แต่นาซ่ากำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลง โครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์นาซานำโดยนักวิจัยจากห้องทดลอง Jet Propulsion ของนาซาจะพยายามค้นหาว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในมหาสมุทรบนดวงจันทร์หรือไม่ และบรรยากาศที่หนาทึบดังกล่าวสามารถรองรับสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่

คำถามคือไฮโดรคาร์บอนที่ซับซ้อนนั้นจะสามารถเกิดขึ้นได้บนพื้นผิวของดาวไททันหรือไม่เนื่องจากการรวมกันของก๊าซที่พบในชั้นบรรยากาศของดาวไททัน ซึ่งนั่นรวมถึงไฮโดรเจน, มีเธนและไนโตรเจน

ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากองค์การนาซ่าประกาศว่าจะส่งโดรนเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กไปยังดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์เพื่อสำรวจพื้นผิวของมัน ในขณะที่นาซ่ากำลังวางแผนที่จะเปิดตัวภารกิจดังกล่าวได้ในปี 2026 

แต่มีหลักฐานมากมายที่เราสามารถรวบรวมจากข้อมูลก่อนหน้านี้ที่เก็บรวบรวมโดย ยาน Cassini-Huygens 

ภาพจากดวงจันทร์ ไททัน
ภาพจากดวงจันทร์ ไททัน

“ สิ่งที่เราไม่รู้คือองค์ประกอบที่แน่นอนของมหาสมุทร ความหนาแน่นของมัน ความร้อนของมัน โครงสร้างโดยรวมของเปลือกน้ำแข็งที่อยู่ด้านบนของมัน” ไมค์ มาลาสก้า รองหัวหน้าผู้ตรวจสอบโครงการของ Jet Propulsion Lab บอกกับนิตยสาร Astrobiology

โครงการห้าปี ที่มีความทะเยอทะยานของสถาบัน Astrology ได้สร้างทีมขึ้นมา 30 ทีม เพื่อสำรวจดวงจันทร์ของดาวเสาร์ โดยข้อมูลจะได้รับจากภารกิจของยาน Cassini-Huygens ของนาซ่า 

“ ตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ของเรา กำลังติดตามโมเลกุลอินทรีย์บนเส้นทางของพวกเขาจากด้านบนของชั้นบรรยากาศที่พวกมันถูกสร้างขึ้นผ่านชั้นเปลือกโลกและมหาสมุทร ซึ่งหากมีรูปแบบของชีววิทยาเกิดขึ้นที่นั่น” Malaska กล่าว

โครงการมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 4 ประการ ก่อนอื่นทีมต้องการที่จะเข้าใจว่าโมเลกุลเคลื่อนย้ายจากพื้นผิวของไททันไปยังมหาสมุทรได้อย่างไร ประการที่สองพวกเขาต้องการค้นหาว่าสารอินทรีย์ที่ซับซ้อนสามารถอยู่รอดได้ในมหาสมุทรใต้ผิวดินอันกว้างใหญ่ของไททันหรือไม่ และข้อสามนั้น ขึ้นอยู่กับว่าวัตถุประสงค์สองข้อแรกจะเป็นอย่างไร

โดรน Dragonfly ที่ Nasa ส่งไปทำภารกิจเพิ่มเติม
โดรน Dragonfly ที่ Nasa ส่งไปทำภารกิจเพิ่มเติม

โดย ขั้นตอนต่อไปคือการสำรวจว่ามีพลังงานเคมีสำหรับการมีชีวิตในการเมแทบอลิซึมได้หรือไม่ ซึ่งในที่สุดทีมต้องการวิธีตรวจหาสิ่งมีชีวิต ที่ยังคงอยู่ในมหาสมุทรซึ่งเป็นงานที่ยุ่งยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมหาสมุทรของไททันถูกปกคลุมด้วยเปลือกนอกที่เป็นน้ำแข็ง และบรรยากาศที่อุดมไปด้วยสารอินทรีย์

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ยาน Rotorcraft Dragonfly ของนาซาจะ ไปถึงมหาสมุทรที่ห่างไกลของดาวไททัน  โดยจะใช้เวลา 15 ปีนับจากนี้ เมื่อถึงตอนนั้นเราน่าจะมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ที่นั่น

References : 
https://phys.org/news/2019-07-habitability-titan-ocean.html

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

โลกเปลี่ยน ความฝันเปลี่ยน! เมื่อเด็กยุคใหม่ฝันอยากเป็น Youtuber มากกว่าอาชีพอื่น

ในอดีตความใฝ่ฝันของการประกอบอาชีพสำหรับเด็กหลาย ๆ คนนั้น อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ วิศวกร หรือแม้กระทั่งนักบินอวกาศ

แต่ตอนนี้เราอยู่ในยุคของการสร้าง Influencer ที่ดูเหมือนว่าทำให้เหล่าเยาวชนมีความคิดอื่น ๆ โดย 1 ใน 3 ของหนุ่มสาวชาวอังกฤษและชาวอเมริกันต้องการที่จะเป็น Youtuber มากกว่าอาชีพอื่นใด รายงานจากงานวิจัยใหม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ออกมา

เพื่อเป็นเกียรติแก่วันครบรอบ 50 ปีของประวัติศาสตร์ Apollo 11 ที่ลงจอดบนดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมในปี 1969 กลุ่ม Lego ได้ทำการสำรวจเด็ก ๆ เกี่ยวกับความคิดของพวกเขาเกี่ยวกับการสำรวจอวกาศ

ซึ่งแบบสำรวจได้สอบถามเด็ก ๆ กว่า 3,000 คนอายุ 8-12 ปี ให้เลือกจาก 5 อาชีพที่พวกเขาใฝ่ฝันอยากจะเป็น เมื่อพวกเขาโตขึ้น ซึ่งในตัวเลือกนั้นประกอบไปด้วย นักบินอวกาศ นักดนตรี นักกีฬามืออาชีพ ครู หรือ vlogger / YouTuber

ผลการศึกษาพบว่าเด็กชาวอังกฤษและชาวอเมริกันถึง 30% ทำการเลือกที่ต้องการเป็น YouTubers หรือ vloggers และเลือกนักบินอวกาศน้อยที่สุดที่ 11%  เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น ตามมาด้วยครู 25%  นักกีฬามืออาชีพ 21 % และนักดนตรีอีก 18 % 

Youtuber กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กยุคใหม่
Youtuber กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กยุคใหม่

ในทางตรงกันข้ามเด็ก ๆ ในประเทศจีนแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจอย่างชัดเจนในการเป็นนักบินอวกาศมากกว่าอาชีพอื่น ๆ ด้วยจำนวน 56% บอกว่า พวกเขาต้องการเป็นคนต่อไปที่จะขึ้นสู่อวกาศ 

ตามด้วยครู 52% นักดนตรี 47% และนักกีฬามืออาชีพ 37% โดย vlogger / YouTuber ที่จำนวน 18%

แม้ว่าเด็กชาวอังกฤษและชาวอเมริกันจะไม่ต้องการทำงานในอวกาศ แต่จากการสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่มีความสนใจในการสำรวจอวกาศ 86% โดย 90% ระบุว่าพวกเขาต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมในด้านการบินและอวกาศ

“ เราตื่นเต้นที่เด็ก ๆ ยังคงสนใจในการสำรวจอวกาศและรอไม่ไหวที่จะเห็น ‘ก้าวเล็ก ๆ ‘ และ ‘ก้าวย่างที่สำคัญ’ ที่จะเกิดขึ้นกับอวกาศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า” Michael McNally ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายแบรนด์สัมพันธ์ของ LEGO Systems, Inc กล่าว . 

แต่ในจีน เด็ก ๆ ยังอยากเป็นนักบินอวกาศเป็นอันดับแรก
แต่ในจีน เด็ก ๆ ยังอยากเป็นนักบินอวกาศเป็นอันดับแรก

ในปี 2018 การศึกษาที่คล้ายกันซึ่งดำเนินการโดยผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม O2 พบว่ามีเด็กจำนวนมากขึ้นกำลังตั้งเป้าที่จะประกอบอาชีพทางด้านเทคโนโลยี

การศึกษาในผู้ปกครอง 2,000 คนและเด็ก 2,000 คนอายุระหว่าง 5-16 ปีพบว่าเด็กชาวอังกฤษส่วนใหญ่มีความตั้งใจที่จะทำงานเช่น vloggers 30% อนิเมเตอร์ 15% และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ 14%

เมื่อโลกเปลี่ยน ความฝันเด็ก ๆ ก็เปลี่ยนตาม

มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด กับผลสำรวจเหล่านี้ กับเด็กยุคใหม่ที่เติบโตมาด้วยเทคโนโลยี แม้จะไม่มีหลักสูตรการศึกษาสามัญแบบชัดเจนในการก้าวไปประกอบอาชีพ vlogger / Youtuber

แต่ผู้ใหญ่ ก็ควรที่จะเตรียมปรับเปลี่ยนความคิดตามกับ โลกที่เปลี่ยนไปได้แล้วเสียที ต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่เหมือนกัน เพราะตอนนี้ อาชีพเหล่านี้ ที่ดูเหมือนสิ่งไร้สาระในสายตาผู้ใหญ่ในอดีต กำลังกลายมาเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล เป็นอาชีพที่อิสระที่เด็ก ๆ ยุคใหม่ต่างคลั่งไคล้

เพราะฉะนั้น โลกยุคใหม่ ผมจึงมองว่า การศึกษา นอกตำราเรียนแบบปรกตินั้น ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้ ความรู้นั้น เราสามารถหาจากที่แห่งใดก็ได้แล้ว ในโลกยุคไร้พรหมแดนเหมือนปัจจุบัน

เราต้องยอมรับความคิดใหม่ ๆ จริง ๆ เสียว่าการเรียนการสอนในหลักสูตรปรกติ และการเรียนแบบทางเลือก เพื่อไปประกอบอาชีพได้เลยนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญกับเด็กยุคใหม่แทบจะไม่ต่างกัน มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ เราจะเลิกยัดเยียด สิ่งต่าง ๆ ที่แทบจะไม่ได้ใช้เลยให้กับเด็กยุคใหม่เมื่อพวกเขาโตขึ้นไป หลาย ๆ วิชาที่เราร่ำเรียน มานั้น เราแทบจะไม่ได้ใช้งานมันด้วยซ้ำในชีวิตจริง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้ใหญ่ควรเปิดใจรับ อาชีพทางเลือก เหล่านี้ ที่มันสามารถหาเลี้ยงชีพได้จริง เหมือน ๆ กับอาชีพอื่นๆ  ที่ผู้ใหญ่อยากให้เด็กเป็นนั่นเองครับ

References : 
https://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/youtube-vlogger-career-job-children-astronaut-space-china-poll-a9010086.html

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol