AI สามารถวิเคราะห์โรค PTSD ด้วยการวิเคราะห์เสียงของคุณ

PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือ สภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง ส่งผลให้เกิดความเครียดอย่างมาก อาทิ ภัยพิบัติ อุทกภัย แผ่นดินไหว การก่อการจราจล การฆาตกรรม สงคราม การปล้นฆ่า ข่มขืน เป็นต้น ซึ่งคนที่เผชิญอยู่กับเหตุการณ์นั้นๆ รอดชีวิตมาได้ หรือว่าเป็นผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในเหตุการณ์นั้นๆ ทำให้เกิดมีความเครียดทางด้านจิตใจชนิดรุนแรงมาก จนทุกทรมาณ ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ ตามมา

เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว PTSD นั้นเป็นหนึ่งในโรคที่ท้าทายที่สุดในการวินิจฉัย วิธีการดั้งเดิมเช่นการสัมภาษณ์ทางคลินิกแบบตัวต่อตัว นั้นอาจไม่ได้ผลที่ถูกต้องเนื่องจากการกระทำของแพทย์หรือหากผู้ป่วยมีที่ไม่แสดงออกแบบชัดเจน 

ตอนนี้นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กบอกว่าพวกเขาสามารถคาดเดาจากการวินิจฉัย PTSD ในทหารผ่านศึกโดยใช้ AI เพื่อตรวจจับโดยการฟังเสียงของผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคดังกล่าว  ซึ่งการวิจัยของพวกเขาได้ดำเนินการควบคู่ไปกับ SRI International โดยได้รับการ  ตีพิมพ์ในวารสาร  Depression and Anxiety 

ตามที่  New York Times ได้รายงานข่าว ,  SRI และ NYU ใช้เวลาห้าปีในการพัฒนาโปรแกรมการวิเคราะห์เสียงที่เข้าใจคำพูดของมนุษย์ แต่ยังสามารถตรวจจับสัญญาณ PTSD และอารมณ์ของมนุษย์ได้ ตามรายงานของNYT นี่เป็นกระบวนการเดียวกับที่โปรแกรมการบริการลูกค้าแบบอัตโนมัติจัดการกับเหล่าลูกค้าผู้โทรมาด้วยอารมณ์โมโหนั่นเอง : โดยการฟังจากตัวแปรทางเสียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นักวิจัยกล่าวว่าอัลกอริทึมนี้สามารถวินิจฉัย PTSD ด้วย  ความแม่นยำถึง 89%

นักวิจัยสัมภาษณ์และบันทึกคำพูดของทหารผ่านศึกจำนวน 129 คนและรวบรวมคำพูด 40,000 ตัวอย่างเพื่อศึกษา จากนั้นพวกเขาใช้เสียงเพื่อสอน AI ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของเสียงมีความสัมพันธ์กับการวินิจฉัยของ PTSD  จังหวะการพูดที่ซ้ำซาก จำเจ และยิ่งพูดยิ่งช้าลงเป็นตัวบ่งชี้ของโรคได้ 

ใช้ AI วิเคราะห์จากจังหวะการพูด
ใช้ AI วิเคราะห์จากจังหวะการพูด

พวกเขากล่าวว่า สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในเสียงได้ทันที เช่นความตึงเครียดของกล้ามเนื้อคอและตำแหน่งของลิ้นที่สัมผัสริมฝีปากหรือไม่ โดยทุกตัวชี้วัดนั้นจะมีผลต่อศักยภาพของการวินิจฉัยทั้งหมด

แม้ว่า AI จะเป็นความก้าวหน้าสำหรับแพทย์ของเวอร์จิเนีย แต่มันก็มีจุดบอดเช่นกัน ซึ่งการป้อนข้อมูลเสียงจากทหารผ่านศึกชายเท่านั้น ทำให้ศักยภาพของโปรแกรมนั้นจะจำกัด เฉพาะเหล่าผู้ชายในกองทัพ  

การวิเคราะห์คำพูดอาจกลายเป็นเครื่องมือตรวจจับทางชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสำหรับการระบุความผิดปกติอย่างเป็นกลางที่สุด ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยทหารผ่านศึกได้อย่างถูกต้องและให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่พวกเขาต้องการได้อย่างถูกต้องนั่นเอง

References : 
https://www.nytimes.com/2019/04/22/magazine/veterans-ptsd-speech-analysis.html

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Amazon ใช้ AI ในการติดตามและไล่พนักงานที่ห่วยออกไป

เวลานี้ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาไล่ล่ามนุษย์คนทำงานอย่างแท้จริง เอกสารที่ได้รับจากสื่อออนไลน์ชื่อดังอย่าง The Verge แสดงให้เห็นว่า Amazon ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการติดตามและไล่พนักงานในศูนย์ปฏิบัติจำนวนหลายร้อยคนโดยอัตโนมัติ เนื่องจากล้มเหลวในการผลิตไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า 

แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกการตัดสินใจนั้นเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ แต่เอกสารรวมถึงจดหมายลงนามโดยทนายความของอเมซอนเองก็ได้ เปิดเผยว่ากระบวนการนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติจริงๆ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า Amazon ยังคงใช้ระบบเหล่านี้อยู่หรือไม่ ในปัจจุบัน

“ ระบบของ Amazon ติดตามอัตราการผลิตของพนักงานแต่ละคน”  “ และทำการสร้างคำเตือนหรือให้พนักงานหยุดงานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพหรือผลผลิตของงานนั้น ๆ โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องรับฟังข้อมูลจากหัวหน้างานแต่อย่างใด”

หลังจากที่เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทางโฆษกของอเมซอน แอชลีย์ โรบินสัน ได้ออกมาพร้อมกับแถลงการณ์ที่ปฏิเสธตามรายงานของ The Verge 

“ คล้ายกับหลายบริษัท เรามีความคาดหวังด้านประสิทธิภาพไม่ว่าพวกเขาจะเป็นพนักงาน บริษัท หรือว่าจะเป็นศูนย์ปฏิบัติงานก็ตาม”  “ เราช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติงานตามระดับที่คาดหวังของบริษัทด้วยการฝึกสอนโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้พวกเขาพัฒนาและประสบความสำเร็จในอาชีพการงานที่ Amazon ได้ เราจะไม่เลิกจ้างงาน โดยไม่แน่ใจก่อนว่าพวกเขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเรา รวมถึงมีการฝึกสอนโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้พวกเขาปรับปรุงและฝึกอบรมเพิ่มเติม เนื่องจากเราเป็น บริษัท ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่แน่นอนว่ามันเป็นเป้าหมายทางธุรกิจอย่างหนึ่งของเราเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพในระยะยาวให้กับพนักงานของเรา”

ทางศูนย์ปฏิบัติงานของ Amazon ได้สร้างระบบอัตโนมัติขึ้นมากมายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระบบที่ซับซ้อนของหุ่นยนต์จัดการคลังสินค้าได้เปลี่ยนงานรูปแบบเดิม ๆ ของพนักงาน ในขณะที่บางครั้งก็สร้างงานใหม่ขึ้นมาเช่นเดียวกัน

สภาพการทำงานที่เลวร้ายมากของบริษัทผู้ค้าปลีกออนไลน์: จากพนักงานที่ไม่ระบุชื่อ  เขียนถึงสื่อใหญ่อย่าง The Guardian เมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับความต้องการที่มากเกินแบบผิดปกติของบริษัทที่ทำงานกับเหล่าพนักงานคลังสินค้า

“ ด้วยการใช้อุปกรณ์ติดตามและใช้ตัวชี้วัดแบบดิจิตอล ซึ่งการทำงานของเหล่าพนักงานนั้นจะถูก track ในทุกที่ทุกเวลา จนถึงระดับวินาทีเลยทีเดียว” 

แต่ระบบการติดตามแบบอัตโนมัติเหล่านี้นั้นฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ซึ่งอยู่ภายใต้เงื้อมมือของ เหล่า AI ที่ติดตามรายละเอียดที่เปรียบเสมือนการรุกรานพนักงาน เช่น ระยะเวลาที่พนักงานใช้ ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่งาน มันเป็นการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวเกินไปกับพนักงาน

“หนึ่งในสิ่งที่เราได้ยินอย่างต่อเนื่องจากเหล่าคนงานที่พวกเขาได้รับการปฏิบัติเหมือนหุ่นยนต์ เพราะพวกเขากำลังถูกตรวจสอบและดูแลโดยระบบอัตโนมัติเหล่านี้” นักวิจารณ์ Amazon สเตซี่ มิทเชลล์บอกว่า  “ พวกเขากำลังถูกควบคุมและดูแลโดยหุ่นยนต์”

References : 
https://futurism.com/amazon-ai-fire-workers

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol