ประวัติ Jack Ma แห่ง Alibaba ตอนที่ 8 : Angel Fund

สิ่งที่อาลีบาบาต้องการอย่างสูงในการ พาบริษัทก้าวขึ้นไปอีกระดับคือ พนักงานระดับมืออาชีพ และมีฝีมือ ซึ่งการจะที่จะหาพนักงานระดับ top มาร่วมงานกับ อาลีบาบาได้นั้น เป็นสิ่งที่ยากยิ่งนัก เพราะฐานะการเงินของ อาลีบาบา ในตอนตั้งต้นนั้น เงินทุนแทบร่อยหรอ ต้องอยู่กันอย่างประหยัดมาก ถึงมากที่สุด เพื่อประคองบริษัทให้อยู่ได้ แม้เริ่มจะมีฐานลูกค้าเข้ามาบ้างแล้วก็ตาม

แต่แล้ว วันหนึ่งในเดือน พฤษภาคม 1999 เขาคือ โจเซฟ ไช่ ผู้ที่มีดีกรี เป็นถึงรองประธานและผู้จัดการระดับสูงของบริษัท Investor Asia Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Investor AB อันเป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในแถบ สแกนดิเนเวีย

เขาเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากเยล และ MBA จากฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นผู้ที่มากด้วย profile ชนิดบริษัทยักษ์ใหญ่แทบทั่วโลกต่างอยากได้ตัวไปร่วมงาน

โจเซฟ ไช่ ผู้มากด้วย profile
โจเซฟ ไช่ ผู้มากด้วย profile

โจเซฟนั้นกำลังทำงานให้บริษัท Investor AB ของสวีเดน สาขาอยู่ในฮ่องกง ซึ่งเป็นสาขาที่รับผิดชอบกิจการลงทุนความเสี่ยงในเอเชีย รวมถึงประเทศจีน ทำให้เขาสนใจเป็นพิเศษ กับตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศจีน และมักได้ยินคนพูดถึงแจ๊ค และ อาลีบาบา จากสื่อใหญ่ ๆ อยู่บ่อยครั้ง

ดังนั้นเขาจึงหวังอยู่ตลอดเวลาว่าจะได้พบกับ แจ๊ค หม่า สักครั้ง ซึ่งโอกาสนั้นก็มาถึงเขาอย่างรวดเร็ว ในต้นเดือน พฤษภาคม 1999 โจเซฟบินจากฮ่องกงไปหังโจวในฐานะตัวแทนของ Invest AB เพื่อไปหาช่องทางลงทุนในจีน ซึ่ง บริษัทที่โจเซฟ นึกถึงแห่งแรก ก็ต้องเป็น อาลีบาบา ของแจ๊ค หม่า เป็นแน่แท้อยู่แล้ว

แต่ใครจะไปคาดคิดว่า การไปพบแจ๊ค ครั้งนี้นั้น จะเปลี่ยนแปลงอาชีพของเขาไปตลอดกาล คำพูดของแจ๊ค นั้นมีสเน่ห์ดึงดูดใจอย่างบอกไม่ถูก แจ๊ค พร่ำพรรณนา ถึงความฝันใน อาลีบาบาของเขาให้ โจเซฟ ฟัง เขาพูดถึงว่าเขาจะทำ B2B ที่ดีที่สุดในโลก และ อาลีบาบา จะเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย online ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

หลังจากนั้นแจ๊ค ก็พา โจเซฟ ไปตระเวนทัวร์บริษัท ทำให้ โจเซฟ ทึ่งกับภาพที่เขาเห็น มีคนนั่งเบียดเสียดกันอยู่ยี่สิบกว่าคน บนพื้นเต็มไปด้วยผ้าปูเตียงเก่า ๆ แต่ โจเซฟ ประทับใจฉากเหล่านี้มาก ๆ โดยเฉพาะบุคลิกและสเน่ห์ของแจ๊ค ที่เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของบริษัท ที่หาใครเทียบได้ยาก

โจเซฟ ประทับใจกับความเป็นพี่ใหญ่ของ แจ๊ค หม่า มาก ๆ
โจเซฟ ประทับใจกับความเป็นพี่ใหญ่ของ แจ๊ค หม่า มาก ๆ

หลังจากผ่านการพบเจอกันครั้งแรก อีกราว ๆ ครึ่งเดือน โจเซฟ ก็ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาพาภรรยามาด้วย แจ๊คพาโจเซฟไปพายเรือในทะเลสาบหังโจว ที่ติดกับ ออฟฟิสหลักของอาลีบาบา

ในระหว่างพายเรือกันอย่างสนุกสนาน เมื่อถึงกลางลำน้ำ โจเซฟ หยุดฝีพายลง แล้วหันไปกล่าวกับแจ๊คที่อยู่ข้างหลังว่า “แจ๊ค งานที่ฮ่องกงผมจะไม่ทำแล้ว ผมจะเข้าร่วมกับอาลีบาบา ทำงานกับคุณดีไหม”

โจเซฟ ต้องการร่วมงานกับแจ๊คใน อาลีบาบา
โจเซฟ ต้องการร่วมงานกับแจ๊คใน อาลีบาบา

โจเซฟ และ ภรรยา พยายามขอร้องให้แจ๊ค รับไปทำงานด้วย เพราะนี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้โจเซฟ ได้ร่วมงานกับบริษัทที่มีอนาคตที่สดใสอย่าง อาลีบาบา โจเซฟ นั้นเชื่อในวิสัยทัศน์ของแจ๊คอย่างแรงกล้า ยอมทิ้งเงินเดือนหกหลัก ที่บริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ มารับเงินเพียงไม่กี่ร้อยหยวน เพื่อร่วมงานกับแจ๊ค

และ โจเซฟ นี่เองเป็นคนแรก ในบรรดาอีกหลายคนที่จะตาม ที่ถูกมนสเน่ห์ของแจ๊ค ดึงดูให้สยบ และยอมมาทำงานด้วยในอาลีบาบา โดยโจเซฟ เข้าร่วมงานในตำแหน่ง CFO (Chief Financial Officer) ในเดือน มิถุนายน 1999 ซึ่งเพราะการเข้าร่วมของ โจเซฟนี่เอง ที่เปลี่ยนแปลงอาลีบาบา ให้กลายเป็นบริษัทที่มีระบบ และโกอินเตอร์ได้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งได้ไม่นาน

และบทบาทสำคัญคือ โจเซฟทำหน้าที่ตั้งสำนักงานใหญ่อาลีบาบา ที่ฮ่องกง รับผิดชอบด้านตลาดระหว่างประเทศ การขยายกิจการ และ การเงินของบริษัท ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก ๆ ที่ได้อดีตนักลงทุนมืออาชีพมาในช่วงเวลาเช่นนี้ เพราะตอนนี้แจ๊คกับ อาลีบาบาก็ห่างจากเงินทุนไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

ตอนโจเซฟ เข้าร่วมงานกับอาลีบาบา นั้นต้องบอกว่าตอนนั้นเงินทุนของอาลีบาบา แทบจะไม่เหลือหลอแล้ว อาลีบาบาต้องการเงินหมุนเวียนมาคลี่คลายสถานการณ์เช่นนี้ โจเซฟต้องทำหน้าที่เฟ้นหานักลงทุนความเสี่ยงมาลงทุนกับอาลีบาบา โดยเฉพาะที่ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศอย่างที่ฮ่องกง

และด้วย connection ของ โจเซฟ นี่เองที่นำพา อาลีบาบา ไปพบกับโกลด์แมนซาคส์ ซึ่งตอนนั้นเป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการลงทุนของโลก ซึ่งทิศทางการลงทุนของโกลแมนซาคส์นั้นมุ่งที่อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเป็นหลัก แต่เมื่อถึงปี 1999 กระแส ดอทคอม กำลังร้อนแรง บริษัทลงทุนเก่าแก่แห่งนี้ จึงเกิดความอยากเข้ามาเสี่ยงมากขึ้นบ้าง 

ซึ่งเมื่อว่ากันอย่างเป็นธรรมแล้วนั้น เมื่อเทียบกับบริษัทการลงทุนอื่น ๆ ที่แจ๊คกับ โจเซฟ กำลังเจรจาอยู่นั้น เงื่อนไขของโกลด์แมนซาคส์โหดกว่ามาก ๆ แต่ในฐานะภูมิหลังความเป็นอินเตอร์ของโกลด์แมนซาคส์ การที่สามารดึงมาเป็นผู้ถือหุ้นได้นั้น ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในระยะยาวของอาลีบาบา มากกว่าบริษัทลงทุนอื่น ๆ 

ซึ่งกองทุน Angel Fund ของโกลด์แมนซาคส์ หลักการสำคัญหนึ่งที่บรรดาผู้ลงทุนต้องเคารพคือ การที่จะไม่ก้าวก่ายการบริหารของระดับบริหารของอาลีบาบา นี่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่แจ๊คต้องการ ทำให้แจ๊คสามารถนำพาทีมงานของเขาได้อย่างคล่องตัวโดยไม่ถูกแทรกแซงจากนักลงทุน ทำให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับเงื่อนไขและยินดีร่วมมือกันในที่สุด

เงินทุนก้อนแรกของ อาลีบาบา จาก โกลด์แมนซาคส์ ทำให้บริษัทก้าวต่อไปได้
เงินทุนก้อนแรกของ อาลีบาบา จาก โกลด์แมนซาคส์ ทำให้บริษัทก้าวต่อไปได้

ตุลาคม 1999 กลุ่มทุนซึ่งนำโดยโกลด์แมนซาคส์ และประกอบไปด้วย Fidelity Investment Group , Invest AB ตลอดจนกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีของรัฐบาลสิงค์โปร์ ก็ร่วมกันลงทุนในอาลีบาบาด้วยเงินก้อนแรก เป็นจำนวนห้าล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนี่ถือเป็นกองทุน Angle Fund ก้อนแรกในประวัติศาสตร์ของอาลีบาบา

ถึงตอนนี้ อาลีบาบา ได้ขุนพล ระดับพระกาฬอย่าง โจเซฟ ไช่ ผู้ซึ่งมากดีกรีความสามารถ ที่ยอมสวามิภักดิ์ให้กับแจ๊คแต่โดยดี ด้วยมนสเนห์ทางคำพูดของแจ๊ค แม่ทัพใหญ่เมื่อได้ขุนพลชั้นดี ก็เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายทางอุโมงค์กับอาลีบาบา โดยเฉพาะเงินทุนก้อนแรกที่สำคัญที่สุด ที่จะพา อาลีบาบา นั้นก้าวข้ามจากบริษัทเล็ก ๆ ในหังโจว ให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีโลก มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อหลังจากได้รับเงินทุนก้อนนี้ แจ๊คจะทำอะไรต่อไปกับ อาลีบาบา โปรดอย่างพลาดชมตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 9 : The Rising Son

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Internet *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ประวัติ Jack Ma แห่ง Alibaba ตอนที่ 7 : 18 Founders

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1999 ในบ้านธรรมดาหลังหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบเมืองหังโจว ซึ่งเป็นบ้านของแจ๊ค เป็นบ้านที่แสนธรรมดา มีเนื้อที่เพียง 150 ตารางเมตร มีโต๊ะเก่า ๆ และเก้าอี้อยู่ไม่กี่ตัว

แต่วันนี้สำหรับพนักงานอาลีบาบาแล้วนั้น เป็นวันที่ควรแก่การรำลึก บ้านหลังนี้เป็นที่แห่งแรกที่ใช้ในการบ่มเพาะความฝันแรกเริ่มของอาลีบาบา และที่แห่งนี้ยังเคยเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแรกของแจ๊ค อย่าง ไชน่าเพจเจส

สำหรับผู้ร่วมการประชุมครั้งนี้ คือบรรดาผู้ก่อตั้ง อาลีบาบา จนกลายเป็นชื่อที่เรียกกันติดปากในภายหลังว่าคือ “เหล่า 18 อรหันต์” ซึ่งในวันนั้นไม่ได้มาทั้งหมด ที่ประชุมมีเพียง 16 คน (ส่วนอีก 2 คนร่วมการประชุมผ่านทางโทรศัพท์)

ในวันนั้น แจ๊ค มองการณ์ไกล และได้มีการบันทึกภาพการประชุมดังกล่าวไว้ด้วย พระเอกของการประชุมครั้งนี้ก็คือ แจ๊ค ผู้ร่วมประชุมต่างนั่งบ้าง ยืนบ้าน ห้อมล้อมท่านผู้นำแจ๊ค อย่างใจจดจ่อ น้ำเสียงและท่าทางของแจ๊คในวันนั้น มันช่างปลุกใจ ปลุกพลังให้กับคนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้อย่างดียิ่ง

แจ๊คกับเหล่าทีมงาน 18 คน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง อาลีบาบา
แจ๊คกับเหล่าทีมงาน 18 คน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง อาลีบาบา

เหล่า 18 อรหันต์ เหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่อายุยังน้อย ซึ่งยังมีต้นทุนให้เสียได้ หากอาลีบาบามันไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่แจ๊คหวังไว้ พวกเขาเหล่านี้ ก็สามารถที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ทันอยู่

แต่แจ๊ค ค่อนข้างมั่นใจอย่างมาก เพราะแนวโน้มของ internet กำลังมาแรง รวมกับประสบการณ์ที่ปักกิ่ง ที่ได้เห็นถึงช่องทางการตลาดที่ใหญ่มหาศาล ที่ยังไม่มีใครสนใจมันในขณะนั้น แจ๊ค เปรียบเหมือนแม่ทัพ ที่กระตุ้นคนหนุ่มสาวเหล่านี้ ให้สู้ พร้อมที่จะบุกและตะลุยกับ อาลีบาบา โปรเจคใหม่ของแจ๊ค

แต่แม้ว่าแจ๊ค จะปลุกเร้าอย่างไรก็ตาม บรรยากาศของที่ประชุมนั้นเต็มไปด้วยความลังเล และความอ้างว้าง ขณะนั้นเหล่าทีมงานทุกคนที่เข้ามาร่วมฟัง เต็มไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด แทบจะไม่เห็นรอยยิ้มจากใครคนใด เพราะมันคือการตัดสินชะตาและอนาคตของพวกเขาที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

แจ๊คนั้น ก็ยังวิตกกังวลอยู่บ้าง และรู้อยู่ว่า internet นั้นก็เปรียบเสมือนฟองสบู่ ฟองสบู่นี้กำลังขยายตัวมากขึ้นไปทุกที แต่จะแตกเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ฟองสบู่ที่พองเกินไปเหมือนตลาด internet ในขณะนี้ ย่อมมีวันแตกสลาย แต่แจ๊คคิดว่ายังไงฝันของ internet นั้นไม่มีทางล่มสลายได้อย่างแน่นอน

แจ๊ค ทำนายไว้ว่าจะเกิดฟองสบู่ internet ขึ้น และสุดท้ายมันเกิดขึ้นจริงในปี 2000
แจ๊ค ทำนายไว้ว่าจะเกิดฟองสบู่ internet ขึ้น และสุดท้ายมันเกิดขึ้นจริงในปี 2000

แจ๊คเริ่มวางพิมพ์เขียวให้กับบริษัทใหม่อย่าง อาลีบาบา โดยมีเป้าหมายใหญ่ 3 ประการคือ หนึ่งบริษัทที่เขาตั้งจะต้องอยู่ได้ถึง 80 ปี สองคืออาลีบาบาจะเป็นบริษัทอีคอมเมริ์ซเพื่อให้บริการกับเหล่า SME ของจีน และสุดท้ายที่ทำให้ทีมงานทุกที่ร่วมประชุมแทบอึ้งไปตาม ๆ กัน คือ แจ๊คต้องการสร้างอาลีบาบาให้กลายเป็นเว๊บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจะต้องอยู่ใน top สิบอันดับแรกของเว๊บไซต์ทั่วโลก 

เขากล่าวกับทีมงานทุกคนอย่างมั่นอกมั่นใจว่า อีก 3-5 ปีข้างหน้า เมื่ออาลีบาบากลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สิ่งที่ทุกคนได้จ่ายไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน หรือ แรงกายแรงใจที่ทุ่มเทให้กับ อาลีบาบา จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าอย่างแน่นอน

จากเงินลงทุนเริ่มแรกที่ทุกคนสมทบกันได้ 500,000 หยวน อาลีบาบา ก็เริ่มการต่อสู้อย่างยากลำบากเลยทีเดียว ต้องประหยัดอดออมในทุก ๆ สิ่ง เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของแจ๊คในวันข้างหน้า

เผิงเหล่ย ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของอาลีบาบาในปัจจุบัน ในช่วงเริ่มต้นนั้นเธอรับหน้าที่เป็น แม่บ้าน ของอาลีบาบา โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนแคชเชียร์ ส่วนนพนักงานอีกคนคือ เซี่ยซื่อหวง เป็นฝ่ายบัญชีและดูแลการเงิน ซึ่งเรื่องอะไรในอาลีบาบาที่ต้องใช้เงินนั้นก็ต้องผ่านสองคนนี้ ยุคเริ่มแรกนั้น การซื้อของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งสองก็วิ่งวุ่นเทียบราคาแล้ว ราคาอีก เพื่อให้ได้ของที่ดีที่สุดในมูลค่าต่ำที่สุด 

เผิง เล่ย อดีตแม้บ้าน จนกลายมาเป็นรองประธานอาวุโสของอาลีบาบาในปัจจุบัน
เผิง เล่ย อดีตแม้บ้าน จนกลายมาเป็นรองประธานอาวุโสของอาลีบาบาในปัจจุบัน

ช่วงตั้งต้นของอาลีบาบา ทีมงานทุกคนอยู่อย่างอัตคัต แจ๊ค แทบจะไม่ให้ใครขึ้นแท็กซี่ถ้าไม่จำเป็น ถ้าระยะทางไม่ไกลพวกเขาก็ใช้การเดินทางเพื่อประหยัดให้มากที่สุด 

และความยากลำบากของอาลีบาบายุคบุกเบิกนี้เอง ที่ทำให้ไม่สามารถดึงดูดผู้มีฝีมือเข้ามาร่วมงานด้วยเงินเดือนสูง ๆ เหมือนบริษัทอื่น ๆ พนักงานของอาลีบาบาได้รับเงินเดือนเพียงน้อยนิด

แต่สิ่งที่ตรงกันข้ามคือ แม้เงินเดือนจะน้อย แต่ปริมาณงานนั้นไม่น้อยเลย ในเวลานั้นทุกคนทำงานชนิดไม่มีเวลากลางวันกลางคืน ทำงานติดต่อกันกว่าสิบกว่าชั่วโมงเป็นเรื่องปรกติในอาลีบาบา 

เวลาทำงานในยุคเริ่มต้นนั้นแจ๊คตกลงกันไว้ที่ เริ่มงานเก้าโมงเช้าและเลิกสามทุ่ม แต่ก็มักจะมีคนมาก่อนเวลาและกลับทีหลังทุกวันเสมอ บางครั้งก็ทำงานล่วงเวลาเป็นวันละ 16 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น และมีการทำงานล่วงเวลากันบ่อยมาก และไม่ต้องถามถึงค่าล่วงเวลา เพราะมันไม่มีอยู่แล้วในตอนนั้น

ทีมงานของอาลีบาบายุคเริ่มต้นแทบจะกินนอนกับที่บริษัท
ทีมงานของอาลีบาบายุคเริ่มต้นแทบจะกินนอนกับที่บริษัท

แจ๊คนั้นจะให้ความใส่ใจกับ ปรมาจารย์ด้านเทคนิค เป็นพิเศษ โดยเฉพาะเหล่าโปรแกรมเมอร์ และวิศวกร การพัฒนาโปรแกรมและการออกแบบระบบนั้นต้องการแรงบันดาลใจมาก คนเขียนโปรแกรมเหล่านี้มักมีอารมณ์พลุ่งพล่าน โดยเฉพาะเวลาตอนทดสอบโปรแกรมแล้วเจอ Bug มันจะต้องระบายความโกรธใส่คนอื่น

แจ๊ค ให้พวกเขาเหล่านี้จัดแจงเวลาพักผ่อนของตนเอง ดังนั้นคนเหล่านี้จึงทำงานเหลื่อมล้ำเวลากับคนส่วนใหญ่ พวกเขาเลือกมที่จะทำงานสี่ทุ่มถึงตีสี่ เพราะช่วงเวลานี้ที่ทำงานเงียบสงัดดียิ่งนัก

แจ๊ค ให้ความใส่ใจกับเหล่าโปรแกรมเมอร์มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นขุมกำลังหลักในการสร้างเว๊บไซต์ อาลีบาบา
แจ๊ค ให้ความใส่ใจกับเหล่าโปรแกรมเมอร์มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นขุมกำลังหลักในการสร้างเว๊บไซต์ อาลีบาบา

สมัยนั้นการนอนค้างที่ทำงานเป็นเรื่องปรกติ ทีมงานหลาย ๆ คนนอนค้างที่ห้องทำงาน หรือ ห้องประชุมกันบ่อย ๆ พอ ๆ กับนอนที่บ้าน ตอนนั้นบริษัทกับบ้านไม่มีอะไรต่างกันแล้ว บรรดาวิศวกรมักจะทำงานกันดึกดื่น ทำงานจนแทบจะทำต่อไม่ไหว ก็ล้มตัวลงนอนเสียเลย

เดือนมีนาคม ถึง กันยายน 1999 นั้นถือเป็นช่วงการเก็บตัวเพื่อสู้ศึกใหญ่ของแจ๊ค และทีมงาน ตอนนั้น อาลีบาบาแทบจะไม่มีการโฆษณาที่เป็นเรื่องเป็นราวให้ผู้คนหรือลูกค้ารู้จักแม้แต่ชิ้นเดียว และทีสำคัญนโยบายทางการเงินที่ชัดเจนคือ งบโฆษณาเป็นศูนย์

แต่เหล่านักข่าว หรือสื่อมวลต่าง ๆ นั้นก็รู้จักแจ๊คอย่างดีอยู่แล้ว ก็อยากรู้ว่าแจ๊คกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งการที่อาลีบาบา ปิดเงียบสนิทเช่นนี้นั้น ก็ยิ่งทำให้ปลุกเร้าความกระหายอยากรู้ของสื่อมวลชนมากยิ่งขึ้นไปอีก

สื่อต่างประเทศรายแรกที่ค้นพบ อาลีบาบา คือ Business Week ด้วยการอาศัยความสัมพันธ์หลายด้าน จนสามารถเกลี้ยกล่อมให้แจ๊คยอมสัมภาษณ์ได้

แรกเริ่มเดิมทีนั้นแจ๊คก็ไม่ค่อยอยากให้สัมภาษณ์เลยเสียทีเดียว เนื่องจาก อาลีบาบา ในขณะนั้นยังทำงานกันในบ้านหลังเล็กริมทะเลสาบ ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเครื่องแฟกซ์ มีเพียงแค่ email ไว้ติดต่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอายที่แจ๊คยังไม่อยากประกาศให้ใครได้รับรู้นั่นเอง

แต่การปฏิเสธสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Business Week คงไม่ใช่วิสัยของแจ๊คแต่อย่างใด ในที่สุดเหล่าผู้สื่อข่าวก็เร่ร่อน กันมาถึง หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมทะเลสาบของเมืองหังโจว และได้พบกับ อาลีบาบาอันลึกลับที่พวกเขากำลังสนใจในที่สุด

พอเห็นสภาพบริษัท บรรดาผู้สื่อข่าวก็ถึงกับตกใจ นี่หรือคือ อาลีบาบา ที่มีบริษัทจากทั่วดลกเข้าสมัครสมาชิกถึง 20,000 รายเข้าไปแล้ว

Business Week สื่อชื่อดังจากอเมริการายแรกที่เข้าไปทำข่าวเกี่ยวกับอาลีบาบา
Business Week สื่อชื่อดังจากอเมริการายแรกที่เข้าไปทำข่าวเกี่ยวกับอาลีบาบา

หลายเดือนต่อมาหลังจากอาลีบาบาเริ่มได้รับเงินสนับสนุน และได้แปลงโฉม ย้ายที่ทำการบริษัทใหม่เสร็จเรียบร้อย Business Week  จึงได้เริ่มตีพิมพ์บทความ ซึ่ง มันเหมือนเป็นการโฆษณาฟรีให้กับอาลีบาบา และ Business Week ถือเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ของอเมริการในขณะนั้น มีผู้อ่านที่เป็นนักธุรกิจอยู่มากมายทั่วโลก ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของอาลีบาบาแทบจะทั้งสิ้น ซึ่งถือว่าเป็นโชคสองชั้นเลยก็ว่าได้สำหรับแจ๊ค และ อาลีบาบา

ซึ่งหลังจากได้รับความสนใจจาก Business Week สื่อต่างประเทศอื่น ๆ ก็เริ่มสนใจอาลีบาบาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสื่อภายในประเทศรวมถึงสื่อใหญ่ ๆ จากต่างประเทศ ต่างประโคมข่าวการเกิดขึ้นของ อาลีบาบา ซึ่งตอนนั้นพร้อมแล้วที่จะออกรบในสงคราม อีคอมเมิร์ซ

มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากไม่ใช่น้อยกับ อาลีบาบา ธุรกิจใหม่ของแจ๊ค ที่เขาได้เห็นถึงอนาคตที่สดใส แม้การเริ่มต้นจะยากลำบากสักแค่ไหน แต่การมีทีมงานที่พร้อมจะสู้ไปกับเขานั้น ก็ทำให้ อาลีบาบา เริ่มเป็นที่สนใจ โดยเฉพาะจากสื่อทั้งจากภายในและต่างประเทศ ตอนนี้ ข่าวมันเริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว สำหรับ โมเดลธุรกิจใหม่อันนี้ของแจ๊ค จะเกิดอะไรขึ้นต่อกับ อาลีบาบา หลังจากซุ่มพัฒนาอยู่นานกว่าปีจนเว๊บไซต์สำเร็จไปได้ด้วยดี แผนต่อไปของแจ๊ค คืออะไร อย่าพลาดโปรดติดตามในตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 8 : Angle Fund

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Internet *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol