ประวัติ Steve Jobs ผู้สร้าง iPod ตอนที่ 2 : From Rival to Respect

มันเป็นความสัมพันธ์ที่มีความซับซ้อน อย่างแปลกประหลาด ระหว่าง บิล เกตส์ และ สตีฟ จ๊อบส์ ยุคแรกของการปฏิวัติ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทั้งคู่ เป็นคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันอย่างหนักมาก ๆ แทบจะเป็นศัตรู คู่อาฆาต กันเลยด้วยซ้ำ แถม บิล เกตส์ ยังมาลอกระบบปฏิบัติการ macintosh ที่เป็น User Interface แบบใหม่ในสมัยนั้น ไปทำแข่งกลายเป็น ระบบปฏิบัติการ Windows ที่เป็นที่นิยมทั่วโลก อย่าง Windows 1.x – 3.x

ต้นแบบของ windows ที่คนใช้กันทั่วโลกคือ macintosh ของ apple นั่นเอง
ต้นแบบของ windows ที่คนใช้กันทั่วโลกคือ macintosh ของ apple นั่นเอง

แต่เวลาเมื่อกาลเวลาเปลี่ยน จ๊อบส์ ได้เติบโตขึ้นอีกระดับ วุฒิภาวะทางอารมณ์ ของเขาก็ดีขึ้นกว่าเก่าเป็นอย่างมาก การกลับมาคุมบังเหียน apple ในรอบที่ 2 ด้วยสถานะของบริษัท apple ที่ไม่เหมือนเดิม ตอนนี้ apple ไม่ได้เป็นผู้นำระดับต้น ๆ ในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอีกต่อไป สถานะทางการเงินก็ง่อนแง่น ใกล้เข้าสู่ภาวะล้มละลายเต็มที มันคงถึงเวลาที่เขาต้องหันกลับมาพึ่งพา บิล เกตส์ ศัตรู คู่อาฆาต ในอดีตเสียแล้ว

Macworld Boston , สิงหาคม 1997

หลังจากการประกาศตัวรับตำแหน่ง CEO อย่างเป็นทางการของ จ๊อบส์ ก็ทำให้มูลค่าหุ้นของ apple นั้นพุ่งจาก 13$ ขึ้นไปถึง 20$ ภายในเดือนเดียวเพียงเท่านั้น

งานเปิดตัวครั้งแรกต่อหน้าสาวกตัวจริงของ apple คือ งาน Macworld Boston ในเดือนสิงหาคมปี 1997 เหล่าสาวกกว่า 5,000 ต่างรอคอยการกลับมาของ ฮีโร่ ของเขา เพียงแค่เริ่มการปรากฏตัวบนเวที  เหล่าสาวก ต่าง ตะโกนเรียกร้อง แห่เชียร์ เสียงร้อง สตีฟ สตีฟ สตีฟ ๆๆๆ  ดังสนั่นฮอล์ที่ใช้ในการจัดงานประชุม

สตีฟ จ๊อบส์ เปิดตัวต่อหน้าแฟน ๆ ในฐานะ CEO apple คำรบสอง
สตีฟ จ๊อบส์ เปิดตัวต่อหน้าแฟน ๆ ในฐานะ CEO apple คำรบสอง

มันเป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ ใหม่ของ apple หลังจากก่อนหน้านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างของ apple กำลังแย่ลงไปเรื่อย ๆ ยอดขายตกไปกว่า 30% ภายในเพียงแค่ 2 ปี 

สิ่งที่ทำก่อนหน้าในช่วงที่เขาไม่อยู่นั้น เป็นการเดินทางที่ผิดพลาดของ apple มันไม่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาจาก apple เลย มันเปรียบเหมือนบริษัทที่เน้นจะขาย ๆ ๆ  และยัดเยียดให้กับลูกค้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจว่า เหล่าสาวกของ apple ต้องการอะไร

ลูกค้าของ apple ไม่เหมือนลูกค้าบริษัทอื่น ๆ พวกเขาต้องการความแตกต่าง ที่จะซื้อสินค้าของ apple แต่ทิศทางของบริษัทในอดีตก่อนหน้านี้ กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ทำให้ลูกค้าค่อย ๆ หายไปจาก apple 

จ๊อบกล่าวในเวทีดังกล่าว ว่า apple ในยุคใหม่นั้นจะต้องสร้างสิ่งที่เหล่าสาวก apple ต้องการ มันต้องเป็นสิ่งที่พิเศษ กว่าที่มีอยู่ในตลาด และต้องคิดแบบแตกต่างแบบเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด

แม้คำกล่าวของ จ๊อบส์ ในงานดังกล่าว มันเป็นเพียงการปลุกขวัญกำลังใจให้กับเหล่าสาวก apple ว่า ตอนนี้ ถึงเวลาที่ apple กำลังจะกลับมาแล้ว ซึ่งมันเป็นคำพูดง่าย ๆ แบบเดิมที่จ๊อบส์ใช้พูดเป็นประจำ แต่มันมีความหมายต่อเหล่าสาวก apple เป็นอย่างมาก ระหว่างที่กำลังฟังจ๊อบส์พูดในงาน นั้น เหล่าสาวกต่างมองหน้ากัน จับมือกัน หลาย ๆ คนถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เพราะ ฮีโร่ ของเขา พร้อมที่จะกลับมาปลุก apple ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งแล้ว

From Rival to Respect

สำหรับ จุด climax ของงาน Macworld Boston ครั้งนี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจากการปรากฏภาพของ Microsoft มาเป็น พาร์ทเนอร์ ทางธุรกิจใหม่ของ apple ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟน ๆ สาวก apple ถึงกับอึ้งกันเลยทีเดียวเมื่อเห็นภาพนี้ครั้งแรก

ประกาศความร่วมมือกับ microsoft เพื่ออนาคตของ apple ยุคใหม่
ประกาศความร่วมมือกับ microsoft เพื่ออนาคตของ apple ยุคใหม่

apple และ microsoft นั้นเป็นศัตรูกันมากว่า ทศวรรษ มีการต่อสู้ทั้งผลิตภัณฑ์ รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มากมาย ที่อยู่ในชั้นศาล แม้ว่าในสมัย จอห์น สคัลลีย์ นั้นจะมีการเจรจายอมความ ให้ microsoft ชดใช้ค่าเสียหายจากการ copy User Interface แต่ก็ดูเหมือนท่าทีของสงครามระหว่างบริษัททั้งสองก็ยังคงไม่จบกันง่าย ๆ 

ไม่ต้องคิดถึงความเป็น พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ที่ทั้งสองบริษัท ไม่มีทางจะร่วมมือกันได้ในอดีต microsoft นั้นแทบจะไม่พัฒนา product หลักอย่าง microsoft word หรือ Excel ให้กับ ระบบปฏิบัติการ macintosh ของ apple เลย

แม้จะมีความพยายามเจรจากันในยุคของ เอเมลิโอ บ้าง แต่ด้วยเงื่อนไขทางธุรกิจที่ซับซ้อน ทำให้การเจรจาล่าช้าออกไปมาก จนถึงการกลับมาของ จ๊อบส์ ในรอบที่สอง

จ๊อบส์ ต้องการให้ deal ทุกอย่างกับ microsoft ง่ายขึ้น โดยมีการนัดคุยกันที่บ้านของจ๊อบส์ เพื่อตัดปัญหา เรื่องความยุ่งยากทั้งหมด โดยคุยกันแบบง่าย ๆ กับ เกตส์ และสุดท้าย ทั้งคู่ก็ได้ตกลงเป็น พาร์ทเนอร์ธุรกิจกันในที่สุด

ในงาน Macworld นั้น สิ่งที่ เซอร์ไพรซ์แฟน ๆ มากที่สุดคงจะเป็น การขึ้น projector หน้าจอขนาดใหญ่ และ บิลล์ เกตส์ ได้ทำการ วีดีโอ คอลผ่านระบบดาวเทียม (ในสมัยนั้น)  เข้ามายังงานดังกล่าวด้วย

เกตส์ โผล่หน้าผ่าน วีดีโอคอลเข้ามาในงาน macworld เป็นสิ่ง เซอร์ไพรซ์สุด ๆ
เกตส์ โผล่หน้าผ่าน วีดีโอคอลเข้ามาในงาน macworld เป็นสิ่ง เซอร์ไพรซ์สุด ๆ

มันเป็นการ deal กันทางธุรกิจ ล้วน ๆ เพื่อ apple สามารถที่จะก้าวต่อไปได้ จ๊อบส์ ต้องลดทิฐิ ตัวเองลง และหันไปจับมือกับ microsoft โดย microsoft นั้นจะนำผลิตภัณฑ์ หลักของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น word , excel มาลงในระบบปฏิบัติการ macintosh ตัวใหม่

จ๊อบส์ต้องการให้ software ชื่อดังอย่างตระกูล microsoft office มาลงน macintosh
จ๊อบส์ต้องการให้ software ชื่อดังอย่างตระกูล microsoft office มาลงน macintosh

และที่สำคัญนั้น microsoft ยังได้เข้ามาลงทุนใน apple ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ๆ ว่าศัตรูเก่า คู่อาฆาต อย่าง microsoft จะเข้ามาลงทุนใน apple โดยลงเงินมูลค่า 150 ล้านเหรียญ ในบริษัท apple โดยเป็นหุ้นแบบไม่มีเสียงโหวตในคณะกรรมการบริษัท

ถึงตอนนี้ สถานะของ apple ก็เริ่มที่จะกลับมาอยู่ในเส้นทางที่จะก้าวเข้าไปข้างหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง ตอนนี้ จ๊อบส์เข้ามาเคลียร์สถานการณ์ ทุกอย่างของ apple ให้กลับมาปรกติเรียบร้อยแล้ว เรื่องสถานะทางการเงิน หลังจากได้ microsoft เข้ามาเป็นผู้ลงทุนรายใหม่ apple ก็พร้อมแล้วสำหรับอนาคตใหม่ที่จะเกิดขึ้น แล้วอนาคตใหม่ของ apple จะเดินไปทางไหนต่อ โปรดติดตามตอนต่อไป

–> อ่านตอนที่ 3 : Ive Mac

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The Second Coming  *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ประวัติ Steve Jobs ผู้สร้าง iPod ตอนที่ 1 : The Second Coming

ในปี 1985 สตีฟ จ๊อบส์ ในวัยขึ้นเลขสาม เริ่มปีที่ 30 ของอายุด้วยการถูกไล่ออกจาก Apple บริษัทที่เขาสร้างมากับมือ แต่หลังจากนั้นในอีก 10 ปีต่อมา ในปี 1995 เมื่อ สตีฟ จ๊อบส์ อายุ ครบ 40 ปีบริบูรณ์ เขาก็กลับมาสู่จุดที่รุ่งเรืองอีกครั้ง

ปีนั้น เป็นปีที่ ภาพยนต์เรื่อง Toy Story ออกฉาย และในปีต่อมา Apple ก็ได้เข้ามาซื้อกิจการ NeXT ทำให้เขากลับมาสู่บริษัทที่เขาสร้างมากับมืออีกครั้ง 

ในขณะนั้น CEO ของ apple คือ กิล เอเมลิโอ ซึ่งได้เป็นคนชักจูงนำ จ็อบส์ กลับมาที่ apple โดยให้เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาแบบพาร์ทไทม์ แต่จ๊อบส์ นั้นหวังมากกว่านั้น เค้าต้องการกลับมาทวงคืนตำแหน่งของเขา สภาพของ apple ในช่วงเวลาดังกล่าว กลายเป็นซากปรักหักพัง สถานการณ์ทางการเงินก็ย่ำแย่ เป็นอย่างมาก

จ๊อบส์กลับมาสู่ apple อีกครั้งผ่าน NeXT
จ๊อบส์กลับมาสู่ apple อีกครั้งผ่าน NeXT

จ๊อบส์ นั้นรู้ดีว่า เอเมลิโอ ไม่ใช่คนที่จะเป็นผู้นำของ apple ได้ เอเมลิโอ นั้นแทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ apple  เขามองว่า เอเมลิโอ นั้นทำงานแทบจะไม่เป็น แม้กระทั่งในงานใหญ่อย่าง Macworld ในปี 1997 ที่เป็นงานใหญ่ ที่เปิดตัว จ๊อบส์ กลับสู่ apple อีกครั้งต่อสาธารณะ แต่ในงานนั้นเละเทะสิ้นดี เอเมลิโอ แทบจะไม่สามารถกล่าวถึง วิสัยทัศน์ของ apple ได้เลย เป็นการพูดแบบด้นสด ที่น่าขายหน้าต่อสื่อที่มาเฝ้ารอการทำข่าวของ apple ซึ่งปีนี้มันพิเศษกว่าปีไหน  ๆ ที่ สตีฟ จ๊อบส์ กำลังจะกลับมาหลังจากหายหน้าไปจาก apple กว่า 10 ปี

เอเมลิโอ นำพา apple ลงเหว กลายเป็นบริษัทไร้อนาคต
เอเมลิโอ นำพา apple ลงเหว กลายเป็นบริษัทไร้อนาคต

ในการกลับมาครั้งนี้ จ๊อบส์ เริ่มจัดแจง คนที่เขาไว้ใจมารับตำแหน่งระดับสูงที่ apple อย่างไม่รอช้า และเริ่มกำจัดคนที่เขาไม่ต้องการออกไป โดยจะนำคนที่เก่ง  ๆ จาก NeXT บริษัทเก่าของเขาเข้ามาแทนในตำแหน่งสำคัญ ๆ 

จ๊อบส์ เริ่มทาบทาม แอวี เทวาเนียน เพื่อนคู่หูที่ NeXT มารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิศวกรรมซอฟท์แวร์ ส่วนตำแหน่งฝ่ายฮาร์ดแวร์ นั้น เขาเลือก จอน รูบินสไตน์ ซึ่งเคยรับตำแหน่งนี้ที่ NeXT เช่นเดียวกัน 

จอห์น รูบินสไตน์ หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ จ๊อบส์ ดึงมาจาก NeXT ผู้บทบาทสำคัญกับ apple ในยุคหลัง
จอห์น รูบินสไตน์ หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ จ๊อบส์ ดึงมาจาก NeXT ผู้บทบาทสำคัญกับ apple ในยุคหลัง

หลังจากจัดแจงเรื่องของบุคลากรเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่เขาไม่ชอบ สิ่งแรกเลยคือ เจ้า Newton เครื่อง PDA พกพา ที่จ๊อบส์นั้นเกลียดมันเข้าไส้ เขารังเกียจการใช้สไตลัสหรือ ปากกาสำหรับเขียนหน้าจอเป็นอย่างมาก และเหตุผลสำคัญคือ Newton เป็นผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมชิ้นเดียวของ จอห์น สคัลลีย์ ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ จ๊อบส์ ต้องออกจาก apple ไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

และสิ่งสุดท้าย ที่ จ๊อบส์ ต้องทำคือ ปลด เอเมลิโอ ออกจากตำแหน่ง ซึ่งต้องอาศัย บอร์ดบริหารที่นำโดย เอ็ด วูลาร์ด มาช่วยจัดการในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ ถือว่า จ๊อบส์ นั้นเป็นต่ออย่างยิ่ง สถานการณ์ ของ apple ตอนนี้ มันยากที่จะแก้ไขแล้ว บอร์ดก็ไม่มีทางเลือกมากนัก จึงต้องทำการแจ้งไปยัง เอเมลิโอ ว่าจะปลดเขาออก โดยจะให้ จ๊อบส์ รับตำแหน่ง CEO แทน

และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนครั้งที่เขาต้องก้าวออกจาก apple ในครั้งแรก จ๊อบส์ ก็ได้เสนอให้เปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทใหม่ โดยจัดการคนที่เคยปลดเขาออกก่อน เพื่อคุมอำนาจเต็มที่ในการบริหารบริษัท

เอ็ด วูลาร์ด บอร์ดผู้เป็นคนนำจ๊อบส์ กลับมาเป็น CEO แทน เอเมลิโอ
เอ็ด วูลาร์ด บอร์ดผู้เป็นคนนำจ๊อบส์ กลับมาเป็น CEO แทน เอเมลิโอ

เขาจึงเก็บเหลือไว้เพียงแค่ วูลาร์ด และ แกร์เร็ต ชางไว้ และดึงคนที่เขาไว้ใจอย่าง บิล แคมป์เบลล์ ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการตลาดของ apple ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เพราะ skill ที่สำคัญอย่างนึงของ แคมป์เบลล์ คือ แคมเบลล์ นั้นเคยเป็นโค้ชอเมริกันฟุตบอล เขาสามารถที่จะทำให้ผู้เล่นเกรดบี ทำงานในระดับเอ ได้ และที่ apple เขาจะได้ทำงานกับพนักงานระดับเอ เท่านั้น

หนึ่งในคณะกรรมการที่ต้องออกไป คือ ไมค์ มาร์คคูลา ผู้ซึ่งเคยเป็นนักลงทุนคนแรกของ จ็อบส์ เคยแวะไปหาจ๊อบส์ที่โรงรถในปี 1976 และเขาเป็นกรรมการคนเดียวที่อยู่มานานถึง 20 ปี แม้จะเปลี่ยน CEO ไปแล้วหลายคนก็ตาม และที่สำคัญเขาเป็นคนเข้าข้าง จอห์น สคัลลีย์ ในศึกชิงอำนาจยกแรกของบริษัทในปี 1985 เมื่อจ๊อบส์กลับมาครั้งนี้ ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าถึงเวลาที่เขาต้องจากไป

ไมค์ มาร์คูล่า ผู้ซึ่งเป็นคนลงทุนแรก ๆ ของ apple ก็ต้องเดินจากไปจากตำแหน่งในกรรมการ
ไมค์ มาร์คูล่า ผู้ซึ่งเป็นคนลงทุนแรก ๆ ของ apple ก็ต้องเดินจากไปจากตำแหน่งในกรรมการ

ตอนนี้ จ๊อบส์ นั้นสามารถที่จะกลับควบคุมทุกอย่างของ apple ได้อย่างเบ็ดเสร็จได้อีกครั้ง ตอนนี้ apple ถูก Microsoft เบียดออกจากธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันถึงเวลาที่ต้องสร้างบริษัทขึ้นมาใหม่เพื่อทำอย่างอื่น อาจจะเป็นบริษัทผลิตเครื่องมือ หรือ สินเค้าเพื่อผู้บริโภคอะไรซักอย่าง ถึงจะพา apple กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

การกลับมาอีกครั้งของ จ๊อบส์ ในคำรบที่สอง ครั้งนี้นั้น มาตอนที่ apple อยู่ในสภาพกลายเป็นซากปรักหักพัง ทั้งสถานะการเงิน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถสู้ได้ในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จ๊อบส์ นั้นจะกลับมาแก้ไขสถานการ์ณของ apple ได้อย่างไรในสภาพเช่นนี้ โปรดติดตามตอนต่อไป

–> อ่านตอนที่ 2 : From Rival to Respect

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Blog Series : How iPod Building an Apple Empire

สำหรับ Blog Series ชุดแรกในปี 2019 นี้ ผมอยากจะขอเสนอ เรื่องราวความเป็นมาของการสร้าง Ipod หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดชิ้นนึงของ บริษัท apple

หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า iPhone เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัท apple ให้กลายมาเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้จวบจนถึงทุกวันนี้ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้น แนวคิดของ apple รูปแบบใหม่ ที่หันมาสร้างนวัตกรรม และ เปลี่ยนจากบริษัทคอมพิวเตอร์ ให้กลายมาเป็นบริษัทที่จำหน่าย สินค้า consumer product มันเริ่มมาจาก iPod 

มันเป็นนวัตกรรม ชิ้นเอกของ apple ในศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้ แม้เวลาจะร่วงเลยมาทำให้ตัว iPod เองได้สูญหายไปตามกาลเวลา แต่เรื่องราวสตอรี่ ของการสร้างมันขึ้นมานั้น ถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย กับการที่จะสร้างเครื่องเล่น Mp3 ขึ้นมา แล้วสามารถบรรจุเพลงได้ถึง 1,000 เพลง ถือว่าในตอนนั้นมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ๆ ที่ apple สามารถสร้างมันขึ้นมาและกลายเป็นสินค้า hot hit ติดตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว

ทุก ๆ ทั่วโลกต่างพกเจ้า iPod ตัวนี้ พร้อมด้วยหูฟังสีขาว ที่เป็นเอกลักษณ์ ถึงวัฒนธรรมของยุคใหม่ของบริษัท apple บริษัท ที่ก่อนจะสร้าง iPod นั้น แทบจะกลายเป็นบริษัทที่ใกล้จะล้มละลายเต็มที สถานะการเงินก็ย่ำแย่ สินค้าตัวชูโรงอย่าง apple หรือ macintosh ก็แทบจะทำตลาดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

เอกลักษ์เด่น หูฟังสีขาวที่ เดินไปไหนก็เจอแต่คนฟัง Ipod
เอกลักษ์เด่น หูฟังสีขาวที่ เดินไปไหนก็เจอแต่คนฟัง iPod

มันเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ที่เปลี่ยนบริษัท apple จากบริษัทที่ใกล้ตาย กลับมายิ่งใหญ่ในโลกของธุรกิจได้อีกครั้ง

สำหรับเรื่องราวของ Blog Series ชุดนี้นั้น จะอ้างอิง จากหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ iPod รวมถึงหนังสือ อัตชีวประวัติของ Steve Jobs รวมถึงข้อมูลจาก wikipedia online ต่างๆ  มารวมรวมใหม่ ในแบบฉบับของผมเองครับ โปรดอย่าพลาดติดตามเป็นอันขาด รับรองสนุกอย่างแน่นอนคร้าบผม

อ่านตอนที่ 1 : The Second Coming

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol