World of Warship ด้วยกัปตันเรือ AI

คงไม่ใช่เรื่องเกินเลยที่จะพูดได้ว่า หากเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม ขึ้นมาจริง ๆ มนุษย์ คงไม่ได้รบกับมนุษย์ด้วยกันเอง เหมือน สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 อย่างแน่นอน สงครามครั้งใหม่หากเกิดขึ้นจริง ๆ นั้น AI จะเข้ามามีส่วนร่วมในการรบในหลายรูปแบบ ซึ่งความได้เปรียบของแต่ละชาติ ไม่ใช่เพียงแค่มีกองกำลังที่มากกว่าเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต อีกต่อไป

ข่าวล่าสุดจาก BAE Systems ผู้พัฒนา อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับเรือรบนั้น ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ โดยจะให้กัปตัน นั้นสามารถบังคับเรือรบ ได้บนแผ่นดิน ผ่านเทคโนโลยี Augmented Reality (AR)  ร่วมกับ AI

โดยราคาของตัว Remote Access ตัวนี้นั้น อยู่ที่ประมาณ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หากเรือรบลำใดที่ต้องการจะติดตั้งระบบดังกล่าว

ซึ่งโปรเจคดังกล่าว จะทำการย้าย command rooms จากภายในเรือรบที่ออกแล่นไปในทะเล ย้ายมาบังคับกันบนฝั่ง คล้าย ๆ การขับโดรน ของกองทัพอากาศ  ที่เราได้เห็นการใช้งานจริงมาแล้วในกองทัพสหรัฐอเมริกา

ซึ่งการย้ายมาบนฝั่ง นั้น จะทำให้ลดความเสี่ยง ต่อลูกเรือ ในระหว่างการรบจริง ๆ  โดยสามารถที่จะเข้าถึงการบังคับในทุก ๆ ส่วนของเรือ ผ่าน Augmented Reality (AR)

ซึ่งส่วนของ AI นั้นก็จะมาช่วยเหลือในการตัดสินใจให้ ทำได้เร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบการแนะนำโดย AI ซึ่งมีการ Learning จากแผนการรบในอดีตมาแล้ว รู้ถึงจุดแข็งจุดอ่อน ของกลยุทธ์การรบในแต่ละวิธี ทำให้มีโอกาสชนะข้าศึกสูงกว่าการตัดสินใจโดยกับตันเรือที่เป็นมนุษย์

จะเกิดอะไรขึ้นกับสงครามยุคต่อไป

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้นำการรบในอนาคต จะกลายมาเป็น AI ที่คอย วิเคราะห์แผนการรบที่ดีที่สุด ก่อนที่จะส่ง อาวุธ หรือ ทหารเข้าไปรบ จริง ๆ มันคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างที่อ่าว omaha beach ในวัน D-Day ของสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการวางแผนการรบที่ผิดพลาดของ เหล่าเสนาธิการทหารฝ่ายพันธมิตร

ความสูญเสียอย่างมากมายที่ omaha beach ส่วนนึงจากการผิดพลาดของการวางแผนการรบ

ความสูญเสียอย่างมากมายที่ omaha beach ส่วนนึงจากการผิดพลาดของการวางแผนการรบ

การผิดพลาดดังกล่าวนั้น ทำให้เสียกำลังพลไปอย่างมากมาย ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ในอนาคตนั้น หากมีการวิเคราะห์ผ่าน AI หรือ Machine Learning  โดยการ Training Data ที่ดีมากพอ สุดท้าย Strategy ที่ดีที่สุดในการรบนั้น ก็ไม่ได้มาจากสมองมนุษย์อย่างเราๆ  แน่นอน นายพล AI จะเป็นคนสั่งการมนุษย์เองว่าให้รบยังไง ถึงจะชนะสงครามได้

References : sputniknews.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol

 

 

 

ในวันที่ AI อยากเป็นนักดนตรีกับเขาบ้าง

นักวิจัยจาก Georgia Tech Center of Music ได้สร้างหุ่นยนต์ ที่ใช้ในการ improvising เสียงดนตรีขึ้นและตั้งชื่อว่า “Shimon”   โดยทำการ Training หุ่นยนต์ด้วยการใช้จำนวนเพลงเกือบ 5,000 เพลงจาก Beethoven , Beatles , Lady Gaga ไปจนถึง Miles Davis และมากกว่า 2 ล้าน ตัวโน๊ต โดยเจ้า Shimon มีความสามารถในการฟัง เสียงดนตรี แล้วนำไป สร้าง melodies ใหม่ ๆ โดยใช้เทคโนโลยี Deep Learning ผ่านการเรียนรู้ตัวโน๊ตต่าง ๆ

Mason Bretan  นักศึกษาปริญญาเอก  เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังในทีมวิจัยเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ เขาทำงานร่วมกับ Shimon มาเจ็ดปี โดยทำให้มันสามารถ “รับฟัง” เพลงที่เล่นโดยมนุษย์ได้ ซึ่งตอนนี้ Shimon สามารถแต่งเพลงเดี่ยวได้เป็นครั้งแรก รวมถึงสร้างเมโลดี้และโครงสร้างฮาร์โมนิคส์ด้วยตัวเองได้สำเร็จ ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่งใหญ่ในวงการหุ่นยนต์

องค์ประกอบของ  Shimon แสดงให้เห็นถึงวิธีการฟังเพลง และเมื่อหุ่นยนต์ใช้ Neural Network เพื่อเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่รู้จักเกี่ยวกับดนตรีจากกลุ่มผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้นมานับล้าน ๆ ชิ้น

รับรู้อารมณ์ และ feeling ของมนุษย์ได้มากยิ่งขึ้น

Shimon รับรู้อารมณ์ และ feeling ของมนุษย์ได้มากยิ่งขึ้น

Bretan กล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่หุ่นยนต์ได้ใช้เทคโนโลยี Deep Learning ในการสร้างเพลง  ตอนนี้  Shimon สามารถเล่นดนตรีและคอร์ดได้ นอกจากนี้ยังมีความคิดที่คล้ายกับนักดนตรีที่เป็นมนุษย์จริง ๆ มากยิ่งขึ้น

Shimon ถูกวิจัยโดยที่ปรึกษาของ Bretan ศาสตราจารย์ Gil Weinberg ผู้อำนวยการ Georgia Tech Center of Music

“นี่เป็นก้าวกระโดดของ Shimon เพราะใช้เทคโนโลยี Deep Learning เพื่อสร้างองค์ประกอบของเพลงที่มีโครงสร้างสอดคล้องกันมากขึ้น” Gil Weinberg ศาสตราจารย์โรงเรียนสอนดนตรีกล่าว “เราต้องการสำรวจว่าหุ่นยนต์สามารถสร้างความสร้างสรรค์ทางด้านดนตรีและสร้างเพลงใหม่ ๆ ได้อย่างสวยงามและสร้างแรงบันดาลใจรวมถึงความแปลกใหม่ ให้เกิดขึ้นกับวงการดนตรีโลกได้”

Bretan ยอมรับว่าเขาไม่สามารถคาดเดาเพลงแต่ละเพลงที่ Shimon กำลังเล่นได้ Shimon สามารถรับรู้ถึงความก้าวหน้าของคอร์ดคลาสสิก และ อิทธิพลของศิลปินเช่น Mozart เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนได้ ถือได้ว่าเจ้า Shimon ได้ก้าวผ่านความเป็นหุ่นยนต์แข็งทื่อ เหมือนในหนัง ฮอลลีวู้ด และปรับตัวกลายเป็นศิลปิน ที่มีอารมณ์ร่วมกับมนุษย์มากยิ่งขึ้น

วง Shimon and Friends

วง Shimon and Friends

โดยเจ้า Shimon นั้นสามารถเล่นได้ทั้ง เพลง Jazz , Reggae รวมถึง Hip-hop โดยได้ร่วมแสดงร่วมกับเพื่อนร่วมวงชาวมนุษย์โลกในนามวง “Shimon and Friends”

ปล. ห้ามพลาดชม video ของเจ้า Shimon เด็ดขาด ไม่งั้นคุณจะเสียใจ

Credit Video : The Kennedy Center

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol

จีนกำลังจะส่ง Artificial Moon ไปยังระบบอวกาศโลก

นักวิทยาศาสตร์ และ วิศวกรชาวจีน กำลังร่วมมือกันพัฒนา Artificial Moon หรือดวงจันทร์จำลองโดยใช้เทคโนโลยี AI โดยมีแผนที่จะส่งไปยังระบบอวกาศจริง ๆ เพื่อให้เป็นแสงไฟส่องสว่าง ไปยังเมือง Chengdu แทนที่ ไฟตามท้องถนนในเวลากลางคืน

ซึ่งจากรายงานของหนังสือพิมพ์ชื่อดังอย่าง The People’s Daily นั้น ดวงจันทร์จำลองนี้จะเป็นรูปแบบของดาวเทียมส่องสว่าง โคจรอยู่เหนือโลก

โดยจะให้ความสว่างสูงถึง 8 เท่าของแสงสว่างจาก ดวงจันทร์จริง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ได้มากถึง 50 ตารางไมล์

ซึ่งใน project นี้ยังช่วยเป็นพลังานทดแทนได้อีกด้วย สามารถที่จะลดงบประมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ถึง 2 หมื่นล้านหยวน ในเวลา 5 ปี

เมือง chengdu ประเทศจีน

เมือง chengdu ประเทศจีน

และ นักวิจัย ยังอ้างว่า Articicial Moon นั้นยังปลอดภัยต่อระบบชีวภาพ และไม่เป็นอันตรายต่อสายตามนุษย์

โดยมีกำหนดการที่จะส่งขึ้นสู่อวกาศภายในปี 2020 เพื่อช่วยเพิ่มความสว่างในเวลากลางคืน ให้กับประชากรเมือง Chengdu

ความน่าสนใจในการพัฒนา AI ของจีน

หากคนที่อยู่ในวงการวิทยาศาสตร์ ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นแขนงไหน ๆ ก็ตาม ที่มีโอกาสได้อ่าน Paper ที่ตีพิมพ์จากจีนนั้น ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะจากเดิมที่เรามองจีน เป็น ดินแดนของ ก๊อปปี้ ทำได้แค่พัฒนาสินค้าเลียนแบบ ไร้คุณภาพเท่านั้น

ตอนนี้เราต้องมองจีนใหม่แล้ว เพราะตอนนี้ ประเทศจีน สามารถผลิตได้แทบจะทุกอย่างที่มีในโลกของเรา และไม่ใช่เพียงแค่พัฒนาของไร้คุณภาพออกมาอีกต่อไป ตอนนี้ ด้วยความก้าวหน้าด้านงานวิจัยจีนนั้น

ทั้งเรื่องใหญ่ อย่าง AI ที่กำลังขับเคี่ยวกับประเทศอเมริกา หรือ แม้กระทั่ง สาขา ชีววิทยา หรือทางการแพทย์ ก็ตาม จีนกำลังเริ่มฉีกหนีห่างจากประเทศอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ

ซึ่งจากข่าวนี้ ที่จีนจะสร้าง ดวงจันทร์ AI ที่เป็นดวงจันทร์เสมือน มาให้แสงส่องสว่าง ในเมือง Chengdu นั้น ก่อนหน้านี้ถ้ามีข่าวแบบนี้ ต้องคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระอย่างแน่แท้ แต่ตอนนี้ จีนพร้อมแล้ว ในทุก ๆ อย่างที่จะก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก ด้วยพื้นฐาน ของการ R&D ที่กำลังขับเคลื่อนจีนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วนั่นเอง

Credit Video : @nowthisnews

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol